arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ขันธวิภังค์

สังขารขันธ์ เล่ม ๓๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๔–๗๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๗ ในขันธวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขันธวิภังค์ สังขารขันธ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๕ หน้า ๔๓–๕๖ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๕ หน้า ๖๑–๘๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จตุพฺพิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน.

ปญฺจวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สุขินฺทฺริยสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขินฺทฺริยสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ โสมนสฺสินฺทฺริยสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ โทมนสฺสินฺทฺริยสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อุเปกฺขินฺทฺริยสมฺปยุตฺโต. เอวํ ปญฺจวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ฉพฺพิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา, โสตสมฺผสฺสชา เจตนา, ฆานสมฺผสฺสชา เจตนา, ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เจตนา, กายสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ ฉพฺพิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

สตฺตวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา, โสตสมฺผสฺสชา เจตนา, ฆานสมฺผสฺสชา เจตนา, ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เจตนา, กายสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนวิญฺญาณ-ธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ สตฺตวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

อฏฺฐวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ กายสมฺผสฺสชา เจตนา อตฺถิ สุขสหคตา, อตฺถิ ทุกฺขสหคตา, มโนธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ อฏฺฐวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

นววิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ มโนธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา อตฺถิ กุสลา, อตฺถิ อกุสลา, อตฺถิ อพฺยากตา. เอวํ นววิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ กายสมฺผสฺสชา เจตนา อตฺถิ สุขสหคตา, อตฺถิ ทุกฺขสหคตา, มโนธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา เจตนา อตฺถิ กุสลา, อตฺถิ อกุสลา, อตฺถิ อพฺยากตา. เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๔ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจร ก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๕ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ก็มี ที่ สัมปยุตด้วยทุกขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโสมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วย โทมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๕ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๖ ได้แก่ เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่ โสตสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่ กายสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละ ๖ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ได้แก่ เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิด แต่กายสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๘ ได้แก่ เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิด แต่กายสัมผัส ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดแต่ มโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละ ๘ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๙ ได้แก่ เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิด แต่มโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็น อกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๙ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ได้แก่ เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนา ที่เกิดแต่กายสัมผัส ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดแต่ มโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศล ก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุ, อตฺถิ น เหตุ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต. อตฺถิ วิปาโก, อตฺถิ วิปากธมฺมธมฺโม, อตฺถิ เนววิปาก-นวิปากธมฺมธมฺโม. อตฺถิ อุปาทินฺนุปาทานิโย, อตฺถิ อนุปาทินฺนุปาทานิโย, อตฺถิ อนุปาทินฺนานุปา-ทานิโย. อตฺถิ สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิโก, อตฺถิ อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิโก, อตฺถิ อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิโก. อตฺถิ สวิตกฺกสวิจาโร, อตฺถิ อวิตกฺกวิจารมตฺโต, อตฺถิ อวิตกฺกอวิจาโร. อตฺถิ ปืติสหคโต, อตฺถิ สุขสหคโต, อตฺถิ อุเปกฺขาสหคโต. อตฺถิ ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ, อตฺถิ ภาวนาย ปหาตพฺโพ, อตฺถิ เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย

ปหาตพฺโพ. อตฺถิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุโก, อตฺถิ ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก, อตฺถิ เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก. อตฺถิ อาจยคามี, อตฺถิ อปจยคามี, อตฺถิ เนวาจยคามินาปจยคามี. อตฺถิ เสกฺโข, อตฺถิ อเสกฺโข, อตฺถิ เนวเสกฺขนาเสกฺโข. อตฺถิ ปริตฺโต, อตฺถิ มหคฺคโต, อตฺถิ อปฺปมาโณ. อตฺถิ ปริตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ มหคฺคตารมฺมโณ, อตฺถิ อปฺปมาณารมฺมโณ. อตฺถิ หีโน, อตฺถิ มชฺฌิโม, อตฺถิ ปณีโต. อตฺถิ มิจฺฉตฺตนิยโต, อตฺถิ สมฺมตฺตนิยโต, อตฺถิ อนิยโต. อตฺถิ มคฺคารมฺมโณ, อตฺถิ มคฺคเหตุโก, อตฺถิ มคฺคาธิปติ. อตฺถิ อุปฺปนฺโน, อตฺถิ อนุปฺปนฺโน, อตฺถิ อุปฺปาที. อตฺถิ อตีโต, อตฺถิ อนาคโต, อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺโน. อตฺถิ อตีตารมฺมโณ, อตฺถิ อนาคตารมฺมโณ, อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมโณ. อตฺถิ อชฺฌตฺโต, อตฺถิ พหิทฺโธ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺโธ. อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธา- รมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่ สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่ เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี

สังขารขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มีสังขารขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็น อารมณ์ของกิเลสก็มีสังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตก และวิจารก็มี

สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี

สังขารขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรค เบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มีสังขารขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณ ด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรค เบื้องบน ๓ ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของ เสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี

สังขารขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี อัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี

สังขารขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน ก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี

สังขารขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดี ก็มี

สังขารขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี

สังขารขันธ์ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี ปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและ ภายนอกตนก็มี

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑อภิ.สงฺ.อ. ๑๕/๙๒
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สเหตุโก, อตฺถิ อเหตุโก. อตฺถิ เหตุสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ เหตุวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ เหตุ เจว สเหตุโก จ, อตฺถิ สเหตุโก เจว น จ เหตุ. อตฺถิ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตุ. อตฺถิ น เหตุ สเหตุโก, อตฺถิ น เหตุ อเหตุโก. อตฺถิ โลกิโย, อตฺถิ โลกุตฺตโร. อตฺถิ เกนจิ วิญฺเญยฺโย, อตฺถิ เกนจิ น วิญฺเญยฺโย. อตฺถิ อาสโว, อตฺถิ โน อาสโว. อตฺถิ สาสโว, อตฺถิ อนาสโว. อตฺถิ อาสวสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อาสว-วิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ อาสโว เจว สาสโว จ, อตฺถิ สาสโว เจว โน จ อาสโว. อตฺถิ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโว. อตฺถิ อาสววิปฺปยุตฺตสาสโว, อตฺถิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสโว. อตฺถิ สญฺโญชนํ, อตฺถิ โน สญฺโญชนํ. อตฺถิ สญฺโญชนิโย, อตฺถิ อสญฺโญชนิโย. อตฺถิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จ, อตฺถิ สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนํ. อตฺถิ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺป-ยุตฺโต จ, อตฺถิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนํ. อตฺถิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิโย, อตฺถิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิโย.

อตฺถิ คนฺโถ, อตฺถิ โน คนฺโถ. อตฺถิ คนฺถนิโย, อตฺถิ อคนฺถนิโย. อตฺถิ คนฺถสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ คนฺถวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ คนฺโถ เจว คนฺถนิโย จ, อตฺถิ คนฺถนิโย เจว โน จ คนฺโถ. อตฺถิ คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ คนฺถสมฺปยุตฺโต เจว โน จ คนฺโถ. อตฺถิ คนฺถวิปฺปยุตฺต- คนฺถนิโย, อตฺถิ คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิโย. อตฺถิ โอโฆ, อตฺถิ โน โอโฆ. อตฺถิ โอฆนิโย, อตฺถิ อโนฆนิโย. อตฺถิ โอฆสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ โอฆวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ โอโฆ เจว โอฆนิโย จ, อตฺถิ โอฆนิโย เจว โน จ โอโฆ. อตฺถิ โอโฆ เจว โอฆสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ โอฆสมฺปยุตฺโต เจว โน จ โอโฆ. อตฺถิ โอฆวิปฺปยุตฺตโอฆนิโย, อตฺถิ โอฆวิปฺปยุตฺตอโนฆนิโย.

อตฺถิ โยโค, อตฺถิ โน โยโค. อตฺถิ โยคนิโย, อตฺถิ อโยคนิโย. อตฺถิ โยคสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ โยควิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ โยโค เจว โยคนิโย จ, อตฺถิ โยคนิโย เจว โน จ โยโค. อตฺถิ โยโค เจว โยคสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ โยคสมฺป-ยุตฺโต เจว โน จ โยโค. อตฺถิ โยควิปฺปยุตฺตโยคนิโย, อตฺถิ โยควิปฺปยุตฺตอโยคนิโย. อตฺถิ นีวรณํ, อตฺถิ โน นีวรณํ. อตฺถิ นีวรณิโย, อตฺถิ อนีวรณิโย. อตฺถิ นีวรณสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ นีวรณวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ นีวรณญฺเจว นีวรณิโย จ, อตฺถิ นีวรณิโย เจว โน จ นีวรณํ. อตฺถิ นีวรณญฺเจว นีวรณ- สมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ นีวรณสมฺปยุตฺโต เจว โน จ นีวรณํ. อตฺถิ นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิโย, อตฺถิ นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิโย.

อตฺถิ ปรามาโส, อตฺถิ โน ปรามาโส. อตฺถิ ปรามฏฺโฐ, อตฺถิ อปรามฏฺโฐ. อตฺถิ ปรามาสสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ปรามาสวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จ, อตฺถิ ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส. อตฺถิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺโฐ, อตฺถิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺโฐ. อตฺถิ อุปาทินฺโน, อตฺถิ อนุปาทินฺโน. อตฺถิ อุปาทานํ, อตฺถิ โน อุปาทานํ. อตฺถิ อุปาทานิโย, อตฺถิ อนุปาทานิโย. อตฺถิ อุปาทานสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อุปาทานวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ อุปาทานญฺเจว อุปาทานิโย จ, อตฺถิ อุปาทานิโย เจว โน จ อุปาทานํ. อตฺถิ อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ อุปาทานสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อุปาทานํ. อตฺถิ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิโย, อตฺถิ อุปาทาน- วิปฺปยุตฺตอนุปาทานิโย.

อตฺถิ กิเลโส, อตฺถิ โน กิเลโส. อตฺถิ สงฺกิเลสิโก, อตฺถิ อสงฺกิเลสิโก. อตฺถิ สงฺกิลิฏฺโฐ, อตฺถิ อสงฺกิลิฏฺโฐ. อตฺถิ กิเลสสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ กิเลสวิปฺปยุตฺโต. อตฺถิ กิเลโส เจว สงฺกิเลสิโก จ, อตฺถิ สงฺกิเลสิโก เจว โน จ กิเลโส. อตฺถิ กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺโฐ จ, อตฺถิ สงฺกิลิฏฺโฐ เจว โน จ กิเลโส. อตฺถิ กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ กิเลสสมฺปยุตฺโต เจว โน จ กิเลโส. อตฺถิ กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิโก, อตฺถิ กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิโก. อตฺถิ ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ, อตฺถิ น ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ. อตฺถิ ภาวนาย ปหาตพฺโพ, อตฺถิ น ภาวนาย ปหาตพฺโพ. อตฺถิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุโก, อตฺถิ น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุโก. อตฺถิ ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก, อตฺถิ น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก.

อตฺถิ สวิตกฺโก, อตฺถิ อวิตกฺโก. อตฺถิ สวิจาโร, อตฺถิ อวิจาโร. อตฺถิ สปฺปืติโก, อตฺถิ อปฺปืติโก. อตฺถิ ปืติสหคโต, อตฺถิ น ปืติสหคโต. อตฺถิ สุขสหคโต, อตฺถิ น สุขสหคโต. อตฺถิ อุเปกฺขาสหคโต, อตฺถิ น อุเปกฺขาสหคโต. อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ น กามาวจโร. อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ น รูปาวจโร. อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ น อรูปาวจโร. อตฺถิ ปริยาปนฺโน, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. อตฺถิ นิยฺยานิโก, อตฺถิ อนิยฺยานิโก. อตฺถิ นิยโต, อตฺถิ อนิยโต. อตฺถิ สอุตฺตโร, อตฺถิ อนุตฺตโร. อตฺถิ สรโณ, อตฺถิ อรโณ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ก็มี

สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี

สังขารขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของ อาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่ เป็นอาสวะก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจาก อาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของ สังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจาก สังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่ เป็นคันถะก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจาก คันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นโอฆะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นโอฆะและเป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะแต่ ไม่เป็นโอฆะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นโอฆะและสัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่สัมปยุตด้วยโอฆะแต่ไม่เป็น โอฆะก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะ และไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นโยคะก็มี ที่ไม่เป็นโยคะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นโยคะและเป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของโยคะแต่ ไม่เป็นโยคะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นโยคะและสัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่สัมปยุตด้วยโยคะแต่ไม่เป็น โยคะก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะ และไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่ เป็นนิวรณ์ก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจาก นิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาสก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มีสังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของ ปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุต จากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มีสังขารขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอัน ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทานก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่สัมปยุตด้วย อุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุต จากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี

สังขารขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี

สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ ไม่เป็นกิเลสก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง แต่ไม่เป็นกิเลสก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็น กิเลสก็มีสังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลส และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มีสังขารขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคก็มีสังขารขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ ก็มีสังขารขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มีสังขารขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มีสังขารขันธ์ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี

สังขารขันธ์ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี

สังขารขันธ์ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี

สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี

สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี

สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี

สังขารขันธ์ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ก็มี

สังขารขันธ์ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี

สังขารขันธ์ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี

สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สรโณ, อตฺถิ อรโณ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ฯเปฯ อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ. ทุกมูลกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่ เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่ สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

ทุกมูลกวาร จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุ, อตฺถิ น เหตุ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ติกมูลกวาร

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สรโณ, อตฺถิ อรโณ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุ, อตฺถิ น เหตุ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺต- พหิทฺธารมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สรโณ, อตฺถิ อรโณ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺต- พหิทฺธารมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ. ติกมูลกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่ เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

ติกมูลกวาร จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุ, อตฺถิ น เหตุ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อุภโตวัฑฒกวาร

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สเหตุโก, อตฺถิ อเหตุโก.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่ สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ เหตุวิปฺปยุตฺโต.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ วิปาโก, อตฺถิ วิปากธมฺมธมฺโม, อตฺถิ เนววิปากนวิปากธมฺม-ธมฺโม ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุต จากเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุ เจว สเหตุโก จ, อตฺถิ สเหตุโก เจว น จ เหตุ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อุปาทินฺนุปาทานิโย, อตฺถิ อนุปาทินฺนุปาทานิโย, อตฺถิ อนุปาทินฺนานุปาทานิโย ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ ไม่เป็นเหตุก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ เหตุสมฺปยุตฺโต เจว น จ เหตุ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิโก, อตฺถิ อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิโก, อตฺถิ อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิโก ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็น อารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ น เหตุ สเหตุโก, อตฺถิ น เหตุ อเหตุโก.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สวิตกฺกสวิจาโร, อตฺถิ อวิตกฺกวิจารมตฺโต, อตฺถิ อวิตกฺก- อวิจาโร ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็น เหตุและไม่มีเหตุก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ โลกิโย, อตฺถิ โลกุตฺตโร.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ ปืติสหคโต, อตฺถิ สุขสหคโต, อตฺถิ อุเปกฺขาสหคโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระ ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วย สุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เกนจิ วิญฺเญยฺโย, อตฺถิ เกนจิ น วิญฺเญยฺโย.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ, อตฺถิ ภาวนาย ปหาตพฺโพ, อตฺถิ เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺโพ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวง รู้ไม่ได้ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อาสโว, อตฺถิ โน อาสโว. ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุโก, อตฺถิ ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก, อตฺถิ เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุโก ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณ ด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สาสโว, อตฺถิ อนาสโว.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อาจยคามี, อตฺถิ อปจยคามี, อตฺถิ เนวาจยคามินาปจยคามี ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่ เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อาสวสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อาสววิปฺปยุตฺโต.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ เสกฺโข, อตฺถิ อเสกฺโข, อตฺถิ เนวเสกฺขนาเสกฺโข ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุต จากอาสวะก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของ อเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อาสโว เจว สาสโว จ, อตฺถิ สาสโว เจว โน จ อาสโว.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ ปริตฺโต, อตฺถิ มหคฺคโต, อตฺถิ อปฺปมาโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของ อาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะ ก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑อภิ.สงฺ.อ. ๑๒/๙๒
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ อาสวสมฺปยุตฺโต เจว โน จ อาสโว. ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ ปริตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ มหคฺคตารมฺมโณ, อตฺถิ อปฺปมาณา-รมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี มหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อาสววิปฺปยุตฺตสาสโว, อตฺถิ อาสวิปฺปยุตฺตอนาสโว.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ หีโน, อตฺถิ มชฺฌิโม, อตฺถิ ปณีโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สญฺโญชนํ, อตฺถิ โน สญฺโญชนํ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ มิจฺฉตฺตนิยโต, อตฺถิ สมฺมตฺตนิยโต, อตฺถิ อนิยโต ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สญฺโญชนิโย, อตฺถิ อสญฺโญชนิโย.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ มคฺคารมฺมโณ, อตฺถิ มคฺคเหตุโก, อตฺถิ มคฺคาธิปติ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี มรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต, อตฺถิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อุปฺปนฺโน, อตฺถิ อนุปฺปนฺโน, อตฺถิ อุปฺปาที ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุต จากสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิโย จ, อตฺถิ สญฺโญชนิโย เจว โน จ สญฺโญชนํ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อตีโต, อตฺถิ อนาคโต, อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺโน ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของ สังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่ เป็นปัจจุบันก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ, อตฺถิ สญฺโญชน-สมฺปยุตฺโต เจว โน จ สญฺโญชนํ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อตีตารมฺมโณ, อตฺถิ อนาคตารมฺมโณ, อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนา- รมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วย สังโยชน์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี อนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑อภิ.สงฺ.อ. ๑๙/๙๓
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิโย, อตฺถิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺต-อสญฺโญชนิโย.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อชฺฌตฺโต, อตฺถิ พหิทฺโธ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺโธ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็น อารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอก ตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จิตฺตสมฺปยุตฺโต.

ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ คนฺโถ, อตฺถิ โน คนฺโถ.

ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺต- พหิทฺธารมฺมโณ ฯเปฯ เอวํ ทสวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ. อุภโตวฑฺฒกํ. สตฺตวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต, อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. เอวํ สตฺตวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

อปโรปิ สตฺตวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต. อตฺถิ กามาวจโร ฯเปฯ อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ. อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. เอวํ สตฺตวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

จตุวีสติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต. โสตสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺส- ปจฺจยา ฯเปฯ กายสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ จตุวีสติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

อปโรปิ จตุวีสติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ฯเปฯ อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. โสตสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ชิวฺหา-สมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ กายสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ฯเปฯ อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธา- รมฺมโณ. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ

มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ จตุวีสติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ. ตึสติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. โสตสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ กายสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ ตึสติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต, อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. โสตสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ กายสมฺผสฺส- ปจฺจยา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล, อตฺถิ อกุสโล, อตฺถิ อพฺยากโต, อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ.

อปโรปิ พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ: จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต, อตฺถิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ฯเปฯ อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. โสตสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ กายสมฺผสฺสปจฺจยา ฯเปฯ มโนสมฺผสฺส- ปจฺจยา สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ฯเปฯ อตฺถิ อชฺฌตฺตารมฺมโณ, อตฺถิ พหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ, อตฺถิ กามาวจโร, อตฺถิ รูปาวจโร, อตฺถิ อรูปาวจโร, อตฺถิ อปริยาปนฺโน. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา, โสตสมฺผสฺสชา เจตนา, ฆานสมฺผสฺสชา เจตนา, ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เจตนา, กายสมฺผสฺสชา เจตนา, มโนสมฺผสฺสชา เจตนา. เอวํ พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ. อยํ วุจฺจติ สงฺขารกฺขนฺโธ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต สังขารขันธ์หมวดละ ๒ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

อุภโตวัฑฒกวาร จบ

พหุวิธวาร

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ได้แก่ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่ เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ อีกหมวดหนึ่ง ได้แก่ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่ เป็นกามาวจรก็มี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็นอัพยากฤต ๑ จึงมี

เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุสล ๑ ที่เป็น อัพยากฤต ๑ จึงมี

เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกหมวดหนึ่ง ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ๑ ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ๑ ที่สัมปยุต ด้วยอทุกขมสุขเวทนา ๑ จึงมี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี

เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ๑ จึงมี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี

เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๓๐ ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ ที่เป็นกามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมีเพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็น กามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมีเจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละ ๓๐ มีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็นอัพยากฤต ๑ ที่เป็นกามาวจร ๑ ที่เป็น รูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมีเพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศล ๑ ที่เป็นอกุศล ๑ ที่เป็น อัพยากฤต ๑ ที่เป็นกามาวจร ๑ ที่เป็นรูปาวจร ๑ ที่เป็นอรูปาวจร ๑ ที่ไม่นับ เนื่องในวัฏฏทุกข์ ๑ จึงมีเจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างมีด้วยอาการอย่างนี้

สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง อีกหมวดหนึ่ง ได้แก่ เพราะจักขุสัมผัสเป็น ปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ๑ ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ๑ ที่ สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ๑ จึงมี

ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มีเพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ๑ ฯลฯ

สังขารขันธ์ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็น รูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มีเจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ เจตนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส

สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างมีด้วยอาการอย่างนี้

นี้เรียกว่า สังขารขันธ์

พหุวิธวาร จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๕. วิญฺญาณกฺขนฺธ ตตฺถ กตโม วิญฺญาณกฺขนฺโธ?

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๕. วิญญาณขันธ์

ทุกมูลกวาร

บรรดาขันธ์ ๕ นั้น วิญญาณขันธ์ เป็นไฉน

จบ สังขารขันธ์