arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ขันธวิภังค์

ปัญหาปุจฉกะ เล่ม ๓๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๔–๙๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๗ ในขันธวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขันธวิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๕ หน้า ๘๙–๑๐๔

หน้า ๘๙

และภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี จักขุวิญญาณ ... มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้

สภาวธรรมนี้เรียกว่าวิญญาณขันธ์

จบ พหุวิธวาร

จบ อภิธัมมภาชนีย์

๓. ปัญหาปุจฉกะ

{๘๔} [๑๕๐] ขันธ์ ๕ คือ

๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์

๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์

๕. วิญญาณขันธ์

ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา

[๑๕๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นกุศลก็มี ขันธ์ไหนเป็นอกุศลก็มี ขันธ์ไหนเป็นอัพยากฤตก็มี ... ขันธ์ไหนเกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ขันธ์ไหนไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี

๑. ติกมาติกาวิสัชนา

{๘๕} [๑๕๒] รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต ขันธ์ ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

หน้า ๙๐

ขันธ์ ๒ กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาหรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ขันธ์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี

รูปขันธ์ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ขันธ์ ๔ เป็นวิบากก็มี เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี

รูปขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ขันธ์ ๔ ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มีรูปขันธ์อันกิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่อารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี

รูปขันธ์ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ ๓ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีทั้งวิตกและวิจาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าสหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขา เวทนาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสหรคตด้วยปีติก็มี ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขาก็มี

หน้า ๙๑

รูปขันธ์อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณ ขันธ์ ๔ ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มีรูปขันธ์ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มีรูปขันธ์ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มีรูปขันธ์ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคล ขันธ์ ๔ ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคล และไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มีรูปขันธ์เป็นปริตตะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี

รูปขันธ์เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีปริตตะเป็นอารมณ์ มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ หรือมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มีรูปขันธ์เป็นอย่างปานกลาง ขันธ์ ๔ ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี

รูปขันธ์ให้ผลไม่แน่นอน ขันธ์ ๔ ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี

หน้า ๙๒

รูปขันธ์เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุก็มี หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี

ขันธ์ ๕ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี

ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี

รูปขันธ์เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามี อารมณ์เป็นอดีต มีอารมณ์เป็นอนาคต หรือมีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี

ขันธ์ ๕ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี

รูปขันธ์เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีอารมณ์เป็นภายในตน มีอารมณ์เป็นภายนอกตน หรือมีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มีขันธ์ ๔ เป็นธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ รูปขันธ์ที่เห็นได้และกระทบได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ก็มี

๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

๑. เหตุโคจฉวิสัชนา

{๘๖} [๑๕๓] ขันธ์ ๔ ไม่เป็นเหตุ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี รูปขันธ์ที่ไม่มีเหตุก็มี ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากเหตุ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ขันธ์ ๓ ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็น

หน้า ๙๓

เหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี

รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มีรูปขันธ์ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ ขันธ์ ๓ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี (๑)

๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา

{๘๗} ขันธ์ ๕ เป็นธรรมมีปัจจัย เป็นสังขตธรรม ขันธ์ ๔ เป็นธรรมเห็นไม่ได้ รูปขันธ์ที่เห็นได้ก็มี ที่เห็นไม่ได้ก็มี ขันธ์ ๔ เป็นธรรมกระทบไม่ได้ รูปขันธ์ที่กระทบได้ก็มี ที่กระทบไม่ได้ก็มี รูปขันธ์เป็นรูปธรรม ขันธ์ ๔ เป็นอรูปธรรม รูปขันธ์เป็นโลกิยะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี ขันธ์ ๕ จิตบางดวงรู้ได้ จิตบางดวงรู้ไม่ได้ (๒)

๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา

{๘๘} ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอาสวะ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากอาสวะ ขันธ์ ๔ ที่

หน้า ๙๔

สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ

ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีรูปขันธ์วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี (๓)

๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา

{๘๙} ขันธ์ ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากสังโยชน์

หน้า ๙๕

ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ ขันธ์ ๓ ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์

หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์ และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีรูปขันธ์วิปปยุตจากสังโยชน์ แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์แต่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี (๔)

๕. คันถโคจฉกวิสัชนา

{๙๐} ขันธ์ ๔ ไม่เป็นคันถะ สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของคันถะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่เป็น

หน้า ๙๖

ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากคันถะ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี

รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี

ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มีรูปขันธ์วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี (๕)

๖-๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา

{๙๑} ขันธ์ ๔ ไม่เป็นโอฆะ ... ขันธ์ ๔ ไม่เป็นโยคะ ... ขันธ์ ๔ ไม่เป็นนิวรณ์ สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์

หน้า ๙๗

ของนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี รูปขันธ์วิปปยุตจากนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี

รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนีวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์

ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มีรูปขันธ์วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี (๖-๘)

๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา

{๙๒} ขันธ์ ๔ ไม่เป็นปรามาส สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาสก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของปรามาส ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี

หน้า ๙๘

รูปขันธ์วิปปยุตจากปรามาส ขันธ์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสก็มี

รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามามสก็มีรูปขันธ์วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี (๙)

๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา

{๙๓} รูปขันธ์เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ขันธ์ ๔ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ได้ วิญญาณขันธ์เป็นจิต ขันธ์ ๔ ไม่เป็นจิต ขันธ์ ๓ เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ไม่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยจิต รูปขันธ์วิปปยุตจากจิต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต

ขันธ์ ๓ เจือกับจิต รูปขันธ์ไม่เจือกับจิต วิญญาณขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเจือกับจิต หรือไม่เจือกับจิต

หน้า ๙๙

ขันธ์ ๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน วิญญาณขันธ์ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน รูปขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี

ขันธ์ ๓ เกิดพร้อมกับจิต วิญญาณขันธ์ไม่เกิดพร้อมกับจิต รูปขันธ์ที่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิดพร้อมกับจิตก็มี

ขันธ์ ๓ เกิดคล้อยตามจิต วิญญาณขันธ์ไม่เกิดคล้อยตามจิต รูปขันธ์ที่เกิดคล้อยตามจิตก็มี ที่ไม่เกิดคล้อยตามจิตก็มี

ขันธ์ ๓ เจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ขันธ์ ๒ ไม่เจือกับจิตและไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน

ขันธ์ ๓ เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดพร้อมกับจิต ขันธ์ ๒ ไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดพร้อมกับจิต

ขันธ์ ๓ เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิต ขันธ์ ๒ ไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดคล้อยตามจิต (๑๐)

๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา

{๙๔} วิญญาณขันธ์ เป็นธรรมภายใน ขันธ์ ๓ เป็นธรรมภายนอก รูปขันธ์ที่เป็นภายในก็มี ที่เป็นภายนอกก็มี

ขันธ์ ๔ ไม่เป็นอุปาทารูป รูปขันธ์ที่เป็นอุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี (ขันธ์ ๕) ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองก็มีขันธ์ ๔ ไม่เป็นอุปาทาน สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทานก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

หน้า ๑๐๐

รูปขันธ์วิปปยุตจากอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี

รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทาน และเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน

ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีรูปขันธ์วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี (๑๑)

หน้า ๑๐๑

๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา

{๙๕} ขันธ์ ๔ ไม่เป็นกิเลส สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี รูปขันธ์เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี

รูปขันธ์อันกิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง ขันธ์ ๔ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี

รูปขันธ์วิปปยุตจากกิเลส ขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี

รูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ากิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มีรูปขันธ์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วย

หน้า ๑๐๒

กิเลส ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มีรูปขันธ์ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ขันธ์ ๔ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสหรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี (๑๒)

๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา

{๙๖} รูปขันธ์อันโสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณ ขันธ์ ๔ ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณก็มี

รูปขันธ์อันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณ ขันธ์ ๔ ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี

รูปขันธ์ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี

รูปขันธ์ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ ขันธ์ ๔ ที่มีเหตุอัน มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี

รูปขันธ์ไม่มีวิตก ขันธ์ ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี รูปขันธ์ไม่มีวิจาร ขันธ์ ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี

รูปขันธ์ไม่มีปีติ ขันธ์ ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี รูปขันธ์ไม่สหรคตด้วยปีติ ขันธ์ ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี

หน้า ๑๐๓

ขันธ์ ๒ ไม่สหรคตด้วยสุข ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี

ขันธ์ ๒ ไม่สหรตด้วยอุเบกขา ขันธ์ ๓ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี

รูปขันธ์เป็นกามาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นรูปาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี รูปขันธ์ไม่เป็นอรูปาวจร ขันธ์ ๔ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี รูปขันธ์เป็นธรรมนับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ขันธ์ ๔ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มีรูปขันธ์เป็นไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ ขันธ์ ๔ ที่เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ก็มี

รูปขันธ์เป็นธรรมให้ผลไม่แน่นอน ขันธ์ ๔ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี

รูปขันธ์เป็นธรรมมีธรรมอื่นยิ่งกว่า ขันธ์ ๔ ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี

รูปขันธ์เป็นธรรมไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ขันธ์ ๔ ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ฉะนี้แล (๑๓)

จบ ปัญหาปุจฉกะ

จบ ขันธวิภังค์ บริบูรณ์

หน้า ๑๐๔

๒. อายตนวิภังค์

๑. สุตตันตภาชนีย์

{๙๗} [๑๕๔] อายตนะ ๑๒ คือ

๑. จักขายตนะ ๒. รูปายตนะ

๓. โสตายตนะ ๔. สัททายตนะ

๕. ฆานายตนะ ๖. คันธายตนะ

๗. ชิวหายตนะ ๘. รสายตนะ

๙. กายายตนะ ๙. โผฏฐัพพายตนะ

๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ

{๙๘} จักขุไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา รูปไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา โสตะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา สัททะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ฆานะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา คันธะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ชิวหาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา รสไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา กายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา โผฏฐัพพะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา มโนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ธรรมไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา

จบ สุตตันตภาชนีย์

จบ ปัญหาปุจฉกะ