arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · เหตุสเหตุกทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๑–๑๒๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในเหตุสเหตุกทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ เหตุสเหตุกทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๒ หน้า ๘๙–๑๐๓

หน้า ๘๙

๔. เหตุสเหตุกทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๑๑๑} [๑๓๖] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ อโลภะเป็นปัจจัยแก่อโทสะอโมหะโดยเหตุปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ อโลภะเป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (พึงให้พิสดาร) (๓)

อารัมมณปัจจัย

{๑๑๒} [๑๓๗] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นเหตุ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะ

หน้า ๙๐

ปรารภสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๓)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อน ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ... ผล ... กิเลสที่ละได้แล้ว ... กิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในก่อน เห็นแจ้งขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน ... (ข้อความนี้ไม่แตกต่างกับข้อความตอนต้น) (๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน ... (ข้อความนี้ไม่แตกต่างกับข้อความตอนต้น) (๓)

[๑๓๘] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย สภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๑)

หน้า ๙๑

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๓)

อธิปติปัจจัย

{๑๑๓} [๑๓๙] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น สภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและอธิปติธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒)

หน้า ๙๒

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓)

[๑๔๐] สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลกรรมที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อน ... ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผล ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำสภาวธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ... ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

หน้า ๙๓

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ... (เหมือนข้อความตอนต้น)

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมซึ่งมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ... (เหมือนข้อความตอนต้น)

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓)

[๑๔๑] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น สภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายซึ่งเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำสภาวธรรมที่เป็น

หน้า ๙๔

เหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๓)

อนันตรปัจจัย

{๑๑๔} [๑๔๒] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุขึ้นเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)

[๑๔๓] สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัยอนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ... เนวสัญญานาสัญญายตนะของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู (ย่อ) (๒)

หน้า ๙๕

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... (๓)(บทที่มีสภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นมูลทั้ง ๓ วาร เป็นอย่างเดียวกัน)

[๑๔๔] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)

สหชาตาทิปัจจัย

{๑๑๕} [๑๔๕] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย (ทั้ง ๓ ปัจจัยเหมือนกับเหตุปัจจัย ในปฏิจจวาร)

หน้า ๙๖

อุปนิสสยปัจจัย

{๑๑๖} [๑๔๖] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มมูลบทเข้ามา) สภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มมูลบทเข้ามา) สภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลทั้งหลายแห่งปัญหาทั้งสองนี้)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย

มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ ...อาศัยศีล ... ความปรารถนาแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ความปรารถนา ... มรรค ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)(ในสเหตุกนเหตุมูลกนัยพึงให้พิสดารด้วยเหตุนี้ ที่เหลือมี ๒ วาร)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลบททั้งสอง) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) สภาวธรรม

หน้า ๙๗

ที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

อาเสวนปัจจัย

{๑๑๗} [๑๔๗] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอาเสวนปัจจัย (เหมือนกับอนันตรปัจจัย)

กัมมปัจจัย

{๑๑๘} [๑๔๘] สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย

หน้า ๙๘

ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแต่วิปากขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นเหตุทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)

วิปากปัจจัย

{๑๑๙} [๑๔๙] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยวิปากปัจจัย คือ อโลภะซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะโดยวิปากปัจจัย (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) ในปฏิสนธิขณะอโลภะ ... (พึงขยายให้พิสดารเหมือนกับเหตุปัจจัย พึงกำหนดว่าเป็นวิบากทั้ง ๙ วาร)

อาหาราทิปัจจัย

{๑๒๐} [๑๕๐] สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร

{๑๒๑} สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอินทริยปัจจัย (พึงกำหนดว่าเป็นอินทรีย์ แม้วารทั้ง ๙ ก็บริบูรณ์แล้ว)

{๑๒๒} สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาร

{๑๒๓} สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย

หน้า ๙๙

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๑๒๔} [๑๕๑] ในเหตุปัจจัยมี ๓ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”

ในอธิปติปัจจัย ” ๙ ”

ในอนันตรปัจจัย ” ๙ ”

ในสมนันตรปัจจัย ” ๙ ”

ในสหชาตปัจจัย ” ๙ ”

ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๙ ”

ในนิสสยปัจจัย ” ๙ ”

ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”

ในอาเสวนปัจจัย ” ๙ ”

ในกัมมปัจจัย ” ๓ ”

ในวิปากปัจจัย ” ๙ ”

ในอาหารปัจจัย ” ๓ ”

ในอินทริยปัจจัย ” ๙ ”

ในฌานปัจจัย ” ๓ ”

ในมัคคปัจจัย ” ๙ ”

ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๙ ”

ในอัตถิปัจจัย ” ๙ ”

ในนัตถิปัจจัย ” ๙ ”

ในวิคตปัจจัย ” ๙ ”

ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”

(พึงนับอย่างนี้)

จบ อนุโลม

หน้า ๑๐๐

๒. ปัจจนียุทธาร

{๑๒๕} [๑๕๒] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่ใช่เหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)[๑๕๓] สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย

เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)[๑๕๔] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

หน้า ๑๐๑

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ ทั้งที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

{๑๒๖} [๑๕๕] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

(ย่อ ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาร พึงนับอย่างนี้)

จบ ปัจจนียะ

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

{๑๒๗} [๑๕๖] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในนอธิปติปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนอนันตรปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๓ ”

(ย่อ ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๓ วาร)

ในนมัคคปัจจัย ” ” ๓ ”

ในโนนัตถิปัจจัย ” ” ๓ ”

ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๓ ”

(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลมปัจจนียะ

หน้า ๑๐๒

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

{๑๒๘} [๑๕๗] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในอธิปติปัจจัย ” ” ๙ ”

ในอนันตรปัจจัย ” ” ๙ ”

ในสมนันตรปัจจัย ” ” ๙ ”

ในสหชาตปัจจัย ” ” ๓ ”

ในอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนิสสยปัจจัย ” ” ๓ ”

ในอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ”

ในอาเสวนปัจจัย ” ” ๙ ”

ในกัมมปัจจัย ” ” ๓ ”

ในวิปากปัจจัย ” ” ๓ ”

ในอาหารปัจจัย ” ” ๓ ”

ในอินทริยปัจจัย ” ” ๓ ”

ในฌานปัจจัย ” ” ๓ ”

ในมัคคปัจจัย ” ” ๓ ”

ในสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๓ ”

ในอัตถิปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนัตถิปัจจัย ” ” ๙ ”

ในวิคตปัจจัย ” ” ๙ ”

ในอวิคตปัจจัย ” ” ๓ ”

(พึงนับอย่างนี้) จบ ปัจจนียานุโลม

(จบ ปัญหาวาร)

จบ เหตุสเหตุกทุกะ

หน้า ๑๐๓

๕. เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

{๑๒๙} [๑๕๘] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะอโมหะอาศัยอโลภะเกิดขึ้น ... (พึงผูกเป็นจักรนัย) โมหะอาศัยโลภะเกิดขึ้น ... (พึงผูกเป็นจักรนัย) ในปฏิสนธิขณะ ...

(พึงขยายให้พิสดารเหมือนกับเหตุสเหตุกทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)

จบ เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ

๖. นเหตุสเหตุกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๑๓๐} [๑๕๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ ทั้งที่ไม่เป็นเหตุและที่ไม่มีเหตุอาศัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)

จบ ปัญหาวาร