พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สเหตุกทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐–๑๐๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในสเหตุกทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สเหตุกทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๒ หน้า ๖๒–๘๔
๒. สเหตุกทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๘๐} [๙๖] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)[๙๗] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย
คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๘๑} [๙๘] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ในกาลก่อน ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานพระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ... พิจารณาผล ... กิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในก่อน เห็นแจ้งขันธ์ที่มีเหตุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว วิบากที่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะรู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่มีเหตุด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ
... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์ที่มีเหตุ ขันธ์ที่มีเหตุจึงเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลเห็นแจ้งขันธ์ที่มีเหตุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว วิบากที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เพราะปรารภขันธ์ที่มีเหตุ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่มีเหตุ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)
[๙๙] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว
วิบากที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลโดยอารัมมณปัจจัย พิจารณากิเลสที่ละได้แล้วซึ่งไม่มีเหตุ ... รู้กิเลสที่ข่มได้แล้วในก่อน เห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว วิบากที่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่มีเหตุด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (ยถากัมมูปคญาณ) อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุ ขันธ์ที่มีเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภจักขุ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภโสตะ ... หทัยวัตถุ ... เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)
[๑๐๐] สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ขันธ์ที่มีเหตุจึงเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)
อธิปติปัจจัย
{๘๒} [๑๐๑] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌาน ... พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผล ... ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่มีเหตุ ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ... ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายพิจารณา
นิพพาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลโดยอธิปติปัจจัย ยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีเหตุทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำจักขุเป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ... ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)
อนันตรปัจจัย
{๘๓} [๑๐๒] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะโดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
[๑๐๓] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย
ภวังคจิตที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มี เหตุโดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยอนันตรปัจจัย (๓)
[๑๐๔] สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ
ซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
สหชาตาทิปัจจัย
{๘๔} [๑๐๕] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยสหชาตปัจจัย (เหมือนกับสหชาตปัจจัยในปฏิจจวาร ในที่นี้ไม่มีฆฏนา) เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย (เหมือนกับนิสสยปัจจัยในปฏิจจวาร ในที่นี้ไม่มีฆฏนา)
อุปนิสสยปัจจัย
{๘๕} [๑๐๖] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอุปนิสสย ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
[๑๐๗] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ สุขทางกายเป็นปัจจัยแก่สุขทางกายทุกข์ทางกายและโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย โมหะเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะ และโมหะเป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยสุขทางกายแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ อาศัยทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะ ... อาศัยโมหะแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ สุขทางกาย ... และโมหะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ปัญญา ... ราคะ ... ความปรารถนา ... มรรค ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ สุขทางกายและโมหะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
[๑๐๘] สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออนันตรูปนิสสยปัจจัย
ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
ปุเรชาตปัจจัย
{๘๖} [๑๐๙] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว วิบากที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัยที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิด เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว วิบากที่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ... หทัยวัตถุขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น
ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
ปัจฉาชาตาทิปัจจัย
{๘๗} [๑๑๐] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีเหตุซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
และอุทธัจจะซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
{๘๘} สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอาเสวนปัจจัย (เหมือนกับอนันตรปัจจัย อาวัชชนะก็ดี ภวังค์ก็ดีไม่มี แม้วารทั้ง ๙ ในอาเสวนปัจจัยก็พึงเว้นเสีย)
กัมมปัจจัย
{๘๙} [๑๑๑] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ ที่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ที่ไม่มีเหตุและกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัยที่เป็นนานาขณิก กัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ที่มีเหตุและกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
วิปากปัจจัย
{๙๐} [๑๑๒] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยวิปากปัจจัย คือ วิปากขันธ์ ๑ ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปากปัจจัย คือ วิปากขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปากปัจจัย คือ วิปากขันธ์ ๑ ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปากปัจจัย คือ วิปากขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปากปัจจัย (๑)
อาหารปัจจัย
{๙๑} [๑๑๓] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย (๑)
อินทริยาทิปัจจัย
{๙๒} [๑๑๔] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอินทริยปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ... จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๑){๙๓} สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
{๙๔} สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาร
{๙๕} สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยสัมปยุตตปัจจัย (อีก ๖ วาร เหมือนกับสัมปยุตตปัจจัยในปฏิจจวาร)
วิปปยุตตปัจจัย
{๙๖} [๑๑๕] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย
อัตถิปัจจัย
{๙๗} [๑๑๖] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)
[๑๑๗] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ... (พึง เพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์)
ที่เป็นปุรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ววิบากที่ไม่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว วิบากที่มีเหตุจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารถจักขุ ... หทัยวัตถุ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะโดยอัตถิปัจจัย (๓)[๑๑๘] สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่มีเหตุและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ...
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีเหตุและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีเหตุและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่โมหะโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้ววิจิกิจฉาและอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ...
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโมหะโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๙๘} [๑๑๙] ในเหตุปัจจัย มี ๖ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๔ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในสมนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในสหชาตปัจจัย มี ๙ วาร
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๖ ”
ในนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ๓ ”
ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ๓ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ๙ ”
ในกัมมปัจจัย ” ๔ ”
ในวิปากปัจจัย ” ๔ ”
ในอาหารปัจจัย ” ๔ ”
ในอินทริยปัจจัย ” ๔ ”
ในฌานปัจจัย ” ๔ ”
ในมัคคปัจจัย ” ๓ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๖ ”
ในวิปปยุตตปัจจัย ” ๕ ”
ในอัตถิปัจจัย ” ๙ ”
ในนัตถิปัจจัย ” ๙ ”
ในวิคตปัจจัย ” ๙ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลม
๒. ปัจจนียุทธาร
{๙๙} [๑๒๐] สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)
[๑๒๑] สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
[๑๒๒] สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุและสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
{๑๐๐} [๑๒๓] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร (ย่อ)
(ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาร)
ในนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาร
(พึงนับอย่างนี้) จบ ปัจจนียะ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
{๑๐๑} [๑๒๔] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๖ วาร
ในนอธิปติปัจจัย ” ” ๖ ”
ในนอนันตรปัจจัย ” ” ๖ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๖ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๒ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๖ ” (ย่อ)
ในนมัคคปัจจัย ” ” ๖ ”
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๒ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๒ ”
ในโนนัตถิปัจจัย ” ” ๖ ”
ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๖ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๑๐๒} [๑๒๕] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอธิปติปัจจัย ” ” ๔ ”
ในอนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในสมนันตรปัจจัย ” ” ๙ ”
ในสหชาตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๖ ”
ในนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ”
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ” ๓ ”
ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ” ๓ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ” ๙ ”
ในกัมมปัจจัย ” ” ๔ ”
ในวิปากปัจจัย ” ” ๔ ”
ในอาหารปัจจัย ” ” ๔ ”
ในอินทริยปัจจัย ” ” ๔ ”
ในฌานปัจจัย ” ” ๔ ”
ในมัคคปัจจัย ” ” ๓ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๖ ”
ในวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๕ ”
ในอัตถิปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนัตถิปัจจัย ” ” ๙ ”
ในวิคตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ” ๙ ”
(พึงนับอย่างนี้)
จบ ปัจจนียานุโลม
(จบ ปัญหาวาร)
จบ สเหตุกทุกะ
๓. เหตุสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
เหตุปัจจัย
{๑๐๓} [๑๒๖] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยเหตุเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากเหตุอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
(พึงให้พิสดารด้วยเหตุนี้ เหมือนกับสเหตุกทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
จบ เหตุสัมปยุตตทุกะ
๔. เหตุสเหตุกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๐๔} [๑๒๗] สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักรนัย) โมหะอาศัยโลภะเกิดขึ้น ... (พึงผูกเป็นจักรนัย) ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะเกิดขึ้น ... (พึงผูกเป็นจักรนัย) (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
จบ ปัญหาวาร