พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ
ปัจจยวาร เล่ม ๔๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๕๓–๔๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๔ ในสัญโญชนสัมปยุตตทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เหตุ
๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ปัจจยวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๒ หน้า ๒๑๕–๒๑๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๒ หน้า ๒๙๗–๓๐๒
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ตีณิ. (ปฏิจฺจสทิสํ.)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. (ยาว ปฏิสนฺธิ.) เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ วตฺถุํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา. วตฺถุํ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. (๒)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงปฏิสนธิ) ... ทำ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่ วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๑)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. สญฺโญชนสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. (๒)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่ วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และทำมหาภูตรูป ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
อารมฺมณ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ตีณิ (ปฏิจฺจสทิสา.)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. (ยาว ปฏิสนฺธิ.) วตฺถุํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา. จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา. วตฺถุํ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปจฺจยา สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. (๒)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ. (๓)
อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงปฏิสนธิ) ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์ทำโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่ วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๑)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๒)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา. อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห จ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่ วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และโมหะทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
อธิปติตฺยาทิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ฯเปฯ อวิคตปจฺจยา ฯเปฯ ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร
อธิปติปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย ฯลฯ
สุทฺธ เหตุยา นว, อารมฺมเณ นว, อธิปติยา นว, (สพฺพตฺถ นว.) วิปาเก เอกํ, อาหาเร นว ฯเปฯ อวิคเต นว. อนุโลมํ. _____ ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ)
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ
นเหตุ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห. (๑)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๒)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ (ยาว อสญฺญสตฺตา.) จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ อุทฺธจฺจสหคโต โมโห จ. (๑)
สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห. (๒)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งวิปปยุตจากสังโยชน์ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) จักขุวิญญาณทำ จักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งวิปปยุตจากสังโยชน์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำหทัยวัตถุให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห. (๑) สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห (สงฺขิตฺตํ.) (๒) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ย่อ) (๒)
สุทฺธ นเหตุยา ฉ, นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอญฺญมญฺเญ ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ, นปุเรชาเต สตฺต, นปจฺฉาชาเต นว, นอาเสวเน นว, นกมฺเม จตฺตาริ, นวิปาเก นว, นอาหาเร เอกํ, นอินฺทฺริเย เอกํ, นฌาเน เอกํ, นมคฺเค เอกํ, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต ฉ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ.
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
_____ ๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุทุก เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, (สงฺขิตฺตํ. เอวํ กาตพฺพํ.)
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ (ย่อ พึงทำอย่างนี้)
_____ ๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุทุก นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ฉ, (สพฺพตฺถ ฉ.) วิปาเก เอกํ, อาหาเร ฉ ฯเปฯ มคฺเค ฉ ฯเปฯ อวิคเต ฉ. (นิสฺสยวาโรปิ ปจฺจยวารสทิโส.) _____ ๒๒. สญฺโญชนสมฺปยุตฺตทุก ๕. สํสฏฺฐวาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๖ วาระ)
วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย ” มี ๖ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๖ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๖ วาระ
(นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)
จบ ปัจจยวาร