arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · รูปีทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗๐–๒๘๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในรูปีทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ รูปีทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๒ หน้า ๑๙๗–๒๑๐

หน้า ๑๙๗

๑๑. รูปีทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๒๗๐} [๑๑๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยเหตุปัจจัยคือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ... (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)

อารัมมณปัจจัย

{๒๗๑} [๑๑๒] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กพฬิงการาหารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาน อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)[๑๑๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน ... สมาทานศีล ... รักษาอุโบสถแล้ว

หน้า ๑๙๘

พิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อนออกจากฌานแล้ว ... พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค ผล นิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว ... กิเลสที่ข่มได้แล้ว กุศลที่เคยสั่งสมแล้วในกาลก่อน ... ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปโดยความเป็นสภาวไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่เป็นรูปด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

อธิปติปัจจัย

{๒๗๒} [๑๑๔] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอธิปติปัจจัย มี อย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... กพฬิงการาหาร ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะ ทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ... (ย่อ) นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค ผลโดยอธิปติปัจจัย ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่ไม่เป็นรูปทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ... ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

หน้า ๑๙๙

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยอธิปติปัจจัยมีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)

อนันตราทิปัจจัย

{๒๗๓} [๑๑๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปซึ่งเกิดหลัง ๆ ... ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย

(เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๗ วาร ในที่นี้ไม่มีฆฏนา เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาร เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๗ วาร ในที่นี้ไม่มีฆฏนา)

อุปนิสสยปัจจัย

{๒๗๔} [๑๑๖] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสย-

หน้า ๒๐๐

ปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ศีล ... ทุกข์ทางกายแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... ทุกข์ทางกายเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

ปุเรชาตปัจจัย

{๒๗๕} [๑๑๗] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... กพฬิงการาหารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ...

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปโดยปุเรชาตปัจจัย ... (๑)

ปัจฉาชาตปัจจัย

{๒๗๖} [๑๑๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)

อาเสวนปัจจัย

{๒๗๗} [๑๑๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๑)

หน้า ๒๐๑

กัมมปัจจัย

{๒๗๘} [๑๒๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยกัมมปัจจัยมี ๒ อย่างคือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัยที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)

วิปากปัจจัยและอาหารปัจจัย

{๒๗๙} [๑๒๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยวิปากปัจจัย มี ๓ วาร

หน้า ๒๐๒

{๒๘๐} สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร

อินทริยปัจจัย

{๒๘๑} [๑๒๒] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยอินทริยปัจจัย คือ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอินทริยปัจจัย มี ๓ วาร

สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์และจักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย ... กายินทรีย์ ...

ฌานาทิปัจจัย

{๒๘๒} [๑๒๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาร เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาร เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาร

หน้า ๒๐๓

วิปปยุตตปัจจัย

{๒๘๓} [๑๒๔] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาน ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่ กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

อัตถิอาทิปัจจัย

{๒๘๔} [๑๒๕] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๑ ... (พึงเพิ่มข้อความเขัามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์) กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)

หน้า ๒๐๔

สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... กพฬิงการาหารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย (๒)[๑๒๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)

หน้า ๒๐๕

[๑๒๗] สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๒)เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๒๘๕} [๑๒๘] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ” ๒ ”

หน้า ๒๐๖

ในอธิปติปัจจัย มี ๔ วาร

ในอนันตรปัจจัย ” ๑ ”

ในสมนันตรปัจจัย ” ๑ ”

ในสหชาตปัจจัย ” ๗ ”

ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๖ ”

ในนิสสยปัจจัย ” ๗ ”

ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๒ ”

ในปุเรชาตปัจจัย ” ๑ ”

ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ๑ ”

ในอาเสวนปัจจัย ” ๑ ”

ในกัมมปัจจัย ” ๓ ”

ในวิปากปัจจัย ” ๓ ”

ในอาหารปัจจัย ” ๔ ”

ในอินทริยปัจจัย ” ๖ ”

ในฌานปัจจัย ” ๓ ”

ในมัคคปัจจัย ” ๓ ”

ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๑ ”

ในวิปปยุตตปัจจัย ” ๒ ”

ในอัตถิปัจจัย ” ๗ ”

ในนัตถิปัจจัย ” ๑ ”

ในวิคตปัจจัย ” ๑ ”

ในอวิคตปัจจัย ” ๗ ”

จบ อนุโลม

หน้า ๒๐๗

๒. ปัจจนียุทธาร

{๒๘๖} [๑๒๙] สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)

สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นรูปโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๒๘๗} [๑๓๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๗ วาร

ในนอารัมมณปัจจัย ” ๗ ”

ในนอธิปติปัจจัย ” ๗ ”

หน้า ๒๐๘

ในนอนันตรปัจจัย มี ๗ วาร

ในนสมนันตรปัจจัย ” ๗ ”

ในนสหชาตปัจจัย ” ๖ ”

ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ๖ ”

ในนนิสสยปัจจัย ” ๖ ”

ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ๗ ”

ในนปุเรชาตปัจจัย ” ๗ ” ...

ในนมัคคปัจจัย ” ๗ ”

ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ๖ ”

ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ๕ ”

ในนอัตถิปัจจัย ” ๔ ”

ในโนนัตถิปัจจัย ” ๗ ”

ในโนวิคตปัจจัย ” ๗ ”

ในโนอวิคตปัจจัย ” ๔ ”

(พึงนับอย่างนี้) จบ ปัจจนียะ

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

{๒๘๘} [๑๓๑] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในนอธิปติปัจจัย กับ ... ” ๓ ”

ในนอนันตรปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๑ ”

ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๓ ”

(ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๓ วาร)

หน้า ๒๐๙

ในนสัมปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”

ในโนนัตถิปัจจัย ” ” ๓ ”

ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๓ ”

(พึงนับอย่างนี้)

จบ อนุโลมปัจจนียะ

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

{๒๘๙} [๑๓๒] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร

ในอธิปติปัจจัย กับ ... ” ๔ ”

(พึงเพิ่มอนุโลมมาติกาเข้ามาด้วย)

ในอวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๗ วาร

จบ ปัจจนียานุโลม

(จบ ปัญหาวาร)

จบ รูปีทุกะ

หน้า ๒๑๐

๑๒. โลกิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๒๙๐} [๑๓๓] สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ... ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ... จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... (๑)[๑๓๔] สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระอาศัยสภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้น ... (๒)

สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระอาศัยสภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (๓)

สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นโลกุตตระและมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... (ย่อ) (๑)

จบ ปัญหาวาร