พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปริตตารัมมณัตติกะ
ปฏิจจวาร เล่ม ๔๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๔๑–๑๕๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในปริตตารัมมณัตติกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปริตตารัมมณัตติกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๑ หน้า ๕๒๔–๕๓๐
๑๓. ปริตรตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๕๔๑} [๑] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
{๑๕๔๒} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ... (๑)
{๑๕๔๓} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มี
อารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
อารัมมณาทิปัจจัย
{๑๕๔๔} [๒] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย ... เพราะ
อวิคตปัจจัย
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
{๑๕๔๕} [๓]ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ,, ๓ ,,
ในอธิปติปัจจัย มี ๓ วาร
ในอวิคตปัจจัย ,, ๓ ,,
(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลม
๒. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
{๑๕๔๖} [๔] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในอเหตุกปฏิสนธิขณะขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและ
อุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
{๑๕๔๗} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ (๑)
{๑๕๔๘} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
นอธิปติปัจจัย
{๑๕๔๙} [๕] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
{๑๕๕๐} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
{๑๕๕๑} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น … ขันธ์ ๒ ... (๑)
นปุเรชาตาทิปัจจัย
{๑๕๕๒} [๖] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
{๑๕๕๓} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... เพราะนปุเรชาตปัจจัย (ในสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ไม่มีปฏิสนธิ) (๑)
{๑๕๕๔} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓
อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ...
(นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัยเหมือนกับนอธิปติปัจจัย)
นกัมมปัจจัย
{๑๕๕๕} [๗] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้น (๑)
{๑๕๕๖} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะ
อาศัยขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น (๑)
{๑๕๕๗} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่มีอารมณ์เป็น
อัปปมาณะอาศัยขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น (๑)
นวิปากาทิปัจจัย
{๑๕๕๘} [๘] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะนฌานปัจจัย คือขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ...
เพราะนมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
{๑๕๕๙} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
{๑๕๖๐} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
นวิปปยุตตปัจจัย
{๑๕๖๑} [๙] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่มีสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดขึ้น ... (๑)
{๑๕๖๒} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะเกิดขึ้น ... (๑)
{๑๕๖๓} สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะอาศัยสภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
{๑๕๖๔} [๑๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนอธิปติปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนอาเสวนปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนกัมมปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนฌานปัจจัย ,, ๑ ,,
ในนมัคคปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ๓ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ ปัจจนียะ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
{๑๕๖๕} [๑๑] ในนอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนกัมมปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ อนุโลมปัจจนียะ
๓. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๑๕๖๖} [๑๒] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอนันตรปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๒ ,,
ในกัมมปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๑ ,,
ในอาหารปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในฌานปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในมัคคปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนัตถิปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิคตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ ปัจจนียานุโลม
จบ ปฏิจจวาร
(สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตต
วารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๒. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๕๖๗} [๑๓] สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีอารมณ์เป็นปริตตะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะสภาวธรรมที่เป็นเหตุที่มีอารมณ์เป็นปริตตะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)
จบ ปฏิจจวาร