พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปริตตารัมมณัตติกะ
ปฏิจจวาร เล่ม ๔๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๔๑–๑๕๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในปริตตารัมมณัตติกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เหตุ
๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปริตตารัมมณัตติกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๑)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๑ หน้า ๓๔๒–๓๔๖ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๑ หน้า ๔๖๑–๔๖๖
ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑)
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตารมฺมณํ ฯเปฯ (๑)
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑)
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิด ขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิด ขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒... (๑)
อารมฺมณาทิ ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. อธิปติปจฺจยา. (สงฺขิตฺตํ.) อวิคตปจฺจยา. ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร
อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ย่อ) เพราะอวิคตปัจจัย
ล เหตุยา ตีณิล อารมฺมเณ ตีณิ, อธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต ตีณิ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมํ. ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)
อนุโลม จบ
นเหตุ ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีปริตตะ เป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคต ด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมหัคคตะ เป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วย อุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมี อัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
นอธิปติ ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา. ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา. มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑) อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา. อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑)
นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็น อารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็น อารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็น อารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
นปุเรชาตาทิ ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา. อรูเป ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา. อรูเป มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (มหคฺคตารมฺมเณ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ.) (๑)
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา. อรูเป อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (นปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ นอาเสวนปจฺจยญฺจ นอธิปติสทิสํ.)
นปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มี ปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็น อารมณ์ไม่มีปฏิสนธิ) (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (นปัจฉาชาตปัจจัยและ นอาเสวนปัจจัยเหมือนกับนอธิปติปัจจัย)
นกมฺม ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. ปริตฺตารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมณา เจตนา. (๑) มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. มหคฺคตารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมณา เจตนา. (๑)
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. อปฺปมาณารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา. (๑)
นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มี ปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มี มหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็น อารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัย ขันธ์ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑)
นวิปากาทิ ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา. (ปฏิสนฺธิ นตฺถิ.) นฌานปจฺจยา. ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา.นมคฺคปจฺจยา. อเหตุกํ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา ฯเปฯ มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นมคฺคปจฺจยา. อเหตุกํ มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑)
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นมคฺคปจฺจยา. อเหตุกํ อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑)
นวิปากปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... เพราะ นมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมหัคคตะ เป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมี อัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
นวิปฺปยุตฺต ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา. อรูเป ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ (๑)
มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา. อรูเป มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ (๑)
อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา. อรูเป อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา. (๑) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร
นวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
นเหตุยา ตีณิ, นอธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ นปุเรชาเต ตีณิล นปจฺฉาชาเต ตีณิล นอาเสวเน ตีณิ, นกมฺเม ตีณิ, นวิปาเก ตีณิ, นฌาเน เอกํ, นมคฺเค ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) ปจฺจนียํ.
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)
ปัจจนียะ จบ
๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ, นปุเรชาเต ตีณิ, นปจฺฉาชาเต ตีณิ, นอาเสวเน ตีณิ, นกมฺเม ตีณิ, นวิปาเก ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมปจฺจนียํ.
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)
อนุโลมปัจจนียะ จบ
๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุทุก นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ, อนนฺตเร ตีณิ, สมนนฺตเร ตีณิ, สหชาเต ตีณิ, อญฺญมญฺเญ ตีณิ, นิสฺสเย ตีณิล อุปนิสฺสเย ตีณิ, ปุเรชาเต ตีณิ, อาเสวเน เทฺว, กมฺเม ตีณิ, วิปาเก เอกํ, อาหาเร ตีณิ, อินฺทฺริเย ตีณิ, ฌาเน ตีณิ, มคฺเค เทฺว, สมฺปยุตฺเต ตีณิ, วิปฺปยุตฺเต ตีณิ, อตฺถิยา ตีณิ, นตฺถิยา ตีณิ, วิคเต ตีณิ, อวิคเต ตีณิ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) ปจฺจนียานุโลมํ. ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต. (สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส.) ๑๓. ปริตฺตารมฺมณตฺติก ๗. ปญฺหาวาร ๑. ปจฺจยานุโลม ๑. วิภงฺควาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ
กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ
วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ
ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ
มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
(พึงนับอย่างนี้)
ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาร จบ
(สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวารเหมือน กับปฏิจจวาร)
จบ ปฏิจจวาร