พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกะ
สังสัฏฐวาร เล่ม ๔๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๕๗–๘๗๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๔ ในทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกะ สังสัฏฐวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๑ หน้า ๒๙๗–๓๐๖
ในนอาเสวนปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๗ วาร
ในนกัมมปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ,, ๑๗ ,,
ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๑๑ ,,
ในนนัตถิปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในนวิคตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๘๕๖} [๖๒] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๕ วาร
ในอนันตรปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในกัมมปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
ในอาหารปัจจัย ,, ,, ๕ ,,
{๘๕๗} สภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (๑)
{๘๕๘} สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
{๘๕๙} สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓)
{๘๖๐} [๖๔] สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณและที่มีเหตุไม่ใช่อัน
โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... (๑)
{๘๖๑} สภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณและที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)
อารัมมณปัจจัย
{๘๖๒} [๖๕] สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้น ...
ขันธ์ ๒ ... (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึง
ประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาระคนกับขันธ์ที่
สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณและที่มีเหตุไม่ใช่
อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓และโมหะระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๓)
... ระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ …
มี ๓ วาร
{๘๖๓} [๖๖] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรม
ที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓)
{ 864} สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรม
ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณและที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและโมหะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๒ และโมหะเกิดขึ้น (๑)
{๘๖๕} สภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณและที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ... (๑)
อธิปตยาทิปัจจัย
{๘๖๖} [๖๗] สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นขันธ์ ๒ ... (๑)
... ระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ ... มี๑ วาร
สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึง
ประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง
๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มี
เหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและไม่ใช่อันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย
สหชาตาทิปัจจัย
{๘๖๗} [๖๘] สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัยเพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัยเพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย
เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
{๘๖๘} [๖๙] ในเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอธิปติปัจจัย ,, ๓ ,,
ในอนันตรปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในสมนันตรปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในกัมมปัจจัยมี ๑๑ วาร
ในวิปากปัจจัย ,, ๑ ,,
ในอาหารปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในฌานปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนัตถิปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในวิคตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ อนุโลม
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
{๘๖๙} [๗๐] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๑)
{๘๗๐} สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
{๘๗๑} สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรค
เบื้องสูง ๓ พึงประหาณเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ... (๑)
นอธิปตยาทิปัจจัย
{๘๗๒} [๗๑] ...ระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (เหมือนกับสหชาตปัจจัย) เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย เพราะนกัมมปัจจัยมี ๗ วาร เพราะนวิปากปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัยเพราะนวิปปยุตตปัจจัย
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
{๘๗๓} [๗๒] ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนอธิปติปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนอาเสวนปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนกัมมปัจจัย ,, ๗ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในนฌานปัจจัย มี ๑ วาร
ในนมัคคปัจจัย ,, ๑ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ๑๑ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ ปัจจนียะ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
{๘๗๔} [๗๓]ในนอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนกัมมปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
{๘๗๕} [๗๔]ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอนันตรปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในสมันตรปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในกัมมปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๑ ,,
ในอาหารปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในฌานปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๒ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนัตถิปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิคตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
(พึงนับอย่างนี้)
จบ ปัจจนียานุโลม
จบ สังสัฏฐวาร
(สัมปยุตตวารเหมือนกับสังสัฏฐวาร)
๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๘๗๖} [๗๕] สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณโดยเหตุปัจจัย คือ
สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)
{๘๗๗} สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึง
ประหาณโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)
{๘๗๘} สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณและที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดา-ปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ ... มี ๓ วาร
![๗๖] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓พึงประหาณเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณโดยเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
{๘๗๙} สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณโดย
จบ สังสัฏฐวาร