arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ · มหาวรรค

อรกานุสาสนีสูตร เล่ม ๒๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรกานุสาสนีสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ มหาวรรค อรกานุสาสนีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๓)

บาลี (สยามรัฐ)

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อรโก นาม สตฺถา อโหสิ ติตฺถกโร กาเมสุ วีตราโค อรกสฺส โข ปน ภิกฺขเว สตฺถุโน อเนกานิ สาวกสตานิ อเหสุํ อรโก สตฺถา สาวกานํ เอวํ ธมฺมํ เทเสติ อปฺปกํ พฺราหฺมณ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหูปายาสํ มนฺตาย ๑ โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทุ สุริเย อุคฺคจฺฉนฺเต ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ น จิรฏฺฐิติกํ โหติ เอวเมว โข พฺราหฺมณ อุสฺสาวพินฺทูปมํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหูปายาสํ มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ

พฺราหฺมณ ถุลฺลผุสิตเก เทเว วสฺสนฺเต อุทกพุพฺพุลํ ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ น จิรฏฺฐิติกํ โหติ เอวเมว โข พฺราหฺมณ อุทกพุพฺพุลูปมํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหูปายาสํ มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ อุทเก ทณฺฑราชิ ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ น จิรฏฺฐิติกา โหติ เอวเมว โข พฺราหฺมณ อุทเก ทณฺฑราชูปมํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ ... นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ นที ปพฺพเตยฺยา ทูรงฺคมา สีฆโสตา หารหารินี นตฺถิ โส ขโณ วา ลโย วา มุหุตฺโต วา ยํ สา ธรติ ๒ อถโข สา คจฺฉเต จ ๓ วตฺตเต จ ๓ สนฺทเต จ

๓ เอวเมว โข พฺราหฺมณ นทีปพฺพเตยฺยูปมํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ ... นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ พลวา ปุริโส ชิวฺหคฺเค เขฬปิณฺฑํ สญฺญูหิตฺวา อปฺปกสิเรเนว วเมยฺย เอวเมว โข พฺราหฺมณ เขฬปิณฺฑูปมํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ ... นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ ทิวสสนฺตตฺเต อโยกฏาเห มํสเปสี ๑ ปกฺขิตฺตา ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ น จิรฏฺฐิติกา โหติ เอวเมว โข พฺราหฺมณ มํสเปสูปมํ มนุสฺสานํ ชีวิตํ ปริตฺตํ ลหุกํ ... นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ คาวี วชฺฌา อาฆาตนํ นียมานา ยญฺญเทว ๒ ปาทํ อุทฺธรติ สนฺติเก ๓ [๔] วธสฺส สนฺติเก มรณสฺส เอวเมว โข

พฺราหฺมณ คาวีวชฺฌูปมํ ๕ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหูปายาสํ มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ปญฺจวสฺสสติกา กุมาริกา อลํปเตยฺยา อโหสิ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ ฉเฬวาพาธา อเหสุํ สีตํ อุณฺหํ ชิคจฺฉา ปิปาสา อุจฺจาโร ปสฺสาโว โส หิ นาม ภิกฺขเว อรโก สตฺถา เอวํทีฆายุเกสุ มนุสฺเสสุ เอวํจิรฏฺฐิติเกสุ เอวํอปฺปาพาเธสุ สาวกานํ เอวํ ธมฺมํ เทเสสฺสติ อปฺปกํ พฺราหฺมณ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหูปายาสํ มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ

กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณนฺติ เอตรหิ [๖] ภิกฺขเว สมฺมา วทมาโน วเทยฺย อปฺปกํ ชีวิตํ มนุสฺสานํ ปริตฺตํ ลหุกํ พหุทุกฺขํ พหูปายาสํ มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณนฺติ เอตรหิ ภิกฺขเว โย จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย วา วสฺสสตํ โข ปน ภิกฺขเว ชีวนฺโต ตีณิเยว อุตุสตานิ ชีวติ อุตุสตํ เหมนฺตานํ อุตุสตํ คิมฺหานํ อุตุสตํ วสฺสานํ ตีณิ โข ปน ภิกฺขเว อุตุสตานิ ชีวนฺโต ทฺวาทสเยว มาสสตานิ ชีวติ จตฺตาริ มาสสตานิ เหมนฺตานํ จตฺตาริ มาสสตานิ คิมฺหานํ จตฺตาริ มาสสตานิ วสฺสานํ ทฺวาทส โข ปน ภิกฺขเว มาสสตานิ ชีวนฺโต

จตุวีสตึเยว อฑฺฒมาสสตานิ ชีวติ อฏฺฐฑฺฒมาสสตานิ เหมนฺตานํ อฏฺฐฑฺฒมาสสตานิ คิมฺหานํ อฏฺฐฑฺฒมาสสตานิ วสฺสานํ จตุวีสตึ โข ปน ภิกฺขเว อฑฺฒมาสสตานิ ชีวนฺโต ฉตฺตึสํเยว รตฺติสหสฺสานิ ชีวติ ทฺวาทส รตฺติสหสฺสานิ เหมนฺตานํ ทฺวาทส รตฺติสหสฺสานิ คิมฺหานํ ทฺวาทส รตฺติสหสฺสานิ วสฺสานํ ฉตฺตึสํ โข ปน ภิกฺขเว รตฺติสหสฺสานิ ชีวนฺโต เทฺวสตฺตติญฺเญว ๑ ภตฺตสหสฺสานิ ภุญฺชติ จตุวีสตึ ภตฺตสหสฺสานิ เหมนฺตานํ จตุวีสตึ ภตฺตสหสฺสานิ คิมฺหานํ จตุวีสตึ ภตฺตสหสฺสานิ วสฺสานํ สทฺธึ มาตุถญฺญาย สทฺธึ ภตฺตนฺตราเยน ตตฺรีเม ภตฺตนฺตรายา กุปิโตปิ ๒ ภตฺตํ น ภุญฺชติ ทุกฺขิโตปิ ภตฺตํ น ภุญฺชติ พฺยาธิโตปิ

ภตฺตํ น ภุญฺชติ อุโปสถิโกปิ ภตฺตํ น ภุญฺชติ อลาภเกนปิ ภตฺตํ น ภุญฺชติ อิติ โข ภิกฺขเว มยา วสฺสสตายุกสฺส มนุสฺสสฺส อายุปิ สงฺขาโต อายุปฺปมาณมฺปิ สงฺขาตํ อุตูปิ สงฺขาตา สํวจฺฉราปิ สงฺขาตา มาสาปิ สงฺขาตา อฑฺฒมาสาปิ สงฺขาตา รตฺตีปิ สงฺขาตา ทิวาปิ สงฺขาตา ภตฺตาปิ สงฺขาตา ภตฺตนฺตรายาปิ สงฺขาตา ยํ ภิกฺขเว สตฺถารา กรณียํ สาวกานํ หิเตสินา อนุกมฺปเกน อนุกมฺปํ อุปาทาย กตํ โว ตํ มยา เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺขมูลานิ เอตานิ สุญฺญาคารานิ ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนีติ ฯ

มหาวคฺโค ทุติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

หิริปุริสํ นาครํ อุปมา ๑ ธมฺมญฺญู ปาริฉตฺตกํ

สกฺกจฺจํ ภาวนํ ๒ อคฺคิ สุเนตฺตอรเกนานุสาสนีติ ๓ ฯ

_______________

วินยวคฺโค ตติโย

๑ ม. เทเสสิ ฯ ๒ ม. ปทุฏฺฐจิตฺโต ฯ ๓ ม. น โน ฯ

๑ ม. มนฺตายํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ สี. ถรติ ฯ ม. อาวตฺตติ ฯ ๓ ม. ว ฯ

๑ ม. มํสเปสิ ฯ ๒ ม. ยํ ยเทว ฯ ๓ ม. สนฺติเกว ฯ ๔ ม. โหติ ฯ

๕ ม. โควชฺฌูปมํ ฯ ๖ ม. ตํ ฯ

๑ ม. เทฺวสตฺตติเยว ฯ ๒ ม. กปิมิทุโธปิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ศาสดาชื่ออรกะ เป็นเจ้าลัทธิ ปราศจากความกำหนัดในกาม ก็อรกศาสดานั้นมีสาวกหลายร้อยคนเธอแสดงธรรมแก่สาวกอย่างนี้ว่าดูกรพราหมณ์ ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อยนิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก

จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มีดูกรพราหมณ์ หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า เมื่ออาทิตย์ขึ้นมา ย่อมแห้งหายไปได้เร็ว

ไม่ตั้งอยู่นาน แม้ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนหยาดน้ำค้าง ฉันนั้น

เหมือนกัน นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญาควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เพราะสัตว์ที่เกิดแล้วจะไม่ตายไม่มี ฯ

ดูกรพราหมณ์ เมื่อฝนตกหนัก หนาเม็ด ฟองน้ำย่อมแตกเร็ว ตั้งอยู่ไม่นาน แม้ฉันใดชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนฟองน้ำ ฉันนั้นเหมือนกัน นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี ฯ

ดูกรพราหมณ์ รอยไม้ที่ขีดลงไปในน้ำ ย่อมกลับเข้าหากันเร็ว ไม่ตั้งอยู่นาน แม้ฉันใดชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนรอยไม้ที่ขีดลงไปในน้ำฉันนั้นเหมือนกัน ... ฯ

ดูกรพราหมณ์ แม่น้ำไหลลงจากภูเขา ไหลไปไกล กระแสเชี่ยว พัดไปซึ่งสิ่งที่พอจะพัดไปได้ ไม่มีระยะเวลาหรือชั่วครู่ที่มันจะหยุด แต่ที่แท้แม่น้ำนั้นมีแต่ไหลเรื่อยไปถ่ายเดียว แม้ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่น้ำที่ไหลลงจากภูเขา ฉันนั้นเหมือนกัน ... ฯ

ดูกรพราหมณ์ บุรุษมีกำลัง อมก้อนเขฬะไว้ที่ปลายลิ้น แล้วพึงถ่มไปโดยง่ายดายแม้ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนก้อนเขฬะฉันนั้นเหมือนกัน ... ฯ

ดูกรพราหมณ์ ชิ้นเนื้อที่ใส่ไว้ในกะทะเหล็ก ไฟเผาตลอดทั้งวัน ย่อมจะย่อยยับไปรวดเร็ว ไม่ตั้งอยู่นาน แม้ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนชิ้นเนื้อ ฉันนั้นเหมือนกัน ... ฯ

ดูกรพราหมณ์ แม่โคที่จะถูกเชือด ที่เขานำไปสู่ที่ฆ่า ย่อมก้าวเท้าเดินไปใกล้ที่ฆ่าใกล้ความตาย แม้ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่โคที่จะถูกเชือด ฉันนั้นเหมือนกัน นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา

ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็โดยสมัยนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ๖๐,๐๐๐ ปี เด็กหญิงมีอายุ ๕๐๐ ปี จึงควรแก่การมีสามี ก็โดยสมัยนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอาพาธ ๖ อย่างเท่านั้น คือ

เย็น ร้อน หิว ระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อรกศาสดานั้น

เมื่อมนุษย์ทั้งหลายมีอายุยืนตั้งอยู่นาน มีอาพาธน้อยอย่างนี้ จักแสดงธรรมให้สาวกฟังอย่างนี้ว่าดูกรพราหมณ์ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อย นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบันนี้ เมื่อจะกล่าวโดยชอบ ก็พึงกล่าวว่า ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อย นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา

ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบันนี้ คนที่มีอายุอยู่ได้นาน ก็เพียงร้อยปีหรือน้อยกว่านั้นบ้าง เกินกว่าบ้าง

ก็คนที่มีอายุอยู่ถึงร้อยปี ย่อมอยู่ครบ ๓๐๐ ฤดู คือ ฤดูหนาว ๑๐๐ ฤดูร้อน ๑๐๐ ฤดูฝน ๑๐๐คนที่มีอายุอยู่ถึง ๓๐๐ ฤดู ย่อมอยู่ครบ ๑,๒๐๐ เดือน คือ ฤดูหนาว ๔๐๐ เดือน ฤดูร้อน ๔๐๐

เดือน ฤดูฝน ๔๐๐ เดือน คนที่มีอายุอยู่ถึง ๑,๒๐๐ เดือน ย่อมอยู่ครบ ๒,๔๐๐ กึ่งเดือน คือฤดูหนาว ๘๐๐ กึ่งเดือน ฤดูร้อน ๘๐๐ กึ่งเดือนฤดูฝน ๘๐๐ กึ่งเดือน คนที่มีอายุอยู่ครบ

๒,๔๐๐ กึ่งเดือน ย่อมอยู่ครบ ๓๖,๐๐๐ราตรี คือ ฤดูหนาว ๑,๒๐๐ ราตรี ฤดูร้อน ๑,๒๐๐ ราตรีฤดูฝน ๑,๒๐๐ ราตรีคนที่มีอายุอยู่ถึง ๓๖,๐๐๐ ราตรี ย่อมบริโภคอาหาร ๗๒,๐๐๐ เวลา คือ

ฤดูหนาว๒๔,๐๐๐ เวลา ฤดูร้อน ๒๔,๐๐๐ เวลา ฤดูฝน ๒๔,๐๐๐ เวลา พร้อมๆ กับดื่มนมมารดาและอันตรายแห่งการบริโภคอาหาร ใน ๒ ประการนั้น อันตรายแห่งการบริโภคอาหารมีดังนี้ คือ คนโกรธย่อมไม่บริโภคอาหาร คนมีทุกข์ก็ไม่บริโภคอาหาร คนป่วยไข้ก็ไม่บริโภคอาหาร คนรักษาอุโบสถก็ไม่บริโภคอาหาร เพราะไม่ได้อาหารจึงไม่บริโภคอาหาร ดูกรภิกษุทั้งหลายเราได้กำหนดอายุ ประมาณแห่งอายุ ฤดู ปี เดือน กึ่งเดือน ราตรี วัน การบริโภคอาหารและอันตรายแห่งการบริโภคอาหาร ของมนุษย์ผู้มีอายุร้อยปี ด้วยประการดังนี้แล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลายกิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์เอื้อเอ็นดู พึงกระทำแก่สาวก

กิจนั้นเรากระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ขอเธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท อย่าต้องเป็นผู้เดือดร้อนใจในภายหลังเลย นี้คืออนุศาสนีของเราสำหรับเธอทั้งหลาย ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบมหาวรรคที่ ๒

___________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. หิริสูตร ๒. สุริยสูตร

๓. นครสูตร ๔. ธัมมัญญูสูตร

๕. ปาริฉัตตกสูตร ๖. สักกัจจสูตร

๗. ภาวนาสูตร ๘. อัคคิขันธูปมสูตร

๙. สุเนตตอนุสาสนีสูตร ๑๐. อรกานุสาสนีสูตร

จบ อรกานุสาสนีสูตร