พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · สุมนวรรค
๗. โภชนทานสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในสุมนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรค โภชนทานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๖๒–๖๓
(๑) ให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน
(๒) ให้ทานแก่ผู้เดินทาง
(๓) ให้ทานแก่คนไข้
(๔) ให้ทานในเวลาเกิดข้าวยากหมากแพง
(๕) ให้ข้าวใหม่ผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กาลทานมี ๕ ประการนี้แล”
ผู้มีปัญญา รู้ความต้องการ ปราศจากความตระหนี่
ย่อมให้ทานในกาลที่ควรให้ บุคคลให้ทานตามกาล ในพระ
อริยเจ้าทั้งหลายผู้ปฎิบัติซื่อตรงผู้คงที่แล้ว ทักขิณาทาน
ของบุคคลผู้มีใจผ่องใสนั้นย่อมมีผลไพบูลย์
คนเหล่าใดอนุโมทนาหรือช่วยเหลือในทักขิณาทานนั้น ทักขิณาทานนั้นย่อมไม่มีผลบกพร่องเพราะการอนุโมทนาหรือการช่วยเหลือนั้น แม้คนที่อนุโมทนาหรือช่วยเหลือ
เหล่านั้นก็มีส่วนแห่งบุญด้วย
เพราะฉะนั้น อย่ามีจิตท้อถอยให้ทานในเขตบุญที่มี
ผลมากบุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก
๗. โภชนทานสูตร
ว่าด้วยการให้โภชนะเป็นการให้ฐานะ ๕
{๓๗} [๓๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทานชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างแก่ปฏิคาหก ฐานะ ๕ อย่างคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ให้อายุ (๒) ให้วรรณะ (๓) ให้สุขะ
(๔) ให้พละ (๕) ให้ปฏิภาณ
ครั้นให้อายุแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นของ
มนุษย์ ครั้นให้วรรณะแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่ เป็นของมนุษย์ ครั้นให้สุขะแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสุขทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่ เป็นของมนุษย์ ครั้นให้พละแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งกำลังทั้งที่เป็นทิพย์ทั้ง ที่เป็นของมนุษย์ ครั้นให้ปฏิภาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งปฏิภาณทั้งที่เป็น ทิพย์ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทานชื่อว่า ให้ฐานะ ๕ อย่างนี้แล”นักปราชญ์ผู้มีปัญญาให้อายุ ย่อมได้อายุ ให้พละ ย่อม
ได้พละ ให้วรรณะ ย่อมได้วรรณะ ให้ปฏิภาณ ย่อมได้
ปฏิภาณ ให้สุขะ ย่อมได้สุขะ
ครั้นให้อายุ พละ วรรณะ สุขะ และปฏิภาณแล้ว
จะเกิดในที่ใด ๆ ก็ตาม ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศศักดิ์แล
๘. สัทธานิสังสสูตร
ว่าด้วยอานิสงส์ศรัทธา ๕ ประการ
{๓๘} [๓๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการนี้ย่อมมีในกุลบุตรผู้มี ศรัทธา อานิสงส์ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ(๑) สัตบุรุษผู้สงบในโลกเมื่อจะอนุเคราะห์ ย่อมอนุเคราะห์ผู้มีศรัทธาก่อน ย่อมไม่อนุเคราะห์ผู้ไม่มีศรัทธา(๒) เมื่อจะเข้าไปหา ย่อมเข้าไปหาผู้มีศรัทธาก่อน ย่อมไม่ เข้าไปหาผู้ไม่มีศรัทธา
จบ ๗. โภชนทานสูตร