พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · สุมนวรรค
๘. สัทธานิสังสสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในสุมนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรค สัทธานิสังสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๖๓–๖๕
(๑) ให้อายุ (๒) ให้วรรณะ (๓) ให้สุขะ
(๔) ให้พละ (๕) ให้ปฏิภาณ
ครั้นให้อายุแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่เป็นของ
มนุษย์ ครั้นให้วรรณะแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่ เป็นของมนุษย์ ครั้นให้สุขะแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสุขทั้งที่เป็นทิพย์ทั้งที่ เป็นของมนุษย์ ครั้นให้พละแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งกำลังทั้งที่เป็นทิพย์ทั้ง ที่เป็นของมนุษย์ ครั้นให้ปฏิภาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งปฏิภาณทั้งที่เป็น ทิพย์ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทานชื่อว่า ให้ฐานะ ๕ อย่างนี้แล”นักปราชญ์ผู้มีปัญญาให้อายุ ย่อมได้อายุ ให้พละ ย่อม
ได้พละ ให้วรรณะ ย่อมได้วรรณะ ให้ปฏิภาณ ย่อมได้
ปฏิภาณ ให้สุขะ ย่อมได้สุขะ
ครั้นให้อายุ พละ วรรณะ สุขะ และปฏิภาณแล้ว
จะเกิดในที่ใด ๆ ก็ตาม ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศศักดิ์แล
๘. สัทธานิสังสสูตร
ว่าด้วยอานิสงส์ศรัทธา ๕ ประการ
{๓๘} [๓๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการนี้ย่อมมีในกุลบุตรผู้มี ศรัทธา อานิสงส์ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ(๑) สัตบุรุษผู้สงบในโลกเมื่อจะอนุเคราะห์ ย่อมอนุเคราะห์ผู้มีศรัทธาก่อน ย่อมไม่อนุเคราะห์ผู้ไม่มีศรัทธา(๒) เมื่อจะเข้าไปหา ย่อมเข้าไปหาผู้มีศรัทธาก่อน ย่อมไม่ เข้าไปหาผู้ไม่มีศรัทธา
(๓) เมื่อจะต้อนรับ ย่อมต้อนรับผู้มีศรัทธาก่อน ย่อมไม่ต้อนรับผู้ไม่มีศรัทธา(๔) เมื่อจะแสดงธรรม ย่อมแสดงธรรมแก่ผู้มีศรัทธาก่อน ย่อม ไม่แสดงธรรมแก่ผู้ไม่มีศรัทธา(๕) กุลบุตรผู้มีศรัทธาหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมมีอานิสงส์ ๕ ประการนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นไทรใหญ่ที่ทางสี่แยกในภูมิภาคที่ดี ย่อมเป็นที่พึ่งของนกโดยรอบฉันใด กุลบุตรผู้มีศรัทธาก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นที่พึ่งของชนเป็นอันมาก คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา”ต้นไม้ใหญ่สล้างด้วยกิ่ง ใบ และผล มีลำต้นแข็งแรง
มีรากมั่นคง สมบูรณ์ด้วยผล ย่อมเป็นที่พึ่งของนกทั้งหลาย
ฝูงนกย่อมได้อาศัยต้นไม้นั้นซึ่งเป็นที่รื่นรมย์ใจ ให้
เกิดสุข ที่ต้องการร่มเเงาก็เข้าไปอาศัยร่มเงา ที่ต้องการผล
ก็บริโภคผล ฉันใด
คนที่มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล ประพฤติถ่อมตน ไม่
กระด้าง สุภาพ อ่อนโยน มีใจมั่นคง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
ท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ
ไม่มีอาสวะ เป็นบุญเขตในโลก ย่อมได้อาศัยคนเช่นนั้น
ท่านเหล่านั้นย่อมแสดงธรรมอันเป็นเครื่องบรรเทา
สรรพทุกข์แก่เขา ซึ่งเขารู้ทั่วถึงแล้ว จะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ
ปรินิพพานในโลกนี้ได้แล
๙. ปุตตสูตร
ว่าด้วยฐานะ ๕ อย่างที่มารดาบิดาต้องการจากบุตร
{๓๙} [๓๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดาเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึง ปรารถนาบุตรเกิดในตระกูล ฐานะ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ(๑) บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้ว จักเลี้ยงเราตอบแทน
(๒) จักทำกิจแทนเรา
(๓) วงศ์ตระกูลจักดำรงอยู่ได้นาน
(๔) บุตรจักปกครองทรัพย์มรดก
(๕) เมื่อเราทำกาละล่วงลับไปแล้ว บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดาเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้แล จึง ปรารถนาบุตรเกิดในตระกูล”มารดาบิดาผู้ฉลาดเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการ จึง
ปรารถนาบุตร คือ บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้วจักเลี้ยงเรา
ตอบ ๑ จักทำกิจแทนเรา ๑ วงศ์ตระกูลจักดำรงอยู่ได้นาน ๑
บุตรจักปกครองทรัพย์มรดก ๑ เมื่อเราทำกาละล่วงลับไป
แล้ว บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้ ๑ มารดาบิดาผู้ฉลาด
เล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึงปรารถนาบุตร
ฉะนั้น บุตรผู้เป็นสัตบุรุษ ผู้สงบ เป็นคนกตัญญู
กตเวที เมื่อระลึกถึงบุรพคุณของท่าน จึงเลี้ยงมารดาบิดา
ทำกิจแทนท่าน เชื่อฟังโอวาท เลี้ยงสนองพระคุณท่าน
สมกับที่ท่านเป็นบุรพการี ดำรงวงศ์ตระกูล บุตรผู้มีศรัทธา
ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเป็นที่สรรเสริญทั่วไป
จบ ๘. สัทธานิสังสสูตร