พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · สุมนวรรค
๘. สัทธานิสังสสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในสุมนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรค สัทธานิสังสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๘๖–๘๘
อรรถกถาโภชนทานสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในโภชนทานสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อายุํ เทติ ได้แก่ ชื่อว่าย่อมให้อายุ. บทว่า วณฺณํ คือผิวพรรณแห่งร่างกาย. บทว่า สุขํ คือ สุขทางกายและทางใจ. บทว่า พลํคือ เรี่ยวแรงแห่งร่างกาย. บทว่า ปฏิภาณํ คือ ฉลาดผูกปัญหาและแก้ปัญหา.
จบอรรถกถาโภชนาทานสูตรที่ ๗
๘. สัทธานิสังสสูตร
ว่าด้วยอานิสงส์ของศรัทธา ๕ ประการ
[๓๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธา ย่อมมีอานิสงส์ ๕ประการ ๕ ประการเป็นไฉน คือ สัปบุรุษผู้สงบในโลกทุก ๆ ท่าน เมื่อจะอนุเคราะห์ ย่อมอนุเคราะห์ผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่อนุเคราะห์ผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ เมื่อจะเข้าไปหา ย่อมเข้าไปหาผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่เข้าไปหาผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ เมื่อจะต้อนรับ ย่อมต้อนรับผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่ต้อนรับผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ เมื่อจะแสดงธรรม ย่อมแสดงธรรมแก่ผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่แสดงธรรมแก่ผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ กุลบุตรผู้มีศรัทธาเมื่อตายไปแล้ว ย่อมเขาถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมมีอานิสงส์ ๕ ประการนี้แล. ดูก่อนภิกษุ-
ทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นไทรใหญ่ที่ทางสี่แยก มีพื้นราบเรียบ ย่อมเป็นที่พึ่งของพวกนกโดยรอบ ฉันใด กุลบุตรผู้มีศรัทธาก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นที่พึ่งของชนเป็นอันมาก คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา.
ต้นไม้ใหญ่ สล้างด้วยกิ่ง ใบ และ
ผล มีลำต้นแข็งแรง มีรากมั่นคง สมบูรณ์
ด้วยผล ย่อมเป็นที่พึ่งของนกทั้งหลาย
ฝูงนกย่อมอาศัยต้นไม้นั้น ซึ่งเป็นที่รื่น-
รมย์ใจ ให้เกิดสุข ผู้ต้องการความร่มเย็น
ย่อมเข้าไปอาศัยร่มเงา ผู้ต้องการผลก็ย่อม
บริโภคผลได้ ฉันใด ท่านผู้ปราศจาก
ราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ
ไม่มีอาสวะ เป็นบุญเขตในโลก ย่อม
คบหาบุคคลผู้มีศรัทธา ซึ่งสมบูรณ์ด้วยศีล
ประพฤติถ่อมตน ไม่กระด้าง สุภาพ
อ่อนโยน มีใจมั่นคง ฉันนั้นเหมือนกัน
ท่านเหล่านั้น ย่อมแสดงธรรมเครื่องบรร-
เทาทุกข์ทั้งปวงแก่เขา เขาเข้าใจทั่วถึง
ธรรมนั้นแล้ว ย่อมเป็นผู้หมดอาสวกิเลส
ปรินิพพาน.
จบสัทธานิสังสสูตรที่ ๘
อรรถกถาสัทธานิสังสสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในสัทธานิสังสสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อนุกมฺปนฺติ คือ อนุเคราะห์. บทว่า ขนฺธิมาว มหาทุโมคือ เหมือนต้นไม้ใหญ่สมบูรณ์ด้วยลำต้น. บทว่า มโนรเม อายตเน ได้แก่ในสถานที่ชุมนุมอันน่ารื่นรมย์. บทว่า ฉายํ ฉายตฺถิกา ยนฺติ ได้แก่ผู้ต้องการร่มเงา ก็เข้าไปอาศัยร่มเงา. บทว่า นิวาตวุตฺตึ คือ ประพฤติอ่อนน้อม. บทว่า อตฺถทฺธํ คือ เว้นความเป็นคนกระด้าง เพราะโกธะและมานะ. บทว่า โสรตํ ได้แก่ เป็นผู้ประกอบด้วยความสงบเสงี่ยม มีศีลสะอาด. บทว่า สขีลํ คือ น่าบันเทิงใจ.
จบอรรถกถาสัทธานิสังสสูตรที่ ๘
๙. ปุตตสูตร
ว่าด้วยมารดาบิดาต้องการฐานะ ๕ อย่างจากบุตร
[๓๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มารดา บิดา เล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้จึงปรารถนาบุตรเกิดในสกุล ฐานะ ๕ ประการเป็นไฉน คือ บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้วจักเลี้ยงตอบแทน ๑ จักทำกิจแทนเรา ๑ วงศ์สกุลจักดำรงอยู่ได้นาน ๑บุตรจักปกครองทรัพย์มรดก ๑ เมื่อเราตายไปแล้ว บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มารดา บิดา เล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้แลจึงปรารถนาบุตรเกิดในสกุล.
จบ ๘. สัทธานิสังสสูตร