arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ · ทุจริตวรรค

๙. สีวถิกาสูตร เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในทุจริตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค สีวถิกาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๓๘๔–๓๘๕

หน้า ๓๘๔

๙. สีวถิกาสูตร

ว่าด้วยโทษของป่าช้าและคนเหมือนป่าช้า

{๒๔๙} [๒๔๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในป่าช้ามี ๕ ประการนี้ โทษ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

(๑) ไม่สะอาด (๒) มีกลิ่นเหม็น

(๓) มีภัยเฉพาะหน้า (๔) เป็นที่อยู่ของพวกอมนุษย์ร้าย

(๕) เป็นที่รำพันทุกข์ของคนหมู่มาก

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษโนป่าช้ามี ๕ ประการนี้แล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้าก็มี ๕ ประการนี้ ฉันนั้นเหมือนกัน โทษ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

(๑) บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาดวจีกรรมอันไม่สะอาด มโนกรรมอันไม่สะอาด เรากล่าว ข้อนี้เพราะความที่เขาเป็นผู้ไม่สะอาด ป่าช้านั้นเป็นที่ไม่สะอาดแม้ฉันใด เราก็กล่าวบุคคลนี้ว่ามีอุปมาฉันนั้น(๒) ชื่อเสียงชั่วของเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด วจีกรรมอันไม่สะอาด มโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมฟุ้งไป เรากล่าวข้อนี้เพราะความที่เขาเป็นผู้มีกลิ่นเหม็น ป่าช้ามีกลิ่นเหม็นแม้ฉันใด เราก็กล่าวบุคคลนี้ว่ามีอุปมาฉันนั้น(๓) เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รักย่อมเว้นห่างไกลซึ่งบุคคลผู้ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด วจีกรรมอันไม่สะอาด มโนกรรมอันไม่สะอาดนั้น เรากล่าวข้อนี้ เพราะความที่เขาเป็นผู้มีภัยเฉพาะหน้า ป่าช้ามีภัยเฉพาะหน้า แม้ฉันใด เราก็กล่าวบุคคลนี้ว่ามีอุปมาฉันนั้น

หน้า ๓๘๕

(๔) เขาประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด วจีกรรมอันไม่สะอาด มโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมอยู่ร่วมกับบุคคลผู้เสมอกัน เรากล่าวข้อนี้เพราะความที่เขาเป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย ป่าช้าเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ร้ายแม้ฉันใด เราก็ กล่าวบุคคลนี้ว่ามีอุปมาฉันนั้น

(๕) เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รักเห็นเขาประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด วจีกรรมอันไม่สะอาด มโนกรรมอันไม่สะอาดเข้าแล้วย่อมรำพันทุกข์ว่า ‘โอหนอ เป็นทุกข์ของพวกเราแท้ที่อยู่ร่วมกับบุคคลเห็นปานนี้’ เรากล่าวข้อนี้ เพราะความที่เขาเป็นที่รำพันทุกข์ ป่าช้าเป็นที่รำพันทุกข์ ของคนหมู่มากแม้ฉันใด เราก็กล่าวบุคคลนี้ว่ามีอุปมาฉันนั้นดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้ามี ๕ ประการนี้แล”

๑๐. ปุคคลปสาทสูตร

ว่าด้วยโทษของความเลื่อมใสที่เกิดขึ้น

{๒๕๐} [๒๕๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคล มี ๕ ประการนี้ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นต้องอาบัติอันเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร เขาจึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บุคคลผู้เป็นที่รักเป็นที่ชอบใจของเรานี้ถูกสงฆ์ยกวัตร เสียแล้ว’ เขาจึงมากไปด้วยความไม่

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สงฆ์ยกวัตร หมายถึงถูกสงฆ์ทำอุกเขปนียกรรมซึ่งเป็นวิธีลงโทษที่สงฆ์ทำแก่ภิกษุที่ดื้อรั้นไม่ยอม ทำคืนอาบัติหรือไม่ยอ <*> สละทิฏฐิอันเลวทราม โดยประกาศยกภิกษุนั้นเสียจากการสมโภคกับสงฆ์ คือ ไม่ให้ฉันร่วม ไม่ให้อยู่ร่วม ไม่ให้สิทธิเสมอกับภิกษุทั้งหลาย {พึงดูเรื่องอุกเขปนียกรรม ในกัมมขันธกะ พระบาลีวินัยปิฎก จุลลวรรค (แปล) เล่ม ๖ ข้อ ๔๖-๗๔ หน้า ๘๘-๑๕๖}
  2. ยอม - ผู้รวบรวม

จบ ๙. สีวถิกาสูตร