arnon.worldเข้าสู่ระบบ

ทุจริตวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๑–๒๕๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๕ ในปัญจมปัณณาสก์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทุจริตวรรคที่ ๕

๑. ทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค ทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา ทุจฺจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา ทุจฺจริเต ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา สุจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อานิสํสา สุจริเตติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือแม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียนได้ ๑ กิติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย

โทษในเพราะทุจริต ๕ประการนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือแม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๑

๒. กายทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค กายทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา กายทุจฺจริเต ฯเปฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา กายสุจริเต ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะกายทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะกายสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ

จบสูตรที่ ๒

๓. วจีทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค วจีทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา วจีทุจฺจริเต ฯเปฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา วจีสุจริเต ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะวจีทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายอานิสงส์ในเพราะวจีสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ

จบสูตรที่ ๓

๔. มโนทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค มโนทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา มโนทุจฺจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา มโนทุจฺจริเต ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา มโนสุจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อานิสํสา มโนสุจริเตติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉนคือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียน ๑ กิติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือแม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายอานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๔

๕. อปรทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค อปรทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา ทุจฺจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ สทฺธมฺมา วุฏฺฐาติ อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐาติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา ทุจฺจริเต ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา สุจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาติ สทฺธมฺเม ปติฏฺฐาติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อานิสํสา สุจริเตติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉนคือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียน ๑กิติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม ๑ ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือแม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ ๑กิติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม ๑ ย่อมตั้งอยู่ในสัทธรรม ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๕

๖. อปรกายทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค อปรกายทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา กายทุจฺจริเต ฯเปฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา กายสุจริเต ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายอานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ

จบสูตรที่ ๖

๗. อปรวจีทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค อปรวจีทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา วจีทุจฺจริเต ฯเปฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา วจีสุจริเต ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะวจีทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯดูกรภิกษุทั้งหลายอานิสงส์ในเพราะวจีสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ

จบสูตรที่ ๗

๘. อปรมโนทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค อปรมโนทุจริตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา มโนทุจฺจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ สทฺธมฺมา วุฏฺฐาติ อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐาติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา มโนทุจฺจริเต ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา มโนสุจริเต กตเม ปญฺจ อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาติ สทฺธมฺเม ปติฏฺฐาติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อานิสํสา มโนสุจริเตติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉนคือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียน ๑ กิติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม ๑ ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉนคือ แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป ๑ ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม ๑ ย่อมตั้งอยู่ในสัทธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๘

๙. สีวถิกาสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค สีวถิกาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา สีวถิกาย กตเม ปญฺจ อสุจิ ทุคฺคนฺธา สปฺปฏิภยา วาลานํ อมนุสฺสานํ อาวาโส พหุโน ชนสฺส อาโรทนา อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา สีวถิกาย เอวเมว โข ภิกฺขเว ปญฺจิเม อาทีนวา สีวถิกูปเม ปุคฺคเล กตเม ปญฺจ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อิทมสฺส อสุจิตาย วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา อสุจิ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ ตสฺส อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อิทมสฺส ทุคฺคนฺธตาย วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา ทุคฺคนฺธา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

ตเมนํ อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคตํ เปสลา สพฺรหฺมจารี อารกา ปริวชฺเชนฺติ อิทมสฺส สปฺปฏิภยสฺมึ วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา สปฺปฏิภยา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ โส อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคโต อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต สภาเคหิ ปุคฺคเลหิ สทฺธึ สํวสติ อิทมสฺส วาลาวสถสฺมึ ๑ วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา วาลานํ อมนุสฺสานํ อาวาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ ตเมนํ อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคตํ เปสลา สพฺรหฺมจารี ทิสฺวา ขิยธมฺมํ อาปชฺชนฺติ อโห วต โน ทุกฺขํ เย มยํ เอวรูเปหิ ปุคฺคเลหิ สทฺธึ สํวสามาติ อิทมสฺส อาโรทนาย วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา พหุโน ชนสฺส อาโรทนา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา สีวถิกูปเม ปุคฺคเลติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในป่าช้า ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ

เป็นที่ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีภัยเฉพาะหน้า ๑ เป็นที่อยู่ของพวกมนุษย์ร้าย ๑ เป็นที่รำพันทุกข์ของชนหมู่มาก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในป่าช้า ๕ ประการนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้า ๕ ประการนี้ ฉันนั้นเหมือนกัน๕ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด เรากล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นผู้ไม่สะอาด ป่าช้านั้นเป็นที่ไม่สะอาด แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ

กิติศัพท์ที่ชั่วของเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรม อันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรม อันไม่สะอาดด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมฟุ้งไป เรากล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นผู้มีกลิ่นเหม็น ป่าช้ามีกลิ่นเหม็นแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ

เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก ย่อมเว้นไกลซึ่งบุคคลนั้นผู้ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาดเรากล่าวข้อนี้เพราะเขามีภัยเฉพาะหน้า ป่าช้ามีภัยเฉพาะหน้า แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ

เขาประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมอยู่ร่วมกับบุคคลผู้เสมอกัน เรากล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นที่อยู่ของสิ่งร้าย ป่าช้าเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ร้าย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ

เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก เห็นเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด แล้วย่อมรำพันทุกข์ว่า โอ เป็นทุกข์ของพวกเราผู้อยู่ร่วมกับบุคคลเห็นปานนี้ เรากล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นที่รำพันทุกข์ ป่าช้าเป็นที่รำพันทุกข์ของชนหมู่มาก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้า ๕ ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๙

๑๐. ปุคคลปสาทสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรค ปุคคลปสาทสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา ปุคฺคลปฺปสาเท กตเม ปญฺจ ยสฺมึ ภิกฺขเว ปุคฺคเล ปุคฺคโล อภิปฺปสนฺโน โหติ โส ตถารูปํ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ ยถารูปาย อาปตฺติยา สงฺโฆ อุกฺขิปติ ตสฺส เอวํ โหติ โย โข มฺยายํ ปุคฺคโล ปิโย มนาโป โส สงฺเฆน อุกฺขิตฺโตติ ภิกฺขูสุ อปฺปสาทพหุโล โหติ ภิกฺขูสุ อปฺปสาทพหุโล สมาโน อญฺเญ ภิกฺขู น ภชติ อญฺเญ ภิกฺขู อภชนฺโต สทฺธมฺมํ น สุณาติ สทฺธมฺมํ อสุณนฺโต สทฺธมฺมา ปริหายติ อยํ ภิกฺขเว ปฐโม อาทีนโว ปุคฺคลปฺปสาเท ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ยสฺมึ ปุคฺคเล ปุคฺคโล อภิปฺปสนฺโน โหติ โส ตถารูปํ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ ยถารูปาย อาปตฺติยา สงฺโฆ อนฺเต นิสีทาเปติ ตสฺส เอวํ โหติ โย โข มฺยายํ ปุคฺคโล ปิโย มนาโป โส สงฺเฆน อนฺเต นิสีทาปิโตติ ภิกฺขูสุ อปฺปสาทพหุโล โหติ ภิกฺขูสุ อปฺปสาทพหุโล สมาโน อญฺเญ ภิกฺขู น ภชติ อญฺเญ ภิกฺขู อภชนฺโต สทฺธมฺมํ น สุณาติ สทฺธมฺมํ อสุณนฺโต สทฺธมฺมา ปริหายติ อยํ ภิกฺขเว ทุติโย อาทีนโว ปุคฺคลปฺปสาเท ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ยสฺมึ ปุคฺคเล ปุคฺคโล อภิปฺปสนฺโน โหติ โส ทิสาปกฺกนฺโต โหติ ฯเปฯ โส วิพฺภนฺโต โหติ ฯเปฯ โส กาลกโต โหติ ตสฺส เอวํ โหติ โย โข มฺยายํ ปุคฺคโล ปิโย มนาโป โส กาลกโตติ อญฺเญ ภิกฺขู น ภชติ อญฺเญ ภิกฺขู อภชนฺโต สทฺธมฺมํ น สุณาติ สทฺธมฺมํ อสุณนฺโต สทฺธมฺมา ปริหายติ อยํ ภิกฺขเว ปญฺจโม อาทีนโว ปุคฺคลปฺปสาเท ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา ปุคฺคลปฺปสาเทติ ฯ

ทุจฺจริตวคฺโค ปญฺจโม ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

ทุจฺจริตํ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ

จตูหิ ปเร ๑ เทฺว สีวถิกา ปุคฺคลปฺปสาเทน จาติ ฯ

ปญฺจโม ปณฺณาสโก นิฏฺฐิโต ฯ

______________

๑ ม. ปาลาวาสสฺมึ ฯ.

๑. โป. ปเทหิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคล ๕ ประการนี้

๕ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นต้องอาบัติอันเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ ถูกสงฆ์ยกวัตรเสียแล้วเขาจึงเป็นผู้ไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ เมื่อไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ จึงไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น เมื่อไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟังสัทธรรม จึงเสื่อมจากสัทธรรมนี้เป็นโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๑ ฯ

อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นต้องอาบัติ อันเป็นเหตุให้สงฆ์บังคับให้เขานั่งที่สุดสงฆ์ เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ ถูกสงฆ์บังคับให้นั่งในที่สุดสงฆ์เสียแล้ว เขาจึงเป็นผู้ไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ ... จึงเสื่อมจาก

สัทธรรม นี้เป็นโทษในความ เลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๒ ฯ

อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นหลีกไปสู่ทิศเสีย เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ หลีกไปสู่ทิศเสียแล้ว เขาจึงเป็นผู้ไม่มีความเลื่อมใสมากในพวกภิกษุ ... จึงเสื่อมจากสัทธรรมนี้เป็นโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๓ ฯ

อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นลาสิกขา เขาจึงคิดอย่างนี้ว่าบุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ ลาสิกขาเสียแล้ว เขาจึงไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น ... จึงเสื่อมจากสัทธรรม นี้เป็นโทษในความเสื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๔ ฯ

อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมเลื่อมใสในบุคคลใด บุคคลนั้นกระทำกาละเสีย เขาจึงคิดอย่างนี้ว่า บุคคลผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรานี้ กระทำกาละเสียแล้วเขาจึงไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น เมื่อไม่คบหาภิกษุเหล่าอื่น จึงไม่ฟังสัทธรรม เมื่อไม่ฟังสัทธรรม จึงเสื่อมจากสัทธรรม

นี้เป็นโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลข้อที่ ๕ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในความเลื่อมใสที่เกิดในบุคคล ๕ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบทุจริตวรรคที่ ๕

__________________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ทุจริตสูตร ๒. กายทุจริตสูตร

๓. วจีทุจริตสูตร ๔. มโนทุจริตสูตร

๕. อปรทุจริตสูตร ๖. อปรกายทุจริตสูตร

๗. อปรวจีทุจริตสูตร ๘. อปรมโนทุจริตสูตร

๙. สีวถิกาสูตร ๑๐. ปุคคลปสาทสูตร ฯ

จบปัณณาสก์ที่ ๕

จบ ทุจริตวรรค