arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ · ชานุสโสณีวรรค

สคารวสูตร เล่ม ๒๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๑ ในชานุสโสณีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สคารวสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรค สคารวสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข สคารโว พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สคารโว พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ โคตม โอริมํ ตีรํ กึ ปาริมํ ตีรนฺติ ฯ ปาณาติปาโต โข พฺราหฺมณ โอริมํ ตีรํ ปาณาติปาตา เวรมณี ปาริมํ ตีรํ อทินฺนาทานํ โอริมํ ตีรํ อทินฺนาทานา เวรมณี ปาริมํ ตีรํ กาเมสุ มิจฺฉาจาโร โอริมํ ตีรํ กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณี ปาริมํ ตีรํ มุสาวาโท โอริมํ ตีรํ มุสาวาทา เวรมณี ปาริมํ ตีรํ ปิสุณา วาจา โอริมํ ตีรํ ปิสุณาย วาจาย เวรมณี ปาริมํ ตีรํ ผรุสา วาจา โอริมํ ตีรํ ผรุสาย วาจาย เวรมณี ปาริมํ ตีรํ สมฺผปฺปลาโป โอริมํ ตีรํ สมฺผปฺปลาปา เวรมณี ปาริมํ ตีรํ อภิชฺฌา โอริมํ ตีรํ อนภิชฺฌา ปาริมํ ตีรํ พฺยาปาโท โอริมํ ตีรํ อพฺยาปาโท ปารมํ ตีรํ มิจฺฉาทิฏฺฐิ โอริมํ ตีรํ สมฺมาทิฏฺฐิ ปาริมํ ตีรํ อิทํ โข พฺราหฺมณ โอริมํ ตีรํ อิทํ ปาริมํ ตีรนฺติ ฯ

อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน

อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ ฯ

เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน

เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ ฯ

กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย สุกฺกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต

โอกา อโนกมาคมฺม วิเวเก ยตฺถ ทูรมํ ฯ

ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน

ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต ฯ

เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ

อาทานปฏินิสฺสคฺเค อนุปาทาย เย รตา

ขีณาสวา ชุติมนฺโต เต โลเก ปรินิพฺพุตาติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล สคารวพราหมณ์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นฝั่งนี้ อะไรเป็นฝั่งโน้น พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรพราหมณ์ ปาณาติบาตเป็นฝั่งนี้ เจตนาเครื่องเว้นจากปาณาติบาตเป็นฝั่งโน้น อทินนาทานเป็นฝั่งนี้ เจตนาเครื่องเว้นจากอทินนาทานเป็นฝั่งโน้นกาเมสุมิจฉาจารเป็นฝั่งนี้ เจตนาเครื่องเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารเป็นฝั่งโน้นมุสาวาทเป็นฝั่งนี้เจตนาเครื่องเว้นจากมุสาวาทเป็นฝั่งโน้น ปิสุณาวาจาเป็นฝั่งนี้เจตนาเครื่องเว้นจากปิสุณาวาจาเป็นฝั่งโน้น ผรุสวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนาเครื่องเว้นจากผรุสวาจาเป็นฝั่งโน้น สัมผัปปลาปวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนาเครื่องเว้นจากสัมผัปปลาปวาจาเป็นฝั่งโน้น อภิชฌาเป็นฝั่งนี้ อนภิชฌาเป็นฝั่งโน้น พยาบาทเป็นฝั่งนี้ อพยาบาทเป็นฝั่งโน้น มิจฉาทิฐิเป็นฝั่งนี้ สัมมาทิฐิเป็นฝั่งโน้นดูกรพราหมณ์ นี้แลเป็นฝั่งนี้ นี้แลเป็นฝั่งโน้น ฯ

ในหมู่มนุษย์ เหล่าชนที่ไปถึงฝั่งโน้นมีประมาณน้อย

ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้เลาะไปตามฝั่งทั้งนั้น ส่วนชนเหล่าใด

ประพฤติตามธรรม ในธรรมอันพระตถาคตตรัสแล้วโดย

ชอบชนเหล่านั้นจักข้ามพ้นวัฏฏะ อันเป็นบ่วงมารที่ข้าม

พ้นได้แสนยาก แล้วจักถึงฝั่งโน้น คือ นิพพาน บัณฑิต

ละธรรมดำเสียแล้ว พึงยังธรรมขาวให้เจริญ บัณฑิตละ

กามทั้งหลายแล้ว เป็นผู้ไม่มีกังวล ออกจากความ

อาลัย อาศัยธรรมไม่มีความอาลัย พึงปรารถนาความยินดี

ยิ่งในวิเวกที่ยินดีได้แสนยาก บัณฑิตพึงชำระตนให้ผ่อง

แผ้ว จากเครื่องเศร้าหมองจิตทั้งหลาย บัณฑิตเหล่าใด

อบรมจิตโดยชอบในองค์ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ทั้งหลาย

ไม่ถือมั่นแล้ว ยินดีในนิพพานเป็นที่สละความถือมั่น

บัณฑิตเหล่านั้นสิ้นอาสวะมีความรุ่งเรือง ดับสนิทแล้ว

ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๓

จบ สคารวสูตร