พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ · ชานุสโสณีวรรค
สคารวสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๑ ในชานุสโสณีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรค สคารวสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๒๕๓–๒๕๔
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจารเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ย่อมละกาเมสุมิจฉาจาร ลอยบาปจากกาเมสุมิจฉาจารเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งมุสาวาทเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ย่อมละมุสาวาท ลอยบาปจากมุสาวาทเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งปิสุณวาจาเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ย่อมละปิสุณวาจา ลอยบาปจากปิสุณวาจาเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งผรุสวาจาเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้วย่อมละผรุสวาจา ลอยบาปจากผรุสวาจาเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งสัมผัปปลาปวาจาเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ย่อมละสัมผัปปลาปวาจา ลอยบาปจากสัมผัปปลาปวาจาเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งอภิชฌาเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ย่อมละอภิชฌา ลอยบาปจากอภิชฌาเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งพยาบาทเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ย่อมละพยาบาท ลอยบาปจากพยาบาทเสีย
... ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘วิบากแห่งมิจฉาทิฏฐิเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งใน ปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้วย่อมละ มิจฉาทิฏฐิ ลอยบาปจากมิจฉาทิฏฐิเสีย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าพิธีลอยบาปอันเป็นของพระอริยะ”
---------------------------------
๓. สคารวสูตร
ว่าด้วยสคารวพราหมณ์ถามฝั่งนี้และฝั่งโน้น
{๑๕๘} [๑๖๙] ครั้งนั้นแล พราหมณ์ชื่อสคารวะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วได้นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ทูล ถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นฝั่งนี้ อะไรเป็นฝั่งโน้น”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า “ดูก่อนพราหมณ์ ปาณาติบาตเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากปาณาติบาตเป็นฝั่งโน้น อทินนาทานเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้น จากอทินนาทานเป็นฝั่งโน้น กาเมสุมิจฉาจารเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารเป็นฝั่งโน้น มุสาวาทเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากมุสาวาทเป็นฝั่งโน้น
ปิสุณวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากปิสุณวาจาเป็นฝั่งโน้น ผรุสวาจา เป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากผรุสวาจาเป็นฝั่งโน้น สัมผัปปลาปวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากสัมผัปปลาปวาจาเป็นฝั่งโน้น อภิชฌาเป็นฝั่งนี้ อนภิชฌา (ความไม่โลภอยากได้ของของของผู้อื่น) เป็นฝั่งโน้น พยาบาทเป็นฝั่งนี้ อพยาบาท (ความไม่คิดปองร้ายผู้อื่น) เป็นฝั่งโน้น มิจฉาทิฏฐิเป็นฝั่งนี้ สัมมาทิฏฐิเป็นฝั่งโน้น ดูก่อนพราหมณ์ นี้แลเป็นฝั่งนี้ นี้แลเป็นฝั่งโน้น”ในหมู่มนุษย์ ชนที่ไปถึงฝั่งนิพพานได้มีน้อย ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้เลาะไปตามริมฝั่งเท่านั้น
ก็เหล่าชนที่ประพฤติตามธรรมในธรรมที่พระสุคตเจ้า ตรัสไว้แล้วโดยชอบ จักข้ามบ่วงมฤตยูที่ข้ามได้ยากไปถึงฝั่งได้
บัณฑิตพึงละอกุศลธรรม ออกจากอาลัย อาศัยธรรมอันไม่มีอาลัย แล้วเจริญกุศลธรรม
บัณฑิตพึงปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวกซึ่งเป็นที่ที่ยินดี ได้ยาก ละกามทั้งหลายเสียแล้วเป็นผู้ไม่มีกิเลสเป็นเหตุให้กังวล พึงชำระตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองจิต
เหล่าชนที่อบรมจิตด้วยดีโดยชอบในองค์ธรรมสามัคคี เครื่องตรัสรู้ และเหล่าชนที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น ยินดีแล้ว ในการสละคืนความยึดมั่นถือมั่น สิ้นอาสวะแล้ว มีความรุ่งเรือง เป็นผู้ปรินิพพานแล้วในโลก
๔. โอริมสูตร
ว่าด้วยทรงแสดงฝั่งนี้และฝั่งโน้นแก่ภิกษุ
{๑๕๙} [๑๗๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแแสดงฝั่งนี้และฝั่งโน้นแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวให้ฟัง” ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฝั่งนี้เป็นไฉน และฝั่งโน้นเป็นไฉน คือ ปาณาติบาตเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากปาณาติบาตเป็นฝั่งโน้น อทินนาทานเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากอทินนาทานเป็นฝั่งโน้น กาเมสุมิจฉาจารเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจารเป็น ฝั่งโน้น มุสาวาทเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากมุสาวาทเป็นฝั่งโน้น ปิสุณวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากปิสุณวาจาเป็นฝั่งโน้น ผรุสวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนา งดเว้นจากผรุสวาจาเป็นฝั่งโน้น สัมผัปปลาปวาจาเป็นฝั่งนี้ เจตนางดเว้นจากสัมผัปปลาปวาจาเป็นฝั่งโน้น อภิชฌาเป็นฝั่งนี้ อนภิชฌาเป็นฝั่งโน้น พยาบาท
จบ สคารวสูตร