arnon.world

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ · ชานุสโสณีวรรค

ติวิธสูตร เล่ม ๒๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๑ ในชานุสโสณีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ติวิธสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรค ติวิธสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)

บาลี (สยามรัฐ)

ปาณาติปาตํปหํ ๑ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ อทินฺนาทานํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ กาเมสุ มิจฺฉาจารํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ มุสาวาทํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ ปิสุณาวาจํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ ผรุสวาจํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ สมฺผปฺปลาปํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ อภิชฺฌํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ พฺยาปาทํปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ มิจฺฉาทิฏฺฐึปหํ ภิกฺขเว ติวิธํ วทามิ โลภเหตุกมฺปิ โทสเหตุกมฺปิ โมหเหตุกมฺปิ อิติ โข ภิกฺขเว โลโภ กมฺมนิทานสมฺภโว โทโส กมฺมนิทานสมฺภโว โมโห กมฺมนิทานสมฺภโว โลภกฺขยา กมฺมนิทานสงฺขโย โทสกฺขยา กมฺมนิทานสงฺขโย โมหกฺขยา กมฺมนิทานสงฺขโยติ ฯ

๑ โป. ปาณาติปาตํ จาหํ ฯ ม. สพฺพวาเรสุ ... ปาตมฺปาหํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวแม้ซึ่งการฆ่าสัตว์ว่า มี ๓ อย่างคือมีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการลักทรัพย์ว่ามี ๓ อย่างคือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้างมีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการประพฤติผิดในกามว่ามี ๓ อย่าง คือมีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้างเรากล่าวแม้ซึ่งการพูดเท็จว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดส่อเสียดว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการพูดคำหยาบว่ามี

๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้างเรากล่าวแม้ซึ่งการพูดเพ้อเจ้อว่ามี ๓ อย่างคือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งการอยากได้ของผู้อื่นว่ามี ๓ อย่างคือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้างเรากล่าวแม้ซึ่งความปองร้ายว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง เรากล่าวแม้ซึ่งความเห็นผิดว่ามี ๓ อย่าง คือ มีโลภะเป็นเป็นเหตุบ้าง มีโทสะเป็นเหตุบ้าง มีโมหะเป็นเหตุบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลภะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรมโทสะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม โมหะเป็นแดนเกิดแห่งเหตุของกรรม ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโลภะ ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งเหตุของกรรม ย่อมมีได้เพราะความสิ้นไปแห่งโมหะด้วยประการดังนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๘

จบ ติวิธสูตร