พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ · ชานุสโสณีวรรค
ชาณุสโสณีสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๑ ในชานุสโสณีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรค ชาณุสโสณีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๒๗๒–๒๗๕
(๑) เป็นผู้ไม่มีความเพ่งเล็งอยากได้ คือ ไม่เพ่งเล็งทรัพย์อันเป็น เครื่องปลื้มใจของผู้อื่นว่า ‘โอหนอ ทรัพย์ของผู้อื่นจะพึงเป็นของเรา’
(๒) เป็นผู้มีจิตไม่พยาบาท คือ มีความดำริในใจไม่ชั่วช้าว่า ‘ขอให้ สัตว์เหล่านี้จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนกัน ไม่มีทุกข์ มีแต่สุข รักษาตนเถิด’
(๓) เป็นผู้มีความเห็นชอบ คือ มีความเห็นไม่วิปริตว่า ‘ทานที่ให้แล้ว มีผลจริง การบูชามีผลจริง การเซ่นสรวงมีผลจริง ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วมีจริง โลกนี้มีจริง โลกหน้ามีจริง มารดามีคุณจริง บิดามีคุณจริง โอปปาติกสัตว์ทั้งหลายมีจริง สมณพราหมณ์ผู้ดำเนินชอบปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้และโลกหน้าให้แจ้ง ด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนให้ผู้อื่นรู้ตามด้วยมีจริงในโลก’ดูก่อนจุนทะ ความสะอาดทางใจ ๓ อย่าง คืออย่างนี้แล
ดูก่อนจุนทะ กุศลกรรมบถมี ๑๐ ประการนี้แล บุคคลผู้ประกอบด้วย กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เมื่อลุกขึ้นจากที่นอนแต่เช้าตรู่ ถึงแม้จะจับต้องแผ่นดิน ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะไม่จับต้องแผ่นดิน ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
ถึงแม้จะจับต้องโคมัยสด ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะไม่จับต้องโคมัยสด ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
ถึงแม้จะจับต้องหญ้าสดเขียว ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะไม่จับต้องหญ้าสดเขียว ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
ถึงแม้จะบำเรอไฟ ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะไม่บำเรอไฟ ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
ถึงแม้จะประนมมือนอบน้อมดวงอาทิตย์ ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึง แม้จะไม่ประนมมือนอบน้อมดวงอาทิตย์ ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
----------------------------------------
ถึงแม้จะลงนํ้าวันละ ๓ ครั้ง ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะไม่ลงนํ้าวันละ ๓ ครั้ง ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะว่ากุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้เป็นความสะอาดด้วย เป็นตัวทำให้สะอาดด้วย ดูก่อนจุนทะ ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เทวดาทั้งหลายย่อมปรากฏ มนุษย์ ทั้งหลายย่อมปรากฏ หรือสุคติอื่น ๆ บางอย่างจึงมี”
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว นายจุนทกัมมารบุตรได้ กราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของ พระองค์แจ่มแจ้งนัก ... ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะจำเดิมแต่วันนี้ เป็นต้นไป”
๑๑. ชาณุสโสณีสูตร
ว่าด้วยชาณุสโสณีพราหมณ์ถามเรื่องผลของทานอุทิศ
{๑๖๖} [๑๗๗] ครั้งนั้นแล พราหมณ์ชื่อชาณุสโสณีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่าน การปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “พระโคดมผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าได้นามว่า เป็นพราหมณ์ ย่อมให้ทาน ย่อมทำความเชื่อว่า ‘ทานนี้ต้องสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้ว ขอญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วจงบริโภคทานนี้’ พระโคดมผู้เจริญ ทานนั้นย่อมสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วหรือ ญาติ สาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วเหล่านั้นย่อมได้บริโภคทานนั้นหรือ”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนพราหมณ์ ทานนั้นย่อมสำเร็จในฐานะแล ย่อมไม่สำเร็จในอฐานะ”
ว่าด้วยเรื่องฐานะและอฐานะ
“พระโคดมผู้เจริญ ฐานะเป็นไฉน อฐานะเป็นไฉน”
“ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ชอบลักทรัพย์ ชอบประพฤติผิดในกาม ชอบพูดเท็จ ชอบพูดส่อเสียด ชอบพูดคำหยาบ ชอบพูดเพ้อเจ้อ มีความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น มีจิตปองร้าย มีความเห็นผิด บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงนรก เลี้ยงอัตภาพอยู่ในนรกนั้น ย่อมดำรง อยู่ในนรกนั้นด้วยอาหารของสัตว์นรก ดูก่อนพราหมณ์ นี้แลเป็นอฐานะอัน เป็นที่ทานนั้นไม่สำเร็จแก่สัตว์ผู้ดำรงอยู่ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เขาย่อมเลี้ยง อัตภาพในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานนั้นดำรงอยู่ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานนั้นด้วย อาหารของสัตว์ผู้เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ดูก่อนพราหมณ์ แม้นี้ก็เป็น อฐานะอันเป็นที่ทานนั้นไม่สำเร็จแก่สัตว์ผู้ดำรงอยู่
ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น มีจิตไม่ ปองร้าย มีความเห็นชอบ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของมนุษย์ เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพในมนุษยโลกนั้น ย่อมดำรงอยู่ในมนุษยโลกนั้นด้วยอาหารของมนุษย์ ดูก่อนพราหมณ์ แม้นี้ก็เป็นอฐานะ อันเป็นที่ทานนั้นไม่สำเร็จแก่สัตว์ผู้ดำรงอยู่----------------------------------------------
ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์... มีความเห็นชอบ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในเทวโลกนั้นดำรงอยู่ในเทวโลกนั้นด้วยอาหารของเทวดา ดูก่อนพราหมณ์ แม้นี้ก็เป็นอฐานะอันเป็นที่ทานนั้นไม่สำเร็จแก่สัตว์ผู้ดำรงอยู่
ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงปิตติวิสัย เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพใน ปิตติวิสัยนั้น ดำรงอยู่ในปิตติวิสัยนั้นด้วยอาหารของสัตว์ผู้เกิดในปิตติวิสัย หรือว่าย่อมเลี้ยงอัตภาพในปิตติวิสัยนั้น ดำรงอยู่ในปิตติวิสัยนั้นด้วยอาหารที่มิตรอำมาตย์หรือญาติสาโลหิตของเขาอุทิศส่งไปให้จากมนุษยโลกนี้ ดูก่อนพราหมณ์ นี้แลเป็นฐานะอันเป็นที่ทานนั้นย่อมสำเร็จแก่สัตว์ผู้ดำรงอยู่”“พระโคดมผู้เจริญ ก็ถ้าญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วนั้นมิได้เข้าถึงฐานะ นั้น ใครเล่าจะได้บริโภคทานนั้น”
“ดูก่อนพราหมณ์ แม้ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วอื่น ๆ ของทายกนั้น ที่เข้าถึงฐานะนั้นก็มีอยู่ ญาติสาโลหิตเหล่านั้นย่อมได้บริโภคทานนั้น”
“พระโคดมผู้เจริญ ก็ถ้าญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วนั้นมิได้เข้าถึงฐานะ นั้น และแม้ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วอื่น ๆ ของทายกนั้นก็มิได้เข้าถึงฐานะ นั้น ใครเล่าจะได้บริโภคทานนั้น”
“ดูก่อนพราหมณ์ ฐานะที่ว่างจากญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วโดยกาล ช้านานเช่นนี้ มิใช่ฐานะมิใช่โอกาสที่จะมีได้ อีกประการหนึ่ง แม้ทายก ย่อมเป็นผู้ไม่ไร้ผล”
“แม้ในอฐานะพระโคดมผู้เจริญก็ตรัสกำหนดไว้หรือ”
---------------------------------------
“ดูก่อนพราหมณ์ แม้ในอฐานะเราก็กล่าวกำหนดไว้ คือ บุคคลบางคน ในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ชอบลักทรัพย์ ชอบประพฤติผิดในกาม ชอบพูดเท็จ ชอบพูดส่อเสียด ชอบพูดคำหยาบ ชอบพูดเพ้อเจ้อ มีความเพ่งเล็งอยากได้ ของของผู้อื่น มีจิตปองร้าย มีความเห็นผิด (แต่ว่า) บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของช้าง ย่อมได้ข้าว น้ำ มาลัย และเครื่องประดับต่าง ๆ ในกำเนิดช้างนั้นดูก่อนพราหมณ์ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของช้าง ก็ด้วยกรรมที่ผู้นั้นเป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์
ชอบลักทรัพย์ ชอบประพฤติผิดในกาม ชอบพูดเท็จ ชอบพูดส่อเสียด ชอบพูดคำหยาบ ชอบพูดเพ้อเจ้อ มีความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น มีจิตปองร้าย มีความเห็นผิด และย่อม ได้ข้าว น้ำ มาลัย และเครื่องประดับต่าง ๆ ในกำเนิดช้างนั้น ก็ด้วยกรรม ที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์อนึ่ง พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด (แต่ว่า) บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว ... บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของม้า ย่อมได้ข้าว น้ำ มาลัย และเครื่องประดับต่าง ๆ ในกำเนิดม้านั้น ...
อนึ่ง พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ... มีความ เห็นผิด (แต่ว่า) บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว ... บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึง ความเป็นสหายของโค ย่อมได้ข้าว น้ำ มาลัย และเครื่องประดับต่าง ๆ ในกำเนิดโคนั้น ...
อนึ่ง พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ... มีความเห็น ผิด (แต่ว่า) บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว ... บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึง ความเป็นสหายของสุนัข ย่อมได้ข้าว นํ้า มาลัย และเครื่องประดับต่าง ๆ ในกำเนิดสุนัขนั้น ...
ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย ของสุนัขก็ด้วยกรรมที่ผู้นั้นเป็นผู้ชอบฆ่าสัตว์ ชอบลักทรัพย์ ชอบประพฤติ ผิดในกาม ชอบพูดเท็จ ชอบพูดส่อเสียด ชอบพูดคำหยาบ ชอบพูดเพ้อเจ้อ มีความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น มีจิตปองร้าย มีความเห็นผิด และย่อม ได้ข้าว นํ้า มาลัย และเครื่องประดับต่าง ๆ ในกำเนิดสุนัขนั้น ก็ด้วย กรรมที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว นํ้า ผ้า ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น มีจิต ไม่ปองร้าย มีความเห็นชอบ และให้ข้าว น้ำ ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้น หลังจากตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกมนุษย์ เขาย่อมได้ เบญจกามคุณอันเป็นของมนุษย์ในมนุษยโลกนั้นดูก่อนพราหมณ์ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกมนุษย์ ก็ด้วยกรรมที่บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาด จากการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ เว้นขาดจาก การพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น มีจิตไม่ปองร้าย มี-------------------------------------------
ความเห็นชอบ และย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นของมนุษย์ในมนุษยโลกนั้นก็ ด้วยกรรมที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว นํ้า ผ้า ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่อง ลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์
อนึ่ง พราหมณ์ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์... มี ความเห็นชอบ บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว นํ้า ผ้า ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้น หลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา เขาย่อมได้กามคุณ ๕ อันเป็นทิพย์ในเทวโลกนั้น
ดูก่อนพราหมณ์ บุคคลนั้นหลังจากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา ก็ด้วยกรรมที่ผู้นั้นเป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นชอบ และเขาย่อมได้เบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ในเทวโลกนั้นก็ด้วยกรรมที่ผู้นั้นเป็นผู้ให้ข้าว นํ้า ผ้า ยานพาหนะ มาลัย ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีปแก่สมณพราหมณ์
ดูก่อนพราหมณ์ แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล”
“น่าอัศจรรย์นัก พระโคดมผู้เจริญ น่าแปลกใจนัก พระโคดมผู้เจริญ ที่ทานควรจะให้กันโดยแท้ ศรัทธาควรจะทำกันโดยแท้ ก็เพราะแม้ทายก ก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล”
“ดูก่อนพราหมณ์ ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ๆ แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล”
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ... ขอ พระโคดมผู้เจริญได้โปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะ จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”
จบ ชาณุสโสณิวรรคที่ ๒
๓. สุนทรวรรค
๑. สาธุสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ดีและไม่ดี
{๑๖๗} [๑๗๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีแก่เธอ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวให้ฟัง” ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่ไม่ดีเป็นไฉน คือ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ ความอยากได้ของของผู้อื่น ความปองร้าย ความเห็นผิด นี้เรียกว่าสิ่งที่ไม่ดี
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่ดีเป็นไฉน คือ เจตนางดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เจตนางดเว้นจากการลักทรัพย์ เจตนางดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม เจตนางดเว้นจากการพูดเท็จ เจตนางดเว้นจากการพูดส่อเสียด เจตนางดเว้นจากการพูดคำหยาบ เจตนางดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ความไม่อยากได้ของ ของผู้อื่น ความไม่ปองร้าย ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าสิ่งที่ดี”
๒. อริยธัมมสูตร
ว่าด้วยอริยธรรมและอนริยธรรม
{๑๖๘} [๑๗๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอริยธรรมและอนริยธรรม แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวให้ฟัง” ภิกษุ เหล่านั้นทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
จบ ชาณุสโสณีสูตร