arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · กุสินารวรรค

โคตมสูตร เล่ม ๒๐

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในกุสินารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรค โคตมสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๐ หน้า ๔๑๘–๔๑๙

หน้า ๔๑๘

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในทิศใด ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้สามัคคีกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนนํ้านมกับนํ้า มองดูกันและกันด้วยสายตาที่รักกันอยู่ ทิศนี้ย่อมผาสุกสำหรับเราแม้แต่จะไป จะป่วยกล่าวไปไยถึงการใส่ใจเล่าในเรื่องนี้เราสันนิษฐานได้ว่า ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นได้ละธรรม ๓ ประการ เหล่านี้เสียแล้ว ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการเหล่านี้แล้วเป็นแน่”

๓. โคตมกเจติยสูตร

ว่าด้วยอาการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม ๓ อย่าง

{๕๖๕} [๑๐๕๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ โคตมกเจดีย์ ใกล้พระนครเวสาลี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรารู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วจึงแสดงธรรม มิใช่ไม่รู้แล้วแสดง ๑ แสดงธรรมมีเหตุ มิใช่แสดงธรรมไม่มีเหตุ ๑ แสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ มิใช่แสดงธรรมไม่มีปาฏิหาริย์ ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรานั้นรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วจึงแสดงธรรม มิใช่ไม่รู้แล้วแสดง แสดงธรรมมีเหตุ มิใช่แสดงธรรมไม่มีเหตุ แสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ มิใช่แสดงธรรมไม่มีปาฏิหาริย์ เธอทั้งหลายควรทำโอวาท ควรทำอนุสาสนี ก็แลเธอทั้งหลายควรยินดี ควรพอใจ ควรโสมนัสว่า ‘พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้เองโดยชอบ พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์ปฏิบัติดีแล้ว”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบแล้ว ภิกษุเหล่านั้นยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ หนึ่งพันโลกธาตุได้หวั่นไหวแล้ว

หน้า ๔๑๙

๔. ภรัณฑุกาลามสูตร

ว่าด้วยศาสดา ๓ ประเภท

{๕๖๖} [๑๐๕๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจาริกไปในแคว้นโกศล เสด็จถึงพระนครกบิลพัสดุ์ พระเจ้ามหานามศากยะได้ทรงสดับข่าวว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึงพระนครกบิลพัสดุ์โดยลำดับแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วประทับยืน ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะพระเจ้ามหานามศากยะว่า“ไปเถิด มหานามะ ท่านจงรู้สถานที่พักในพระนครกบิลพัสดุ์ซึ่งเป็นที่ที่พวกอาตมาควรพักอยู่สักคืนหนึ่งในวันนี้” พระเจ้ามหานามศากยะรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเข้าไปยังพระนครกบิลพัสดุ์ เสด็จเที่ยวไปจนทั่วก็มิได้ทรงเห็นสถานที่พักในพระนครกบิลพัสดุ์

ซึ่งเป็นที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าควรจะประทับพักอยู่คืนหนึ่งวันนี้ลำดับนั้นแล พระเจ้ามหานามศากยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในพระนครกบิลพัสดุ์ไม่มีสถานที่พักซึ่งเป็นที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าควรจะประทับพักสักคืนหนึ่งวันนี้เลย ภรัณฑุดาบสกาลามโคตรนี้เป็นเพื่อนร่วมพรหมจรรย์เก่าแก่ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ อาศรมของภรัณฑุดาบสกาลามโคตรนั้นสักคืนหนึ่งในวันนี้เถิด”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ไปเถิด มหานามะ ท่านจงปูลาดเครื่องลาดเถิด” พระเจ้ามหานามศากยะทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว เสด็จเข้าไปยังอาศรมของภรัณฑุดาบสกาลามโคตร แล้วทรงปูลาดเครื่องลาด ทรงตั้งนํ้าไว้เพื่อจะล้างพระบาท แล้วเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ลาด

จบ โคตมสูตร