พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · เสขปริหานิยวรรค
๕. วิชชาภาคิยสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๒ ในเสขปริหานิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรค วิชชาภาคิยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๔๗๘–๔๗๙
ธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า’ ข้าแต่ท่านโมคคัลลานะผู้นิรทุกข์ เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดีพวกที่ไม่ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ไม่ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่ ย่อมจะไม่มีญาณอย่างนี้ว่า ‘เราเป็นโสดาบัน มีความเป็นผู้ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า’ ส่วนเทวดาชั้น ปรนิมมิตวสวัตดีพวกที่ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่ ย่อมมีญาณ อย่างนี้ว่า ‘เราเป็นโสดาบัน มีความเป็นผู้ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง แท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า”ลำดับนั้นแล ท่านพระมหาโมคคัลลานะยินดีชื่นชมภาษิตของติสสพรหม แล้วหายจากพรหมโลกไปปรากฏตัว ณ พระวิหารเชตวัน เปรียบเหมือนคนที่ แข็งแรงเหยียดแขนที่คู้เข้าหรือคู้แขนที่เหยียดออกฉะนั้น
๕. วิชชาภาคิยสูตร
ว่าด้วยธรรมเป็นส่วนให้เกิดวิชชา
{๓๐๖} [๓๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้ย่อมเป็นไปในส่วนแห่ง วิชชา ธรรม ๖ ประการคืออะไรบ้าง คือ
- ๑ธรรมที่เป็นไปในส่วนแห่งวิชชา ในที่นี้คือ สัญญา (ความกำหนดหมาย แนวความคิดความเข้าใจสำหรับใช้กำหนดพิจารณาในการเจริญกัมมัฏฐาน) ๖ ประการ คือ (๑) อนิจจสัญญา ความ กำหนดหมายความไม่เที่ยงหมายถึงสัญญาที่เกิดขึ้นในญาณที่พิจารณาความไม่เที่ยงแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ (๒) อนิจเจทุกขสัญญา ความกำหนดหมายว่าเป็นทุกข์ในอุปาทานขันธ์ ๕ ซึ่งไม่เที่ยง หมายถึง สัญญาที่เกิดขึ้นในญาณที่พิจารณาอุปาทานขันธ์ ๕ ว่าเป็นทุกข์ (๓) ทุกเขอนัตตสัญญา ความกำหนดหมายว่าเป็นอนัตตาในอุปาทานขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นทุกข์ หมายถึงสัญญาที่เกิดขึ้นในญาณที่
(๑) อนิจจสัญญา (๒) อนิจเจทุกขสัญญา
(๓) ทุกเขอนัตตสัญญา (๔) ปหานสัญญา
(๕) วิราคสัญญา (๖) นิโรธสัญญา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้แลย่อมเป็นไปในส่วนแห่งวิชชา”
๖. วิวาทมูลสูตร
ว่าด้วยมูลเหตุแห่งวิวาท ๖
{๓๐๗} [๓๖] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มูลเหตุแห่งวิวาทมี ๖ ประการนี้ ๖ ประการ คืออะไรบ้าง คือ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มักโกรธ มักผูกโกรธไว้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มักโกรธมักผูกโกรธไว้นั้น ย่อมไม่มีความเคารพ ยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม และในพระสงฆ์อยู่ ย่อมไม่ทำสิกขาให้บริบูรณ์ ภิกษุผู้ที่ไม่มีความเคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม และในพระสงฆ์ ไม่ทำสิกขาให้บริบูรณ์นั้น ย่อมก่อวิวาทในสงฆ์ ซึ่งการวิวาทนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อไม่เป็นสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความพินาศแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกเธอพิจารณาเห็นมีมูล เหตุแห่งวิวาทเห็นปานนี้ทั้งภายในทั้งภายนอกไซร้ ในข้อนั้นพวกเธอพึง
- พิจารณาอุปาทานขันธ์ว่าเป็นอนัตตา (๔) ปหานสัญญา ความกำหนดหมายเพื่อจะละ หมายถึง สัญญาที่เกิดขึ้นในญาณที่พิจารณาการละอุปาทานขันธ์ ๕ (๕) วิราคสัญญา ความกำหนดหมาย ว่าวิราคะเป็นธรรมละเอียดประณีต หมายถึงสัญญาที่เกิดขึ้นในญาณที่พิจารณาวิราคะคือภาวะ จิตที่ปราศจากความกำหนัดให้เป็นอารมณ์ (๖) นิโรธสัญญา ความกำหนดหมายว่านิโรธเป็นธรรมละเอียดประณีต หมายถึงสัญญาที่เกิดขึ้นในญาณที่พิจารณานิโรธคือภาวะดับสังขารธรรม ให้เป็นอารมณ์หรือทำพระนิพพานให้เป็นอารมณ์ (นัย องฺ.เอกก.อ. ๔๖๙-๔๗๐, องฺ.ฉกฺก.อ. ๑๑๖)
จบ ๕. วิชชาภาคิยสูตร