พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · เสขปริหานิยวรรค
๘. อัตตการีสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๒ ในเสขปริหานิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๘. อัตตการีสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรค อัตตการีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
๓๘ อถโข อญฺญตโร พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อหญฺหิ โภ โคตม เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ นตฺถิ อตฺตกาโร นตฺถิ ปรกาโรติ มาหํ พฺราหฺมณ เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ อทฺทสํ วา อสฺโสสึ วา กถํ หิ นาม สยํ อภิกฺกมนฺโต สยํ ปฏิกฺกมนฺโต เอวํ วกฺขติ นตฺถิ อตฺตกาโร นตฺถิ ปรกาโรติ ตํ กิมฺมญฺญสิ พฺราหฺมณ อตฺถิ อารพฺภธาตูติ เอวํ โภ อารพฺภธาตุยา สติ อารพฺภวนฺโต สตฺตา ปญฺญายนฺตีติ เอวํ โภ ยํ โข พฺราหฺมณ อารพฺภธาตุยา สติ อารพฺภวนฺโต สตฺตา ปญฺญายนฺติ อยํ สตฺตานํ อตฺตกาโร อยํ ปรกาโรติ ฯ ตํ กิมฺมญฺญสิ พฺราหฺมณ อตฺถิ นิกฺกมธาตูติ ฯเปฯ
อตฺถิ ปรกฺกมธาตุ อตฺถิ ถามธาตุ อตฺถิ ธิติธาตุ อตฺถิ อุปกฺกมธาตูติ เอวํ โภ อุปกฺกมธาตุยา สติ อุปกฺกมวนฺโต สตฺตา ปญฺญายนฺตีติ เอวํ โภ ยํ โข พฺราหฺมณ อุปกฺกมธาตุยา สติ อุปกฺกมวนฺโต สตฺตา ปญฺญายนฺติ อยํ สตฺตานํ อตฺตกาโร อยํ ปรกาโรติ มาหํ พฺราหฺมณ เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ อทฺทสํ วา อสฺโสสึ วา กถญฺหิ นาม สยํ อภิกฺกมนฺโต สยํ ปฏิกฺกมนฺโต เอวํ วกฺขติ นตฺถิ อตฺตกาโร นตฺถิ ปรกาโรติ ฯ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. วีตราคา ... โทสา ... โมหา อนาสวา ฯ ๒ โป. พฺรหฺมจารยา ฯ ม. ยุ.
พฺรหฺมจารโย ฯ ๓ ม. ยุ. อาจมยิตฺวาน ฯ ๔ โป. โลเก ฯ
ครั้งนั้นแล พราหมณ์คนหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ได้
ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ
ก็ข้าพระองค์มีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า การทำเพื่อตนไม่มี การทำเพื่อผู้อื่นไม่มี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ เราอย่าได้เห็นหรือได้ฟังคำของบุคคลผู้กล่าวว่า เรามีวาทะอย่างนี้
มีทิฐิอย่างนี้ ก็บุคคลเมื่อก้าวไปเองได้ ถอยกลับเองได้ ไฉนเล่าจักกล่าวอย่างนี้ว่า การทำเพื่อตนไม่มีการทำเพื่อผู้อื่นไม่มี ดูกรพราหมณ์ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน อารัพภธาตุ(ความเพียรเป็นเหตุปรารภ) มีอยู่หรือ ฯ
อ. อย่างนั้น ท่านพระโคดม ฯ
พ. เมื่ออารัพภธาตุมีอยู่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความปรารภย่อมปรากฏหรือ ฯ
อ. อย่างนั้น ท่านพระโคดม ฯ
พ. ดูกรพราหมณ์ การที่เมื่ออารัพภธาตุมีอยู่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความปรารภ ย่อมปรากฏ นี้แหละเป็นการทำเพื่อตน นี้แหละเป็นการทำเพื่อผู้อื่น ของสัตว์ทั้งหลาย ดูกรพราหมณ์ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน นิกกมธาตุ (ความเพียรเป็นเครื่องก้าวออก) มีอยู่หรือฯลฯ ปรักกมธาตุ (ความเพียรเป็นเครื่องก้าวไปข้างหน้า) มีอยู่หรือ ถามธาตุ (ความเพียรเป็นกำลัง) มีอยู่หรือ ธิติธาติ (ความเพียรเป็นเครื่องทรงไว้) มีอยู่หรือ อุปักกมธาตุ(ความพยายาม) มีอยู่หรือ ฯ
อ. อย่างนั้น ท่านพระโคดม ฯ
พ. ดูกรพราหมณ์ เมื่ออุปักกมธาตุมีอยู่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความพยายามย่อมปรากฏหรือ ฯ
อ. อย่างนั้น ท่านพระโคดม ฯ
พ. ดูกรพราหมณ์ การที่เมื่ออุปักกมธาตุมีอยู่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความพยายามย่อมปรากฏ นี้แหละเป็นการกระทำเพื่อตน นี้แหละเป็นการทำเพื่อผู้อื่นของสัตว์ทั้งหลาย ดูกรพราหมณ์ เราอย่าได้เห็นหรือได้ฟังคำของบุคคลผู้กล่าวว่าเรามีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ ก็บุคคลเมื่อก้าวไปเองได้ ถอยกลับเองได้ ไฉนเล่าจักกล่าวอย่างนี้ว่า การทำเพื่อตนไม่มี การทำเพื่อผู้อื่นไม่มี ฯ
อ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก ท่านพระโคดมทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปได้ฉะนั้น ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญ กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
จบสูตรที่ ๘
จบ ๘. อัตตการีสูตร