พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · เสขปริหานิยวรรค
๑๐. กิมมิลสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๒ ในเสขปริหานิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรค กิมมิลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๔๘๖–๔๘๗
เทวดา มนุษย์ หรือแม้สุคติอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมปรากฏเพราะกรรมที่เกิดแต่อโลภะ อโทสะ อโมหะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเพื่อเกิดกรรมมี ๓ ประการ นี้แล”
๑๐. กิมมิลสูตร
ว่าด้วยเหตุให้ศาสนาเสื่อมและเจริญ
{๓๑๑} [๔๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน ใกล้นครกิมมิลา ครั้งนั้น ท่านพระกิมมิละเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้ ทูลถามว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระ สัทธรรม ไม่ดำรงอยู่นานในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนกิมมิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา ในความไม่ประมาท ในปฏิสันถาร ดูก่อนกิมมิละ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมไม่ ดำรงอยู่นานในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว”
- ๑สัทธรรม ธรรมอันดี ในที่นี้หมายถึงหลักหรือแก่นของพระพุทธศาสนา (องฺ.ฉกฺก.อ. ๑๑๙) ซึ่ง จำแนกเป็น ๓ คือ (๑) ปริยัตติสัทธรรม สัทธรรมคือคำสั่งสอนอันจะต้องเล่าเรียน (ปริยัติ) ได้แก่ พระบาลีพุทธพจน์ พร้อมทั้งอรรถกถา (๒) ปฎิปัตติสัทธรรม สัทธรรมคือปฏิปทาอันจะต้องปฏิบัติ โดยสรุปได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ หรือไตรสิกขา (๓) ปฏิเวธสัทธรรม (หรือเรียกว่าอธิคมสัทธรรม) สัทธรรมคือผลอันจะพึงเข้าถึงหรือบรรลุด้วยการปฏิบัติ ได้แก่ มรรค ผล นิพพาน อีกนัยหนึ่งได้แก่ มรรค ๔ ผล ๔ ปฏิสัมภิทา ๔ วิชชา ๓ อภิญญา ๖ (วิ.อ. ๑/๒๓๖, ม.อ. ๓/๘๐, องฺ.เอกก.อ. ๗๘-๗๙)
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรเล่าเป็นหตุ <*> เป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรม ดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว”
“ดูก่อนกิมมิละ พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเคารพ มีความยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ใน สิกขา ในความไม่ประมาท ในปฏิสันถาร ดูก่อนกิมมิละ นี้แลเป็นเหตุเป็น ปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นานในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว”
๑๑. ทารุกขันธสูตร
ว่าด้วยอำนาจของผู้มีฤทธิ์
{๓๑๒} [๔๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรครองอันตรวาสกแล้วถือบาตร จีวรลงจากเขาคิชฌกูฏพร้อมด้วยภิกษุหลายรูป เห็นกองไม้กองใหญ่ ณ ที่แห่ง หนึ่งแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายเห็น กองไม้กองใหญ่โน้นหรือไม่”
ภิกษุเหล่านั้นตอบว่า “เห็น ท่านผู้มีอายุ”
“ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีฤทธิ์ ถึงมีความชำนาญทางใจ เมื่อจำนงอยู่ พึงน้อมใจถึงกองไม้กองโน้นให้เป็นดินได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าที่กองไม้โน้นมีปฐวีธาตุซึ่งภิกษุผู้มีฤทธิ์ ถึงความชำนาญทางใจพึงอาศัยน้อมใจถึงให้เป็นดินได้ ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีฤทธิ์ ถึงความชำนาญทางใจเมื่อจำนงอยู่ พึงน้อมใจถึงกองไม้กองโน้นให้เป็นนํ้าได้ ... ให้เป็นไฟได้ ... ให้เป็นลมได้ ... ให้เป็นของงามได้ ... ให้เป็นของไม่งามได้
- เหตุ - ผู้รวบรวม
จบ ๑๐. กิมมิลสูตร