พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · อานิสังสวรรค
๒. อานิสังสสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๖๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๑ ในอานิสังสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อานิสังสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๘๒๕–๘๒๕
๒. อานิสังสสูตร
ว่าด้วยอานิสงส์แห่งโสดาปัตติผล ๖ ประการ
[๓๖๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการกระทำให้แจ้งซึ่งโสดา-ปัตติผล ๖ ประการนี้ ๖ ประการเป็นไฉน ? คือ บุคคลย่อมเป็นผู้แน่นอนในพระสัทธรรม ๑ ย่อมเป็นผู้มีความไม่เสื่อมเป็นธรรมดา ๑ เขาผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์แล้วย่อมไม่มีทุกข์ ๑ เป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ ๑ เขาเห็นเหตุแล้วด้วยดี ๑ และเห็นธรรมที่เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอานิสงส์ในการกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ๖ ประการนี้แล.
จบอานิสังสสูตรที่ ๒
อรรถกถาอานิสังสสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในอานิสังสสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สทฺธมฺมนิยโต ความว่า เป็นผู้เที่ยงในศาสนสัทธรรม.
บทว่า อสาธารเณน ความว่า (ประกอบด้วยญาณ) อันไม่ทั่วไปกับปุถุชนทั้งหลาย.
จบอรรถกถาอานิสังสสูตรที่ ๒
๓. อนิจจสูตร๑
ว่าด้วยฐานะที่มีได้และมีไม่ได้
[๓๖๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นสังขารไร ๆ โดยความเป็นของเที่ยง จักเป็นผู้ประกอบด้วยขันติที่สมควร ข้อนั้นย่อมไม่เป็น๑สูตรที่ ๓ ๔ ๕ และ ๖ ท่านไม่พรรณนา
จบ ๒. อานิสังสสูตร