arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปฐมปัณณาสก์ · อุรุเวลวรรค

กาฬกสูตร เล่ม ๒๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในอุรุเวลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

กาฬกสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุรุเวลวรรค กาฬกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๑)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา สาเกเต วิหรติ กาฬการาเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ ยํ ภิกฺขเว สเทวกสฺส โลกสฺส สมารกสฺส สพฺรหฺมกสฺส สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตมหํ ชานามิ ยํ ภิกฺขเว สเทวกสฺส โลกสฺส สมารกสฺส สพฺรหฺมกสฺส สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตมหํ อพฺภญฺญาสึ ตํ ตถาคตสฺส วิทิตํ ตํ ตถาคเต ๑ น อุปฏฺฐาสิ ยํ ภิกฺขเว สเทวกสฺส โลกสฺส ... ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ

อนุวิจริตํ มนสา ตมหํ ชานามีติ วเทยฺยํ ตํ มมสฺส มุสา ... ตมหํ ชานามิ จ น จ ชานามีติ วเทยฺยํ ตํ ปิสฺส ตาทิสเมว ... ตมหํ เนว ชานามิ น น ชานามีติ วเทยฺยํ ตํ มมสฺส กลิ อิติ โข ภิกฺขเว ตถาคโต ทิฏฺฐา ทฏฺฐพฺพํ ทิฏฺฐํ น มญฺญติ อทิฏฺฐํ น มญฺญติ ทฏฺฐพฺพํ น มญฺญติ ทิฏฺฐานํ ๒ น มญฺญติ สุตา ๓ โสตพฺพํ สุตํ น มญฺญติ อสฺสุตํ น มญฺญติ โสตพฺพํ น มญฺญติ สุตานํ ๔ น มญฺญติ มุตา ๕ โมตพฺพํ มุตํ น มญฺญติ อมุตํ น มญฺญติ โมตพฺพํ น มญฺญติ มุตานํ ๖ น มญฺญติ วิญฺญาตา ๗ วิญฺญาตพฺพํ วิญฺญาตํ น มญฺญติ อวิญฺญาตํ น มญฺญติ วิญฺญาตพฺพํ น มญฺญติ วิญฺญาตานํ ๘ น มญฺญติ อิติ โข ภิกฺขเว ตถาคโต ทิฏฺฐสุตมุต- วิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ ตาทิโสว ๙ ตาที ตมฺหา จ ปน ตาทิมฺหา อญฺโญ ตาที อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร วา นตฺถีติ วทามีติ ฯ

ยงฺกิญฺจิ ทิฏฺฐํ จ ๑ สุตํ มุตํ วา

อชฺโฌสิตํ สจฺจมุตํ ปเรสํ

น เตสุ ตาที สยสํวุเตสุ

สจฺจํ มุสาวาปิ ปรํ ทเหยฺย ฯ

เอตญฺจ สลฺลํ ปฏิกจฺจ ทิสฺวา

อชฺโฌสิตา ยตฺถ ปชา วิสตฺตา

ชานามิ ปสฺสามิ ตเถว เอตํ

อชฺโฌสิตํ นตฺถิ ตถาคตานนฺติ ฯ

๑ ยุ. ยถา ตถา ฯ ๒ ม. ยุ. เอส ฯ ๓ ม. เม ฯ

๑ ม. ยุ. ตถาคโต ฯ ๒ ม. ยุ. ทฏฺฐารํ ฯ ๓ ม. ยุ. สฺตฺวา ฯ ๔ ม. ยุ. โสตารํ ฯ

๕ ม. ยุ. มุตฺวา ฯ ๖ ม. ยุ. โมตารํ ฯ ๗ ม. ยุ. วิญฺญตฺวา ฯ

๘ ม. ยุ. วิญฺญาตารํ ฯ ๙ ม. ตาทีเยว ฯ ยุ. ตาทิเสเยว ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กาฬการาม ใกล้เมืองสาเกต ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปารมณ์ที่เห็นด้วยจักษุสัททารมณ์ที่ฟังด้วยหูคันธารมณ์ รสารมณ์ และโผฏฐัพพารมณ์ ที่รู้ได้ด้วยทวารนั้นๆ ธรรมารมณ์ที่รู้แจ้งด้วยใจ ของโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ของหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์

เทวดาและมนุษย์ เราได้บรรลุแล้ว เสาะแสวงหาแล้ว ค้นคว้าแล้วด้วยใจ เราย่อมรู้รูปารมณ์ที่เห็นได้ด้วยจักษุเป็นต้นนั้นรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ตถาคตรู้รูปารมณ์เป็นต้นนั้นแจ้งชัด รูปารมณ์เป็นต้นนั้นไม่ปรากฏในตถาคต ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราพึงกล่าวว่า ... เราย่อมรู้รูปารมณ์เป็นต้นนั้นคำนั้นของเราพึงเป็นคำเท็จ เราพึงกล่าวว่า ... เราย่อมรู้รูปารมณ์เป็นต้นนั้นด้วย ไม่รู้ด้วย แม้คำของเรานั้นก็พึงเป็นเช่นนั้นแหละ เราพึงกล่าวว่า ... เรารู้ก็หามิได้ ไม่รู้ก็หามิได้ ซึ่งรูปารมณ์เป็นต้นนั้น

คำนั้นจึงเป็นโทษแก่เรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเห็นรูปที่ควรเห็น ย่อมไม่สำคัญว่าเห็นรูปที่เห็น

แล้ว ย่อมไม่สำคัญว่าเป็นรูปที่ยังไม่มีใครเห็น ย่อมไม่สำคัญว่าเห็นรูปที่ควรเห็น ย่อมไม่สำคัญว่าเห็นรูปที่ควรเห็น ย่อมไม่สำคัญว่าเห็นรูปที่มหาชนดูกันอยู่ ตถาคตฟังเสียงที่ควรฟัง ย่อมไม่สำคัญว่าฟังเสียงที่ฟังแล้วย่อมไม่สำคัญว่าฟังเสียงที่ยังไม่มีใครฟัง ย่อมไม่สำคัญว่าฟังเสียงที่ควรฟัง ย่อมไม่สำคัญว่าฟังเสียงที่มหาชนฟังกันอยู่ ตถาคตรู้คันธารมณ์เป็นต้นที่ควรรู้ ย่อมไม่สำคัญว่ารู้คันธารมณ์เป็นต้นที่รู้แล้ว ย่อมไม่สำคัญว่ารู้คันธารมณ์เป็นต้นที่ยังไม่มีใครรู้ ย่อมไม่สำคัญว่ารู้คันธารมณ์เป็นต้นที่ควรรู้ ย่อมไม่สำคัญว่ารู้คันธารมณ์เป็นต้นที่มหาชน รู้กันอยู่ ตถาคตรู้แจ้ธรรมารมณ์ที่ควรรู้แจ้ง ย่อมไม่สำคัญว่ารู้แจ้งธรรมารมณ์ที่รู้แจ้งแล้ว ย่อมไม่สำคัญว่ารู้แจ้งธรรมารมณ์ที่ยังไม่มีใครรู้ ย่อมไม่สำคัญว่ารู้แจ้ง ธรรมารมณ์ที่ควรรู้แจ้ง ย่อมไม่สำคัญว่ารู้แจ้งธรรมารมณ์ที่มหาชนรู้แจ้งกันอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเป็นผู้คงที่เช่นนั้นเทียว ในธรรมทั้งหลาย คือ รูปารมณ์สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และธรรมารมณ์ และเราย่อมกล่าวว่าบุคคลอื่นผู้คงที่ยิ่งกว่า หรือประณีตกว่าตถาคตผู้คงที่นั้นไม่มี ด้วยประการ ฉะนี้แล ฯ

รูปที่เห็นแล้ว เสียงที่ฟังแล้ว หรือหมวด ๓ แห่งอารมณ์

มีคันธารมณ์เป็นต้นที่ทราบแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งอันดูดดื่ม

อันชนเหล่าอื่นสำคัญว่าจริง ตถาคตเป็นผู้คงที่ในรูปเป็น

ต้นเหล่านั้น อันสำรวมแล้วเอง ไม่พึงเชื่อคำคนอื่นทั้ง

จริงและเท็จ เราเห็นลูกศร คือ ทิฐินี้ก่อนแล้ว ย่อมรู้

ย่อมเห็นลูกศร คือ ทิฐิที่หมู่สัตว์หมกมุ่นข้องอยู่เช่นนั้น

ความหมกมุ่นย่อมไม่มีแก่ตถาคตทั้งหลาย ฯ

จบสูตรที่ ๔

จบ กาฬกสูตร