arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปฐมปัณณาสก์ · จักกวรรค

สังคหสูตร เล่ม ๒๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในจักกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จักกวรรค สังคหสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๑)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๑ หน้า ๕๕–๕๖

หน้า ๕๕

๒. สังคหสูตร

ว่าด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ

{๓๒} [๓๒] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังคหวัตถุมี ๔ ประการนี้ ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ

(๑) ทาน การให้ปัน

(๒) เปยยวัชชะ การเจรจาไพเราะ

(๓) อัตถจริยา การบำเพ็ญประโยชน์

(๔) สมานัตตตา การเป็นผู้มีตนสม่ำเสมอ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังคหวัตถุมี ๔ ประการนี้แล,,

การให้ปัน ๑ การเจรจาไพเราะ ๑ การบำเพ็ญประโยชน์

ในโลกนี้ ๑ การเป็นผู้มีตนสมํ่าเสมอในธรรมนั้น ๆ ตาม

สมควร ๑ ธรรมเหล่านั้นแลเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจกันไว้

ในโลก เหมือนสลักเพลารถคุมรถที่แล่นไปอยู่ไว้ฉะนั้น

ถ้าธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวใจเหล่านี้ไม่พึงมีไซร้ มารดา

หรือบิดาก็จะไม่พึงได้ความนับถือหรือการบูชาเพราะเหตุ

แห่งบุตร

ก็เพราะบัณฑิตทั้งหลายพิจารณาเห็นธรรมเครื่องยึด

เหนี่ยวใจเหล่านี้ ฉะนั้น บัณฑิตเหล่านั้นจึงถึงความเป็น

ใหญ่และเป็นที่น่าสรรเสริญ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สังคหวัตถุ เหตุแห่งการสงเคราะห์ หมายถึงคุณธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่น กล่าวคือ บุคคลบางคนต้องสงเคราะห์ด้วยทาน บางคนต้องเจรจาด้วยคำไพเราะ บางคนต้องกล่าวด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์ บางคนต้องทำตนให้ร่วมสุขร่วมทุกข์ (นัย องฺ.จตุกฺก.อ. ๓๒๗-๓๒๘)
หน้า ๕๖

๓. สีหสูตร

ว่าด้วยอุปมาพระพุทธเจ้ากับพญาราชสีห์

{๓๓} [๓๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พญาสีหมฤคราชย่อมออกจากที่อาศัยในเวลาเย็น ครั้นออกจากที่อาศัยแล้ว ก็เหยียดกาย ครั้นแล้วก็เหลียวแลดูทิศทั้ง ๔ โดยรอบ แล้วบันลือสีหนาท ๓ ครั้ง บันลือแล้วจึงออกเดินไปหากินดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกสัตว์ดิรัจฉานทุกหมู่เหล่าได้ยินเสียงพญาสีหมฤคราชบันลือสีหนาทอยู่ โดยมากย่อมถึงความกลัว ความตกใจ และความสะดุ้งจำพวกที่อาศัยโพรงอยู่ก็วิ่งเข้าโพรง จำพวกที่อาศัยนํ้าอยู่ก็ดำนํ้าไป จำพวกที่อาศัยป่าอยู่ก็เตลิดเข้าป่า จำพวกปักษีก็บินหนีขึ้นท้องฟ้า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายถึงพญาช้างทั้งหลายของพระมหากษัตริย์ซึ่งถูกผูกไว้ด้วยเครื่องพันธนาการคือเชือกหนังที่มั่นคงในคามนิคมและราชธานีก็ยังสลัดทำลายเครื่องพันธนาการเหล่านั้นจนขาด กลัวจนมูตรคูถไหล หนีเตลิดไป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พญาสีหมฤคราช มีมหิทธิศักดานุภาพยิ่งใหญ่กว่าสัตว์ดิรัจฉานทั้งหลายเช่นนี้แล

อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย เมื่อตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ผู้เบิกบานแล้ว ผู้จำแนกธรรม เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ตถาคตนั้นย่อมแสดงธรรมว่า ‘รูปเป็นดังนี้ เหตุเกิดขึ้นแห่งรูปเป็นดังนี้ ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้ เวทนาเป็น

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พญาสีหมิคราช หรือราชสีห์ผู้เป็นเจ้าสัตว์ป่า มี ๔ ประเภท คือ (๑) ติณสีหะ ราชสีห์ที่คล้ายแม่โค สีเหมือนนกพิราบ กินหญ้าเป็นอาหาร (๒) กาฬสีหะ ราชสีห์ที่คล้ายแม่โคสีดำ กินหญ้าเป็นอาหารเช่นกัน (๓) ปัณฑุสีหะ ราชสีห์ที่คล้ายแม่โคสีใบไม้เหลือง กินเนื้อเป็นอาหาร (๔) เกสรสีหะ ราชสีห์ที่มีหน้า ปลายหาง และปลายเท้าทั้งสี่สีเหมือนนํ้าครั่ง มีลายทั้งสามตั้งแต่ส่วนหัวลงมากลางหลัง สลับเวียนไปทางขวาอยู่ที่โคนขาและที่ตรงลำคอมีขนคอเหมือนแวดวงด้วยผ้ากัมพลมีค่าเป็นแสน ในที่นี้หมายถึงราชสีห์ประเภทที่ ๔ คือไกรสรราชสีห์ซึ่งลํ้าเลิศกว่าราชสีห์ ทุกประเภท (นัย สํ.ข.อ. ๓๑๑. ที.ปา.อ. ๑๒, องฺ.จตุกฺก.อ. ๓๒๘)

จบ สังคหสูตร