พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · ภิกขุนีสังยุต
๑. อาฬวิกาสูตร เล่ม ๑๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๒–๕๒๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในภิกขุนีสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขุนีสังยุต อาฬวิกาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๕ หน้า ๒๑๘–๒๑๙
๕. ภิกขุนีสังยุต
๑. อาฬวิกาสูตร
ว่าด้วยมารรังควานอาฬวิกาภิกษุณี
{๕๒๒} [๑๖๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแลเป็นเวลาเช้า ภิกษุณีชื่ออาฬวิกาครองอันตรวาสกแล้วถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี เที่ยวบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี กลับจากบิณฑบาตภายหลังฉันภัตตาหารแล้ว ต้องการความสงบเงียบจึงเข้าไปในป่าอันธวันลำดับนั้น มารผู้มีใจบาปต้องการจะให้อาฬวิกาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และต้องการจะให้ออกจากความวิเวกจึงเข้าไปหาอาฬวิกาภิกษุณีถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะอาฬวิกาภิกษุณีด้วยคาถาว่า
ทางออกไปจากทุกข์ในโลก ไม่มีหรอก ท่านจักทำอะไรด้วยความวิเวกได้ จงเสพความยินดีในกามเถิด อย่าได้มีความเดือดร้อนใจในภายหลังเลย
{๕๒๔} ลำดับนั้น อาฬวิกาภิกษุณีได้มีความดำริว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครกันหนอจะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ มากล่าวคาถาอยู่” ทันใดนั้น อาฬวิกาภิกษุณีได้ฉุกคิดขึ้นว่า “นี้คือมารผู้มีใจบาป ต้องการจะให้เราเกิดความกลัว ความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และต้องการจะให้เราเคลื่อนจากความวิเวก จึงกล่าวคาถา” ครั้นอาฬวิกาภิกษุณีทราบว่านี้คือมารผู้มีใจบาป จึงได้กล่าวกะมารผู้มีใจบาปนั้นด้วยคาถาว่า
ทางออกจากทุกข์ในโลกนี้มีอยู่ เราสัมผัสดีแล้วด้วยปัญญา ดูก่อนมารผู้มีใจบาปผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของบุคคลผู้ประมาทแล้ว ท่านไม่รู้จักทางนั้นดอก
กามทั้งหลายมีอุปมาดังหอกและหลาว เป็นฝีร้ายแห่งขันธ์ทั้งหลาย บัดนี้เราไม่ไยดีถึงความยินดีในกามที่ท่านกล่าวถึงนั้น
ลำดับนั้น มารผู้มีใจบาปรู้ว่า “อาฬวิกาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงเป็นทุกข์ เสียใจ ได้อันตรธานไปในที่นั้นนั่นเอง
๒. โสมาสูตร
ว่าด้วยมารรังควานโสมาภิกษุณี
{๕๒๕} [๑๖๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ครั้งนั้นแลเป็นเวลาเช้า โสมาภิกษุณีครองอันตรวาสกแล้วถือบาตรจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี เที่ยวบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี กลับจากบิณฑบาตภายหลังฉันภัตตาหารแล้ว เข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักผ่อนกลางวัน ครั้นถึงป่าอันธวันแล้วได้นั่งพักกลางวันที่โคนไม้ต้นหนึ่ง{๕๒๖} ลำดับนั้น มารผู้มีใจบาปต้องการจะให้โสมาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และต้องการจะให้ออกจากสมาธิจึงเข้าไปหาโสมาภิกษุณีถึงที่นั่งพัก ครั้นแล้วได้กล่าวกะโสมาภิกษุณีด้วยคาถาว่า
ฐานะคือพระอรหัตซึ่งพวกฤๅษีจะพึงบรรลุถึงได้ คนอื่น ๆ ให้สำเร็จได้ยาก อันสตรีผู้มีปัญญาเพียง ๒ นิ้ว ไม่อาจจะบรรลุได้หรอก
จบ ๑. อาฬวิกาสูตร