arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มารสังยุต · ปฐมวรรค

๑. ตโปกรรมสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๖–๔๑๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. มารสํยุตฺต

๑. ปฐมวคฺค

๑. ตโปกมฺมสุตฺต

๔. มารสังยุต

๑. ปฐมวรรค

หมวดที่ ๑

๑. ตโปกัมมสูตร

ว่าด้วยการบำเพ็ญตบะ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มารสังยุต ปฐมวรรค ตโปกรรมสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๑๕ หน้า ๑๒๓–๑๒๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๑๕ หน้า ๑๗๕–๑๗๖

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวมฺเม สุตํ:- เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโครฺเธ (๑) ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. อถ โข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ “มุตฺโต วตมฺหิ ตาย ทุกฺกรการิกาย, สาธุ มุตฺโต วตมฺหิ ตาย อนตฺถสญฺหิตาย ทุกฺกรการิกาย, สาธุ วตมฺหิ มุตฺโต โพธิสมชฺฌคนฺติ. (๒)

อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

“ตโปกมฺมา อปกฺกมฺม เยน น สุชฺฌนฺติ มาณวา

อสุทฺโธ มญฺญสิ (๓) สุทฺโธ สุทฺธิมคฺคา (๔) อปรทฺโธ”ติ.

อถ โข ภควา มาโร อยํ ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ “อนตฺถสญฺหิตํ ญตฺวา ยงฺกิญฺจิ อปรํ (๕) ตปํ

สพฺพํ นตฺถาวหํ (๖) โหติ ผิยาริตฺตํว (๗) ธมฺมนิ.

สีลํ สมาธิ ปญฺญญฺจ มคฺคํ โพธาย ภาวยํ

ปตฺโตสฺมิ ปรมํ สุทฺธึ นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา”ติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา “ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต”ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม.อิ. อชปาลนิโครฺธมูเล
  2. ๒ก. สาธุ วตมฺหิ สตฺโต โพธิสมชฺฌคูติ, สี.อิ. สาธุ ฐิโต สโต โพธึ สมชฺฌคนฺติ
  3. ๓อิ. มญฺญติ
  4. ๔ก. สุทฺธิมคฺคํ
  5. ๕ฉ.ม. อมรํ
  6. ๖อิ. สพฺพา มตฺถาวหํ
  7. ๗ก. ปิยาริตฺตํว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ประทับอยู่ที่ต้นอชปาลนิโครธใกล้ฝั่ง แม้น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความรำพึงอย่างนี้ว่า “เราเป็นผู้พ้นแล้วหนอจากทุกกรกิริยานั้น เราเป็นผู้ พ้นดีแล้วหนอจากทุกกรกิริยาอันไม่ประกอบด้วยประโยชน์นั้น เราเป็นผู้บรรลุโพธิญาณแล้ว”ครั้งนั้น มารผู้มีบาปได้ทราบความรำพึงของพระผู้มีพระภาคด้วยใจ จึงเข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่ามาณพทั้งหลายบริสุทธิ์ได้

ด้วยการบำเพ็ญตบะใด

ท่านหลีกจากการบำเพ็ญตบะนั้นแล้ว

เป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ สำคัญว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ท่านพลาดจากทางแห่งความบริสุทธิ์แล้ว

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า “นี้คือมารผู้มีบาป” จึงตรัสกับมาร ผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า

เรารู้แล้วว่าตบะอื่นๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

ตบะทั้งปวงหาอำนวยประโยชน์ให้ไม่

ดุจไม้พายหรือไม้ถ่อ ไม่อำนวยประโยชน์บนบก ฉะนั้น

จึงเจริญมรรค คือ ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อตรัสรู้

เป็นผู้บรรลุความบริสุทธิ์อย่างยอดเยี่ยมแล้ว

มารผู้กระทำซึ่งที่สุด เราได้กำจัดท่านเสียแล้ว

ครั้งนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคต ทรงรู้จักเรา” จึงหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง

ตโปกัมมสูตรที่ ๑ จบ

จบ ๑. ตโปกรรมสูตร