arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โกสลสังยุตต์ · ทุติยวรรค

๕. ทุติยสังคามวัตถุสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๒–๓๗๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในทุติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕. ทุติยสงฺคามสุตฺต

๕. ทุติยสังคามสูตร

ว่าด้วยสงคราม สูตรที่

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ทุติยวรรค ทุติยสังคามวัตถุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๑๕ หน้า ๑๐๐–๑๐๒ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๑๕ หน้า ๑๔๘–๑๔๙

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ โข ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ ปเสนทิโกสลํ อพฺภุยฺยาสิ เยน กาสิ. อสฺโสสิ โข ราชา ปเสนทิโกสโล “ราชา กิร มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา มมํ อพฺภุยฺยาโต เยน กาสี”ติ. อถ โข ราชา ปเสนทิโกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปจฺจุยฺยาสิ เยน กาสิ. อถ โข ราชา จ มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชา จ ปเสนทิโกสโล สงฺคาเมสุํ. ตสฺมึ โข ปน สงฺคาเม ราชา ปเสนทิโกสโล ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปราเชสิ, ชีวคฺคาหญฺจ นํ อคฺคเหสิ. อถ โข รญฺโญ ปเสนทิโกสลสฺส เอตทโหสิ “กิญฺจาปิ โข มฺยายํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต อทุพฺภนฺตสฺส ทุพฺภติ, อถ จ ปน เม ภาคิเนยฺโย โหติ. ยนฺนูนาหํ รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ รถกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสฺสชฺเชยฺยนฺ”ติ. (๑)

อถ โข ราชา ปเสนทิโกสโล รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ รถกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสฺสชฺชิ. (๒)

อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ, สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ; เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุ:

อิธ ภนฺเต ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ ปเสนทิโกสลํ อพฺภุยฺยาสิ เยน กาสิ. อสฺโสสิ โข ภนฺเต ราชา ปเสนทิโกสโล “ราชา กิร มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา มมํ อพฺภุยฺยาโต เยน กาสี”ติ. อถ โข ภนฺเต ราชา ปเสนทิโกสโล จตุรงฺคินึ เสนํ สนฺนยฺหิตฺวา ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปจฺจุยฺยาสิ เยน กาสิ. อถ โข ภนฺเต ราชา จ มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ราชา จ ปเสนทิโกสโล สงฺคาเมสุํ. ตสฺมึ โข ปน ภนฺเต สงฺคาเม ราชา ปเสนทิโกสโล ราชานํ มาคธํ อชาตสตฺตุํ เวเทหิปุตฺตํ ปราเชสิ, ชีวคฺคาหญฺจ นํ อคฺคเหสิ. อถ โข ภนฺเต รญฺโญ ปเสนทิโกสลสฺส เอตทโหสิ “กิญฺจาปิ โข มฺยายํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต อทุพฺภนฺตสฺส ทุพฺภติ, อถ จ ปน เม ภาคิเนยฺโย โหติ. ยนฺนูนาหํ รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ สพฺพํ รถกายํ สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสฺสชฺเชยฺยนฺ”ติ.

อถ โข ภนฺเต ราชา ปเสนทิโกสโล รญฺโญ มาคธสฺส อชาตสตฺตุโน เวเทหิปุตฺตสฺส สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ รถกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตเมว นํ โอสฺสชฺชีติ.

อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ:-

วิลุมฺปเตว ปุริโส ยาวสฺส อุปกปฺปติ

ยทา จญฺเญ วิลุมฺปนฺติ โส วิลุตฺโต วิลุมฺปติ. (๓)

ฐานญฺหิ มญฺญติ พาโล ยาว ปาปํ น ปจฺจติ

ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ อถ [พาโล] ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.

ลภติ หนฺตา (๔) หนฺตารํ เชตารํ ลภเต ชยํ

อกฺโกสโก จ อกฺโกสํ โรเสตารญฺจ โรสโก (๕)

อถ กมฺมวิวฏฺเฏน โส วิลุตฺโต วิลุมฺปตีติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. โอสชฺเชยฺยนฺ”ติ
  2. ๒ฉ.ม. โอสชฺชิ, สี. โอสฺสชิ
  3. ๓ฉ.ม. วิลุปฺปติ
  4. ๔ฉ.ม. หนฺตา ลภติ
  5. ๕สี. โรสโต ปฏิโรสโกติปิ โรสโต ปโรสโกติปิ ปาโฐ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ ทรงจัด จตุรงคินีเสนา ยกไปรุกรานพระเจ้าปเสนทิโกศลทางแคว้นกาสี พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงสดับข่าวว่า “พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ ทรงจัดจตุรงคินีเสนา ยกมารุกรานเราทางแคว้นกาสี” จึงทรงจัดจตุรงคินีเสนา ยกออกไปต่อสู้กับ พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ ป้องกันแคว้นกาสี ครั้งนั้น พระเจ้า อชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ กับพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทำสงคราม ต่อกันสงครามครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงชนะพระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ และได้จับเป็นเชลยศึก

ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลได้มี พระดำริดังนี้ว่า “ถึงแม้พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธนี้ จะ ประทุษร้ายเราผู้มิได้ประทุษร้าย แต่เธอก็ยังเป็นหลานของเรา ทางที่ดีเราควรยึด พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้าทั้งหมดของพระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธแล้วปล่อยพระองค์ให้รอดชีวิตไป”ครั้นเวลาเช้า ภิกษุจำนวนมากครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เที่ยวไป บิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาต ภายหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร

ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ ทรงจัดจตุรงคินีเสนา ยกมา รุกรานพระเจ้าปเสนทิโกศลทางแคว้นกาสี พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสดับข่าวว่า ‘พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ ทรงจัดจตุรงคินีเสนา ยกมา รุกรานเราทางแคว้นกาสี’ จึงทรงจัดจตุรงคินีเสนา ยกออกไปต่อสู้กับพระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ ป้องกันแคว้นกาสี ครั้งนั้น พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ กับพระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงทำสงครามต่อกันสงครามครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงชนะพระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ และได้จับเป็นเชลยศึก

ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลได้มีพระดำริ ดังนี้ว่า ‘ถึงแม้พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธนี้ จะประทุษร้ายเรา ผู้มิได้ประทุษร้าย แต่เธอก็ยังเป็นหลานของเรา ทางที่ดีเราควรยึดพลช้าง พลม้า พลรถและพลเดินเท้าทั้งหมดของพระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ แล้วปล่อยพระองค์ให้รอดชีวิตไป’ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ลำดับนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงยึดพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้าทั้งหมดของพระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร ผู้ครองแคว้นมคธ แล้วทรงปล่อยพระองค์ให้รอดชีวิตไป”

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาเหล่านี้ ในเวลานั้นว่า

คนจะแย่งชิงได้ เท่าที่การแย่งชิงนั้นจะเป็นไปได้

แต่เมื่อใดคนเหล่าอื่นมาแย่งชิงบ้าง

เมื่อนั้นผู้แย่งชิงนั้นก็กลับถูกเขาแย่งชิงไป

เพราะว่าบาปยังไม่ให้ผลเพียงใด

คนพาลย่อมสำคัญบาปว่าเป็นของดีเพียงนั้น

แต่เมื่อใดบาปให้ผล เมื่อนั้นคนพาลย่อมประสบทุกข์

ผู้ฆ่าย่อมได้รับการฆ่าตอบ ผู้ชนะย่อมได้รับการชนะตอบ

ผู้ด่าย่อมได้รับการด่าตอบ และผู้โกรธย่อมได้รับการโกรธตอบ

เพราะเมื่อกรรมให้ผล ผู้แย่งชิงนั้นย่อมถูกเขาแย่งชิงไป

ทุติยสังคามสูตรที่ ๕ จบ

จบ ๕. ทุติยสังคามวัตถุสูตร