arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สติปัฏฐานสังยุต · อนนุสสุตวรรค

ฉันทสูตร เล่ม ๑๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐๖–๘๐๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในอนนุสสุตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สติปัฏฐานสังยุต อนนุสสุตวรรค ฉันทสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๒๘๐–๒๘๑

หน้า ๒๘๐

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สติปัฏฐานมี ๔ เหล่านี้ สติปัฏฐาน ๔ คืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ สติปัฏฐานมี ๔ เหล่านี้แล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล พึงหวังผลได้อย่างใดอย่างหนึ่งใน ๒ อย่าง คือ อรหัตตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีความถือมั่นเหลืออยู่ก็เป็นอนาคามี”

๗. ฉันทสูตร

ว่าด้วยผู้เจริญสติปัฏฐาน ๔ ชื่อว่าทำให้แจ้งอมตะ

{๘๐๖} [๔๐๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สติปัฏฐานมี ๔ เหล่านี้ สติปัฏฐาน ๔ คืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมพิจารณาเห็นกายในกาย มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ย่อมละความพอใจในกายนั้นได้ เพราะละความพอใจได้เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว

{๘๐๗} ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ย่อมละความพอใจในเวทนานั้นได้ เพราะละความพอใจได้เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว

{๘๐๘} ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิต มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ย่อมละ

หน้า ๒๘๑

ความพอใจในจิตนั้นได้ เพราะละความพอใจได้ เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว

{๘๐๙} ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ ย่อมละความพอใจในธรรมนั้นได้ เพราะละความพอใจได้ เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว”

๘. ปริญญาตสูตร

ว่าด้วยผู้เจริญสติปัฏฐานชื่อว่าทำให้แจ้งอมตะ

{๘๑๐} [๔๐๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สติปัฏฐานมี ๔ เหล่านี้ สติปัฏฐาน ๔ คืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมพิจารณาเห็นกายในกาย มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ย่อมกำหนดรู้กายได้ เพราะกำหนดรู้กายได้ เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว{๘๑๑} ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ย่อมกำหนดรู้เวทนาได้ เพราะกำหนดรู้เวทนาได้ เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว

{๘๑๒} ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิต มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ย่อมกำหนดรู้จิตได้ เพราะกำหนดรู้จิตได้ เป็นอันชื่อว่าทำให้แจ้งซึ่งอมตะได้แล้ว

{๘๑๓} ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกอยู่ เมื่อเธอพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่

จบ ฉันทสูตร