arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อภิสมัยสังยุตต์ · กฬารขัตติยวรรค

๒. กฬารขัตติยสูตร เล่ม ๑๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๔–๑๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในกฬารขัตติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒. กฬารขัตติยสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรค กฬารขัตติยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข กฬารขตฺติโย ภิกฺขุ เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข กฬารขตฺติโย ภิกฺขุ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ โมลิยผคฺคุโน อาวุโส สารีปุตฺต ภิกฺขุ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโตติ นห ๑ นูน โส อายสฺมา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อสฺสาสมลตฺถาติ เตนหายสฺมา สารีปุตฺโต อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อสฺสาสมฺปตฺโตติ ฯ น ขฺวาหํ อาวุโส กงฺขามีติ ฯ อายตึ ปนาวุโสติ ฯ น ขฺวาหํ อาวุโส วิจิกิจฺฉามีติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล กฬารขัตติยภิกษุเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ แล้วได้ปราศรัยกับท่าน ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วได้กล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร โมลิยผัคคุณภิกษุได้ลาสิกขา เวียนมาทางฝ่ายต่ำเสียแล้ว ฯ

ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า ท่านโมลิยผัคคุณะนั้นคงไม่ได้ความพอใจในพระธรรมวินัยนี้เป็นแน่ ฯ

ก. ถ้าเช่นนั้น ท่านพระสารีบุตรคงได้ความพอใจในพระธรรมวินัยนี้กระมัง ฯ

สา. ท่านผู้มีอายุ ผมไม่มีความสงสัยเลย ฯ

ก. ท่านผู้มีอายุ ก็ต่อไปเล่า ท่านไม่สงสัยหรือ ฯ

สา. ท่านผู้มีอายุ ถึงต่อไปผมก็ไม่สงสัยเลย ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข กฬารขตฺติโย ภิกฺขุ อุฏฺฐายาสนา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข กฬารขตฺติโย ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ อายสฺมตา ภนฺเต สารีปุตฺเตน อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ ฯ อถ โข ภควา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ เอหิ ตฺวํ ภิกฺขุ มม วจเนน สารีปุตฺตํ อามนฺเตหิ สตฺถา ตํ อาวุโส สารีปุตฺต อามนฺเตตีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ สตฺถา ตํ อาวุโส สารีปุตฺต อามนฺเตตีติ ฯ เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ

๑ ม. ยุ. นหิ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น กฬารขัตติยภิกษุลุกจากอาสนะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลว่าพระพุทธเจ้าข้า ท่านพระสารีบุตรอวดอ้างพระอรหัตผลว่า ข้าพเจ้ารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสสั่งภิกษุรูปหนึ่งว่า มานี่แน่ะภิกษุ เธอจงไปเรียกสารีบุตรมาตามคำของเราว่า พระศาสดารับสั่งเรียกหาท่าน ฯ

ภิกษุนั้นรับพระพุทธพจน์แล้ว เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรยังที่อยู่ แล้วเรียนต่อท่านว่าข้าแต่ท่านพระสารีบุตร พระศาสดารับสั่งเรียกหาท่าน ฯ

ท่านพระสารีบุตรรับคำของภิกษุนั้นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ สจฺจํ กิร ตยา สารีปุตฺต อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ ฯ น โข ภนฺเต เอเตหิ ปเทหิ เอเตหิ พฺยญฺชเนหิ อตฺโถ จ ๑ วุตฺโตติ ฯ เยนเกนจิปิ สารีปุตฺต ปริยาเยน กุลปุตฺโต อญฺญํ พฺยากโรติ อถ โข พฺยากตํ พฺยากตโต ทฏฺฐพฺพนฺติ ฯ นนุ อหมฺปิ ภนฺเต เอวํ วทามิ น โข ภนฺเต เอเตหิ ปเทหิ เอเตหิ พฺยญฺชเนหิ อตฺโถ จ ๒ วุตฺโตติ ฯ สเจ ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ ชานตา ปน ตยา อาวุโส สารีปุตฺต กถํ ปสฺสตา อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ ชานตา ปน ตยา อาวุโส สารีปุตฺต กถํ ปสฺสตา อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ยํนิทานาวุโส ชาติ ตสฺส นิทานสฺส สงฺขยา ๑ ขีณสฺมึ [๒]- ขีณมิติ วิทิตฺวา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

๑-๒ ม. ยุ. จสทฺโท นตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามว่า ดูกรสารีบุตร เขาว่าเธออวดอ้างอรหัตผลว่าเรารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี ดังนี้ จริงหรือ ฯ

ท่านพระสารีบุตรกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระองค์หาได้กล่าวเนื้อความตามบทตามพยัญชนะเช่นนี้ไม่ ฯ

ภ. ดูกรสารีบุตร กุลบุตรย่อมอวดอ้างอรหัตผลโดยปริยายอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลทั้งหลายก็ต้องเห็นอรหัตผลที่อวดอ้างไปแล้วโดยความเป็นอันอวดอ้าง ฯ

สา. พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระองค์ก็ได้กราบทูลไว้อย่างนี้มิใช่หรือว่าข้าพระองค์หาได้กล่าวเนื้อความตามบท ตามพยัญชนะเช่นนี้ไม่ ฯ

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ท่านรู้เห็นอย่างไร จึงอวดอ้างอรหัตผลว่า เราย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี เมื่อถูกถามอย่างนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ข้าพเจ้ารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี เพราะรู้ได้ว่า เมื่อปัจจัยแห่งชาติสิ้นแล้วเพราะปัจจัยอันเป็นต้นเหตุสิ้นไป พระพุทธเจ้าข้า เมื่อข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้ ก็พึงพยากรณ์อย่างนี้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ ชาติ ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ ชาติ ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ชาติ โข อาวุโส ภวนิทานา ภวสมุทยา ภวชาติกา ภวปฺปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ก็ชาติมีอะไรเป็นเหตุมีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อถูกถามเช่นนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ชาติมีภพเป็นเหตุ มีภพเป็นสมุทัย มีภพเป็นกำเนิด มีภพเป็นแดนเกิด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ ภโว ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโวติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ ภโว ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโวติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ภโว โข อาวุโส อุปาทานนิทาโน อุปาทานสมุทโย อุปาทานชาติโก อุปาทานปฺปภโวติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. ขยา ฯ ๒ ม. ขีณามฺหีติ วิทิตํ ฯ ยุ. ขีณมีติ วิทิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ก็ภพเล่า มีอะไรเป็นเหตุมีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อถูกถามเช่นนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ภพมีอุปาทานเป็นเหตุ มีอุปาทานเป็นสมุทัย มีอุปาทานเป็นกำเนิด มีอุปาทานเป็นแดนเกิด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ อุปาทานํ ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานํ ฯเปฯ กึปภวนฺติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ อุปาทานํ ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานํ ฯเปฯ กึปภวนฺติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ อุปาทานํ โข อาวุโส ตณฺหานิทานํ ฯเปฯ ตณฺหาปภวนฺติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ก็อุปาทานเล่า มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดเมื่อถูกถามเช่นนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า อุปาทานมีตัณหาเป็นเหตุ มีตัณหาเป็นสมุทัย มีตัณหาเป็นกำเนิด มีตัณหาเป็นแดนเกิด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ ตณฺหา ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ ตณฺหา ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ตณฺหา โข อาวุโส เวทนานิทานา เวทนาสมุทยา เวทนาชาติกา เวทนาปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ก็ตัณหาเล่ามีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดเมื่อถูกถามเช่นนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ตัณหามีเวทนาเป็นเหตุ มีเวทนาเป็นสมุทัย มีเวทนาเป็นกำเนิด มีเวทนาเป็นแดนเกิด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ เวทนา ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานา ฯเปฯ กึปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ เวทนา ปนาวุโส สารีปุตฺต กึนิทานา ฯเปฯ กึปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ เวทนา โข อาวุโส ผสฺสนิทานา ฯเปฯ ผสฺสปฺปภวาติ เอวํ ปุฏฺโฐหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ก็เวทนาเล่ามีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดเมื่อถูกถามเช่นนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า เวทนามีผัสสะเป็นเหตุ มีผัสสะเป็นสมุทัย มีผัสสะเป็นกำเนิด มีผัสสะเป็นแดนเกิด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ ชานโต ปน เต อาวุโส สารีปุตฺต กถํ ปสฺสโต ยา เวทนาสุ นนฺทิ สา น อุปฏฺฐาสีติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ ชานโต ปน เต อาวุโส สารีปุตฺต กถํ ปสฺสโต ยา เวทนาสุ นนฺทิ สา น อุปฏฺฐาสีติ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ติสฺโส โข อิมา อาวุโส เวทนา กตมา ติสฺโส สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา อทุกฺขมสุขา เวทนา อิมา โข อาวุโส ติสฺโส เวทนา อนิจฺจา ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขนฺติ วิทิตํ ยา เวทนาสุ นนฺทิ สา น อุปฏฺฐาสีติ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสารีบุตร ถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร ท่านรู้เห็นอย่างไร ความพลิดเพลินในเวทนาจึงไม่ปรากฏ เมื่อถูกถามอย่างนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

ข้าพระพุทธเจ้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์ อย่างนี้ว่าข้าพเจ้ารู้ว่า เวทนา ๓ เหล่านี้คือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา เป็นของไม่เที่ยงสิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ ความเพลิดเพลินในเวทนาจึงไม่ปรากฏ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สาธุ สาธุ สารีปุตฺต อยมฺปิ โข สารีปุตฺต ปริยาโย เอตสฺเสว อตฺถสฺส สงฺขิตฺเตน เวยฺยากรณาย ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ สเจ ปน ตํ สารีปุตฺต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ วิโมกฺขา ปน ตยา อาวุโส สารีปุตฺต อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ สารีปุตฺต กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ วิโมกฺขา ปน ตยา อาวุโส สารีปุตฺต อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานามีติ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ อชฺฌตฺตวิโมกฺขา ขฺวาหํ อาวุโส สพฺพุปาทานกฺขยา ตถาสโต วิหรามิ ยถาสตํ วิหรนฺตํ อาสวา นานุสฺสวนฺติ อตฺตานญฺจ นาวชานามีติ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ถูกละๆ สารีบุตร ตามที่เธอพยากรณ์ความข้อนั้นโดยย่อ ก็ได้ใจความดังนี้ว่าเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งล้วนเป็นทุกข์ทั้งนั้น ดูกรสารีบุตรถ้าเขาถามเธออย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตร เพราะความหลุดพ้นเช่นไร ท่านจึงอวดอ้างอรหัตผลว่า ท่านรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี เมื่อถูกถามอย่างนี้ เธอพึงพยากรณ์อย่างไร ฯ

พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า อาสวะทั้งหลายย่อมไม่ครอบงำท่านผู้มีสติอยู่อย่างใด ข้าพเจ้าก็เป็นผู้มีสติอยู่อย่างนั้น เพราะความหลุดพ้นในภายใน เพราะอุปาทานทั้งปวงสิ้นไป ทั้งข้าพเจ้าก็มิได้ดูหมิ่นตนเองด้วย พระพุทธเจ้าข้า เมื่อถูกถามอย่างนี้ ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สาธุ สาธุ สารีปุตฺต อยมฺปิ ๑ โข สารีปุตฺต ปริยาโย เอตสฺเสว อตฺถสฺส สงฺขิตฺเตน เวยฺยากรณาย เย อาสวา สมเณน วุตฺตา เตสฺวาหํ น กงฺขามิ เต เม ปหีนาติ น วิจิกิจฺฉามีติ ฯ อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสิ ฯ

ฉบับหลวง

ถูกละๆ สารีบุตร ตามที่เธอพยากรณ์ความข้อนั้นโดยย่อ ก็ได้ใจความดังนี้ว่า อาสวะเหล่าใดอันพระสมณะกล่าวแล้ว ข้าพเจ้าไม่สงสัย ไม่เคลือบแคลง ในอาสวะเหล่านั้นว่า อาสวะเหล่านั้น ข้าพเจ้าละได้แล้วหรือยัง ฯ

ครั้นพระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตตรัสดังนี้แล้ว เสด็จลุกขึ้นจากพุทธอาสน์เสด็จเข้าไปยังพระวิหาร ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิตํ มํ อาวุโส ภควา ปฐมํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ ตสฺส เม อโหสิ ทนฺธายิตตฺตํ ยโต จ โข เม อาวุโส ภควา ปฐมํ ปญฺหํ อนุโมทิ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส เอตทโหสิ ทิวสญฺเจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ ทิวสํปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตึ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตึปหํ ๒ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตินฺทิวญฺเจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ

ปุจฺเฉยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตินฺทิวํปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ เทฺว รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย ฯเปฯ เทฺว รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ ฯเปฯ ตีณิ รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย ... ตีณิ รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ ... จตฺตาริ รตฺตินฺทิวานิ เจปิ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย ... จตฺตาริ รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ ... ปญฺจ รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย ... ปญฺจ รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ ... ฉ รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย ... ฉ รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ ... สตฺต รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ สตฺต รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหีติ ฯ

๑ ยุ. ปิสทฺโท นตฺถี ฯ ๒ ม. รตฺติมฺปาหํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปแล้วไม่นานนัก ท่านพระสารีบุตรจึงกล่าวกะภิกษุทั้งหลายในที่นั้นว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามปัญหาข้อแรกกะผมซึ่งผมยังไม่เคยรู้มาก่อน ผมจึงทูลตอบปัญหาล่าช้าไปต่อเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาปัญหาข้อแรกของผมแล้ว ผมจึงคิดได้ว่า ถ้าพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมตลอดทั้งวันด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งวัน แม้ถ้าพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ

ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดทั้งคืนทั้งวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืนทั้งวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสองคืนสองวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดสองคืนสองวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสามคืนสามวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสามคืนสามวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดสี่คืนสี่วัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสี่คืนสี่วัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดห้าคืนห้าวัน

แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดห้าคืนห้าวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆตลอดหกคืนหกวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดหกคืนหกวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดเจ็ดคืนเจ็ดวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดเจ็ดคืนเจ็ดวัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข กฬารขตฺติโย ภิกฺขุ อุฏฺฐายาสนา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข กฬารขตฺติโย ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ อายสฺมตา ภนฺเต สารีปุตฺเตน สีหนาโท นทิโต ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิตํ มํ อาวุโส ภควา ปฐมํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ ตสฺส เม อโหสิ ทนฺธายิตตฺตํ ยโต จ โข เม อาวุโส ภควา ปฐมํ ปญฺหํ อนุโมทิ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส เอตทโหสิ ทิวสญฺเจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ ทิวสํปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตึ เจปิ ฯเปฯ รตฺตินฺทิวํ เจปิ มํ ภควา ... เทฺว รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา ... ตีณิ ... จตฺตาริ ... ปญฺจ ... ฉ ... สตฺต รตฺตินฺทิวานิ เจปิ มํ ภควา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ สตฺต รตฺตินฺทิวานิปหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหีติ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น พระกฬารขัตติยภิกษุลุกขึ้นจากอาสนะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว จึงกราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามปัญหาข้อแรกกะผม ซึ่งผมยังไม่เคยรู้มาก่อน ผมจึงทูลตอบปัญหาล่าช้าไป ต่อเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาปัญหาข้อแรกของผมแล้ว ผมจึงคิดได้ว่าถ้าพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมตลอดทั้งวันด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆแม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดทั้งวัน แม้ถ้าพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืนแม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืน

หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืนทั้งวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดทั้งคืนทั้งวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสองคืนสองวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสองคืนสองวันหากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดสามคืนสามวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสามคืนสามวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ

ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสี่คืนสี่วัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดสี่คืนสี่วัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดห้าคืนห้าวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดห้าคืนห้าวันหากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดหกคืนหกวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดหกคืนหกวัน หากพระผู้มีพระภาคจะพึงตรัสถามความข้อนั้นกะผมด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดเจ็ดคืนเจ็ดวัน แม้ผมก็พึงทูลตอบความข้อนั้นถวายพระผู้มีพระภาคได้ด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดเจ็ดคืนเจ็ดวัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สา หิ ภิกฺขุ สารีปุตฺตสฺส ธมฺมธาตุ สุปฏิวิทฺธา ยสฺสา ธมฺมธาตุยา สุปฏิวิทฺธตฺตา ทิวสญฺเจปหํ ๑ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ ทิวสมฺปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตึ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ รตฺตึปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ฯเปฯ

รตฺตินฺทิวญฺเจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ ... รตฺตินฺทิวมฺปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ... เทฺว รตฺตินฺทิวานิ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ ... เทฺว รตฺตินฺทิวานิปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ... ตีณิ รตฺตินฺทิวานิ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ ... ตีณิ รตฺตินฺทิวานิปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ... จตฺตาริ รตฺตินฺทิวานิ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ ... จตฺตาริ รตฺตินฺทิวานิปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ... ปญฺจ รตฺตินฺทิวานิ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ ... ปญฺจ รตฺตินฺทิวานิปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ... ฉ รตฺตินฺทิวานิ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ ... ฉ รตฺตินฺทิวานิปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย ... สตฺต รตฺตินฺทิวานิ เจปหํ สารีปุตฺตํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยํ อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหิ สตฺต รตฺตินฺทิวานิปิ เม สารีปุตฺโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺย อญฺญมญฺเญหิ ปเทหิ อญฺญมญฺเญหิ ปริยาเยหีติ ฯ ทุติยํ ฯ

๑ ม. ทิวสํ เจปาหํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ ก็เพราะธรรมธาตุอันสารีบุตร แทงตลอดดีแล้ว แม้หากว่าเราจะพึงถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งวันหากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืน หากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืนทั้งวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดทั้งคืนทั้งวัน หากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ

ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสองคืนสองวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสองคืนสองวัน หากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสามคืนสามวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆตลอดสามคืนสามวัน หากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสี่คืนสี่วัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราได้ด้วยบทอื่นๆด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดสี่คืนสี่วัน หากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดห้าคืนห้าวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดห้าคืนห้าวัน หากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดหกคืนหกวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดหกคืนหกวันหากเราจะถามความข้อนั้นกะสารีบุตรด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดเจ็ดคืนเจ็ดวัน สารีบุตรก็คงตอบความข้อนั้นแก่เราได้ด้วยบทอื่นๆ ด้วยปริยายอื่นๆ ตลอดเจ็ดคืนเจ็ดวัน ฯ

จบสูตรที่ ๒

จบ ๒. กฬารขัตติยสูตร