พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ · อัตตทีปวรรค
๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในอัตตทีปวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๐. นันทิขยสูตรที่ ๒
ว่าด้วยการสิ้นความยินดีเป็นเหตุหลุดพ้นจากทุกข์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ อัตตทีปวรรค นันทิขยสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)
สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ เอตทโวจ รูปํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ รูปานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ รูปํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต รูปานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต รูปสฺมึ นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ เวทนํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ เวทนานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ เวทนํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต เวทนานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต เวทนาย นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ สญฺญํ ภิกฺขเว ฯ สงฺขาเร ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ สงฺขารานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ
สงฺขาเร ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต สงฺขารานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทติ ฯ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ วิญฺญาณํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ วิญฺญาณานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ วิญฺญาณํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต วิญฺญาณานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทติ ฯ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจตีติ ฯ
อตฺตทีปวคฺโค ปญฺจโม ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
อตฺตทีปา ปฏิปทา เทฺว จ โหนฺติ อนิจฺจตา
สมนุปสฺสนา ขนฺธา เทฺว โสณา เทฺว นนฺทิกฺขเยน จาติ ฯ
มูลปณฺณาสกํ สมตฺตํ ฯ
ตสฺส มูลปณฺณาสกวคฺคสฺสุทฺทานํ
นกุลปิตา อนิจฺโจ จ ภาเรน นตุมฺหาเกน จ
อตฺตทีเปน ปณฺณาโส ปฐโม เตน วุจฺจตีติ ฯ
__________________
ขนฺธสํยุตฺตสฺส มชฺฌิมปณฺณาสเก อุปายวคฺโค ปฐโม
พระนครสาวัตถี ฯลฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงทำไว้ในใจซึ่งรูปโดยอุบายอันแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งรูป ตามความเป็นจริง. เมื่อภิกษุทำไว้ในใจซึ่งรูปโดยอุบายอันแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งรูป ตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายในรูป เพราะสิ้นความยินดี จึงสิ้นความกำหนัดเพราะสิ้นความกำหนัด จึงสิ้นความยินดี เพราะสิ้นความยินดีและความกำหนัด จิตหลุดพ้นแล้วเรียกว่า หลุดพ้นดีแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทำไว้ในใจซึ่งเวทนาโดยอุบายอันแยบคาย ฯลฯ ซึ่งสัญญาโดยอุบายอันแยบคาย ฯลฯ ซึ่งสังขารโดยอุบายอันแยบคาย ฯลฯ ซึ่งวิญญาณโดยอุบายอันแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณ ตามความเป็นจริง.
เมื่อภิกษุทำไว้ในใจซึ่งวิญญาณโดยอุบายอันแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายในวิญญาณ. เพราะสิ้นความยินดี จึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัด จึงสิ้นความยินดี เพราะสิ้นความยินดีและความกำหนัด จึงหลุดพ้นแล้ว เรียกว่าหลุดพ้นดีแล้ว.
จบ สูตรที่ ๑๐.
จบ อัตตทีปวรรคที่ ๕.
------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อัตตทีปสูตร ๒. ปฏิปทาสูตร ๓. อนิจจสูตรที่ ๑ ๔. อนิจจสูตรที่ ๒
๕. สมนุปัสสนาสูตร ๖. ปัญจขันธสูตร ๗. โสณสูตรที่ ๑ ๘. โสณสูตรที่ ๒
๙. นันทิขยสูตรที่ ๑ ๑๐. นันทิขยสูตรที่ ๒.
จบ มูลปัณณาสก์.
-----------------------------------
รวมวรรคที่มีในมูลปัณณาสก์นี้ คือ
๑. นกุลปิตาวรรค ๒. อนิจจวรรค ๓. ภารวรรค ๔. นตุมหากวรรค
๕. อัตตทีปวรรค รวม ๕ วรรค ปฐมปัณณาสก์ก็เรียกในขันธสังยุตนั้น.
จบ ๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒