พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ · ภารวรรค
๑๐. อฆมูลสูตร เล่ม ๑๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๘–๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๑ ในภารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อฆมูลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๔๓–๔๔
๙. อุปปาทสูตร
ว่าด้วยความเกิดและความดับทุกข์
{๖๖} [๓๐] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งรูป นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งเวทนา ... แห่งสัญญา ... แห่งสังขารทั้งหลาย ... แห่งวิญญาณ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ{๖๗} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความดับ ความสงบ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งรูป นี้เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความสงบแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ ความดับ ความสงบ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งเวทนา ... แห่งสัญญา ... แห่งสังขารทั้งหลาย ... แห่งวิญญาณ นี้เป็นความดับทุกข์ เป็นความสงบแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”
๑๐. อฆมูลสูตร
ว่าด้วยทุกข์และมูลเหตุแห่งทุกข์
{๖๘} [๓๑] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงทุกข์และมูลเหตุแห่งทุกข์แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ทุกข์เป็นไฉน ทุกข์คือรูป ทุกข์คือเวทนา ทุกข์คือสัญญา ทุกข์คือสังขารทั้งหลาย ทุกข์คือวิญญาณ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าทุกข์
{๖๙} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็มูลเหตุแห่งทุกข์เป็นไฉน คือ ตัณหาอันทำให้เกิดในภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ มีความเพลิดเพลินยิ่งนักในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ามูลเหตุแห่งทุกข์”
๑๑. ปภังคสูตร
ว่าด้วยภาวะที่แตกสลายกับไม่แตกสลาย
{๗๐} [๓๒] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงภาวะที่แตกสลายและภาวะที่ไม่แตกสลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเป็นภาวะที่แตกสลาย อะไรเป็นภาวะที่ไม่แตกสลาย รูปเป็นภาวะที่แตกสลาย ความดับ ความเข้าไประงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งรูปนั้น นี้เป็นภาวะที่ไม่แตกสลาย เวทนาเป็นภาวะที่แตกสลาย สัญญาเป็นภาวะที่แตกสลาย ... สังขารทั้งหลายเป็นภาวะที่แตกสลาย ... วิญญาณเป็นภาวะที่แตกสลาย ความดับ ความเข้าไประงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งวิญญาณนั้น นี้เป็นภาวะที่ไม่แตกสลาย”
จบ ภารวรรคที่ ๓
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภารสูตร ๒. ปริญญาสูตร
๓. ปริชานสูตร ๔. ฉันทราคสูตร
๕. ปฐมอัสสาทสูตร ๖. ทุติยอัสสาทสูตร
๗. ตติยอัสสาทสูตร ๘. อภินันทนสูตร
๙. อุปปาทสูตร ๑๐. อฆมูลสูตร
๑๑. ปภังคสูตร
จบ ๑๐. อฆมูลสูตร