พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต · วรรคที่ ๕
๕. อุปปริกขยสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในวรรคที่ ๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๕ อุปปริกขยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๔๕๙–๔๖๐
เมตตาภาวนา และดับไฟคือโมหะได้ด้วยปัญญาเป็น
เครื่องทำลายกิเลส
เหล่าสัตว์ผู้มีปัญญารักษาตน ไม่เกียจคร้านทั้งกลาง
วันและกลางคืน ครั้นดับไฟคือราคะเป็นต้นนั้นได้แล้ว
ย่อมดับกิเลสได้หมดสิ้น ล่วงพ้นทุกข์ได้หมดสิ้น
บัณฑิตทั้งหลายผู้เห็นอริยสัจ บรรลุอรหัตมรรค รู้
ความสิ้นทุกข์คือชาติได้ด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ยิ่ง ย่อม
ไม่กลับมาเกิดอีก
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความแม้นี้ไว้แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๕. อุปปริกขสูตร
ว่าด้วยผู้ตัดเครื่องข้องได้ไม่กลับมาเกิดใหม่
{๒๗๔} [๙๔] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงพิจารณาโดยวิธีที่เมื่อเธอพิจารณาอยู่วิญญาณจิตของเธอจะไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ส่ายไปในอารมณ์ภายนอก ไม่ติดอยู่ในอารมณ์ภายใน จะไม่หวาดสะดุ้งเพราะไม่มีความยึดมั่น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้นวิญญาณจิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ภายนอก ไม่ติดอยู่ในอารมณ์ภายใน เมื่อเธอไม่หวาดสะดุ้งเพราะไม่มีความยึดมั่นอยู่ ย่อมจะไม่มีเหตุแห่งทุกข์ คือ ชาติ ชรา และมรณะเกิดขึ้นอีกต่อไป”
ในพระสูตรนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้ไว้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่าภิกษุผู้ละธรรมเป็นเครื่องข้อง ๗ ประการได้แล้ว ตัด
ตัณหาเป็นเหตุนำไปสู่ภพได้เด็ดขาดแล้ว ย่อมมีสงสาร
คือชาติหมดสิ้นแล้ว เธอไม่ต้องเกิดอีกต่อไป
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความแม้นี้ไว้แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๖. กามูปปัตติสูตร
ว่าด้วยผู้ตกอยู่ในอำนาจกาม ๓ ประเภท
{๒๗๕} [๙๕] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ตกอยู่ในอำนาจกามนี้มี ๓ ประเภท ๓ ประเภท คืออะไรบ้าง คือ
๑. เหล่าสัตว์ที่มีกามปรากฏอยู่ตามธรรมชาติ
๒. เทวดาชั้นนิมมานรดีที่ยินดีในทิพยสมบัติที่ตนเนรมิตขึ้นเอง
- ๑ธรรมเป็นเครื่องข้อง ๗ ประการ คือ (๑) ตัณหา ความทะยานอยาก (๒) ทิฏฐิ ความเห็นผิด (๓) มานะ ความถือตัว (๔) โกธะ ความโกรธ (๕) อวิชชา ความไม่รู้สภาพจริง (๖) กิเลส ความเศร้าหมองจิต (๗) ทุจริต ความประพฤติชั่ว (ขุ.อิติ.อ. ๓๔๐)
- ๒เหล่าสัตว์ที่มีกามปรากฏอยู่ตามธรรมชาติ หมายถึงพวกมนุษย์ เหล่าเทวดาชั้นต้น ๔ ชั้น คือตั้งแต่ ชั้นจาตุมหาราชิกาจนถึงชั้นดุสิต และพวกเหล่าสัตว์ที่เกิดในอบายภูมิ ซึ่งยกเว้นพวกสัตว์นรกพวกเดียว (ขุ.อิติ.อ. ๓๔๐)
จบ ๕. อุปปริกขยสูตร