พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต · วรรคที่ ๕
๙. ทานสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในวรรคที่ ๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๕ ทานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๔๖๕–๔๖๖
เป็นที่อาศัยอีกต่อไป ละกิเลสทุกอย่างในโลกได้หมดสิ้น
นั้นว่าเป็นผู้มีปัญญางาม
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความแม้นี้ไว้แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๙. ทานสูตร
ว่าด้วยทาน การแจก และการอนุเคราะห์ ๒ อย่าง
{๒๗๘} [๙๘] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทานนี้มี๒ อย่าง คือ อามิสทาน กับ ธรรมทาน ในทาน ๒ อย่างนี้ ธรรมทานจัดเป็นเลิศดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแจกมี ๒ อย่าง คือ การแจกอามิส กับ การแจกธรรม ในการแจก ๒ อย่างนี้ การแจกธรรมจัดเป็นเลิศดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การอนุเคราะห์มี ๒ อย่าง คือ การอนุเคราะห์ด้วยอามิส กับ การอนุเคราะห์ด้วยธรรม ในการอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การอนุเคราะห์ด้วยธรรมจัดเป็นเลิศ”ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้ไว้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
วิญญูชนผู้มีจิตเลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ
พระอริยสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศของชาวโลก รู้
ประจักษ์ถึงทานและการแจกที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัส
สรรเสริญว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่งอยู่ ใครเล่าจะไม่ถวายทาน
ในกาลสมควร
ประโยชน์อย่างยอดเยี่ยมของผู้แสดงธรรมและผู้สดับ
ธรรมทั้ง ๒ ฝ่ายผู้มีจิตเลื่อมใส ไม่ประมาทในคำ
สั่งสอนของพระสุคตเจ้า ย่อมหมดจด
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวนี้ไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๑๐. เตวิชชสูตร
ว่าด้วยผู้เป็นพราหมณ์โดยธรรม
{๒๗๙} [๙๙] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราบัญญัติเรียกบุคคลผู้ได้บรรลุวิชชา ๓ ว่าเป็นพราหมณ์โดยธรรม เราจะบัญญัติเรียกบุคคลผู้เป็นพราหมณ์โดยกำเนิด อื่นว่าเป็นพราหมณ์โดยเหตุเพียงเรียกกันตามที่โบราณกล่าวไว้เท่านั้น หามิได้ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราบัญญัติเรียกบุคคลผู้ได้บรรลุวิชชา ๓ ว่าเป็น พราหมณ์... โดยเหตุเพียงเรียกกันตามที่โบราณกล่าวไว้เท่านั้นหามิได้อย่างไร
- ๑วิชชา ๓ คือ (๑) ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ความรู้แจ้งด้วยการระลึกชาติได้ (๒) จุตูปปาตญาณความรู้แจ้งจุติและอุบัติของสรรพสัตว์ (๓) อาสวักขยญาณ ความรู้แจ้งที่ทำให้สิ้นอาสวะ (ขุ.อิติ.อ. ๓๕๔)
- ๒พราหมณ์โดยธรรม ในที่นี้หมายถึงผู้ลอยบาปได้แล้ว หรือพระอรหันต์ (ขุ.อิติ.อ. ๓๕๕)
จบ ๙. ทานสูตร