arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต · วรรคที่ ๓

๙. ธาตุสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในวรรคที่ ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๓ ธาตุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๔๒๘–๔๒๙

หน้า ๔๒๘

๓. ตติยวรรค ๙. ธาตุโสสังสันทนสูตร

๙. ธาตุโสสังสันทนสูตร

ว่าด้วยการเทียบเคียงโดยธาตุแท้

{๒๕๖} [๗๘] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อว่าโดยธาตุแท้ สัตว์ทุกชนิดเทียบเคียงเสมอกันได้ทั้งหมด คือ สัตว์ที่มีนิสัยเลวเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยเลวด้วยกัน สัตว์ที่มีนิสัยดีเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยดีด้วยกันแม้ในอดีตกาล เมื่อว่าโดยธาตุแท้ สัตว์ทุกชนิดก็เทียบเคียงเสมอกันได้ทั้งหมดแล้ว คือ สัตว์ที่มีนิสัยเลวเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยเลวด้วยกัน สัตว์ที่มีนิสัยดีเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยดีด้วยกันแม้ในอนาคตกาล เมื่อว่าโดยธาตุแท้ สัตว์ทุกชนิดก็จักเทียบเคียงเสมอกันได้ทั้งหมด คือ สัตว์ที่มีนิสัยเลวจักเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ ที่มีนิสัยเลวด้วยกัน สัตว์ที่มีนิสัยดีจักเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยดีด้วยกันแม้ในปัจจุบันกาล เมื่อว่าโดยธาตุแท้ สัตว์ทุกชนิดย่อมเทียบเคียง เสมอกันทั้งหมด คือ สัตว์ที่มีนิสัยเลวเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยเลวด้วยกัน สัตว์ที่มีนิสัยดีเทียบเคียงเสมอกันได้กับสัตว์ที่มีนิสัยดีด้วยกัน”ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้ไว้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

เพราะการคลุกคลีกัน กิเลสจึงเกิดขึ้น เพราะการไม่

คลุกคลีกัน กิเลสจึงถูกตัดได้ ผู้เกาะท่อนไม้เล็ก ๆ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ธาตุ ในที่นี้หมายถึง อัชฌาสยะ อัธยาศัย หรือนิสัยใจคอ (ขุ.อิติ.อ. ๒๗๘)
หน้า ๔๒๙

พึงจมลงในห้วงน้ำใหญ่ ฉันใด กุลบุตรผู้มีชีวิตอยู่

อย่างดีอาศัยคนเกียจคร้านก็จมลงในสังสารวัฏได้ ฉันนั้น

เพราะฉะนั้น พึงเว้นคนเกียจคร้าน ผู้มีความเพียร

ตํ่าเสีย พึงอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายผู้สงัด ผู้เป็น

อารยชน มีใจมั่นคง มีความเพ่งพินิจอยู่เสมอ เป็นผู้

ปรารภความเพียรเป็นนิจ

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความแม้นี้ไว้แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้สดับมาแล้วอย่างนี้

๑๐. ปริหานสูตร

ว่าด้วยธรรมที่เป็นไปเพื่อความเสื่อมของพระเสขะ

{๒๕๗} [๗๙] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรมที่เป็นไปเพื่อความเสื่อมของภิกษุผู้ยังเป็นเสขะมี ๓ ประการ ธรรม ๓ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุผู้ยังเป็น เสขะในธรรมวินัยนี้

๑. เป็นผู้ยินดีพอใจในการทำงาน ชอบขวนขวายในการทำงาน

๒. เป็นผู้ยินดีพอใจในการสนทนา ชอบขวนขวายในการสนทนา

๓. เป็นผู้ยินดีพอใจในการนอนหลับ ชอบขวนขวายในการนอนหลับ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ความเสื่อม ในที่นี้หมายถึงความไม่เจริญต่อไป คือเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการบรรลุมรรคเบื้องสูง ไม่ใช่เสื่อมจากมรรคที่บรรลุแล้ว เพราะความเสื่อมจากมรรคที่บรรลุแล้วย่อมไม่มี (ขุ.อิติ.อ. ๒๘๑)

จบ ๙. ธาตุสูตร