พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต · วรรคที่ ๑
๑๐. โสมนัสสสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในวรรคที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต วรรคที่ ๑ โสมนัสสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๓๗๑–๓๗๓
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นได้ทรงแสดง
พรหมจรรย์อันเป็นที่กำจัดความชั่ว เป็นเหตุให้ถึงฝั่ง
พระนิพพานไว้ก็เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความกำหนดรู้ ทาง
นี้อันท่านผู้ยิ่งใหญ่ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ดำเนินไปแล้ว
อนึ่ง ชนเหล่าใดดำเนินไปตามทางนั้นตามที่พระ
พุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่าทำตามคำสั่ง
สอนของพระศาสดา จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวนี้ไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๑๐. โสมนัสสสูตร
ว่าด้วยธรรม ๒ อย่างให้ถึงความสิ้นทุกข์
{๒๑๕} [๓๗] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยธรรม ๒ ประการย่อมอยู่อย่างมากไปด้วยความสุขโสมนัสในปัจจุบันย่อมเป็นผู้ปรารภความเพียรโดย แยบคายเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๒ ประการคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ความสังเวชในฐานะที่ควรสังเวช
(๒) ความเพียรโดยแยบคายแห่งบุคคลผู้สังเวช
- ๑ความสังเวชในฐานะที่ควรสังเวช หมายถึงความรู้พร้อมทั้งหวั่นใจ(สโหตตัปปญาณ)ว่าภัยเกิดขึ้น เพราะอาศัยเรื่องที่ก่อให้เกิดความสลดใจคือเรื่องความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกข์ในอบาย ทุกข์ที่เกิด จากการเวียนว่ายตายเกิด (ขุ.อิสิ.อ. ๑๓๑)
๑. ปฐมวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ย่อมอยู่อย่างมากไปด้วยความสุขโสมนัสในปัจจุบันย่อมเป็นผู้ปรารภ ความเพียรโดยแยบคายเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย”ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนี้อความนี้ไว้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต มีความเพียร มีปัญญารักษาตน
พิจารณาเห็นด้วยปัญญาแล้ว ควรสังเวชในฐานะที่ควร
สังเวชทีเดียว
ภิกษุผู้มีความเป็นอยู่ มีความเพียร มีความ
ประพฤติสงบ ไม่ฟ้งซ่าน หมั่นประกอบอุบาย
เป็นเครื่องสงบใจ อย่างนี้ ย่อมถึงความสิ้นทุกข์ได้
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนี้อความดังกล่าวนี้ไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
จบ ปฐมวรรคที่ ๑
รวมพระสูฅรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ทุกขวิหารสูตร ๒. สุขวิหารสูตร
๓. ตปนียสูตร ๔. อตปนียสูตร
๕. ปฐมสีลสูตร ๖. ทุติยถึลสูตร
๗. อาตาปีสูตร ๘. ปฐมนกุหนสูตร
๙. ทุติยนกุหนสูตร ๑๐. โสมนัสสสูตร
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ
๒. ทุติยวรรค
๑. วิตักกสูตร
ว่าด้วยวิตกของพระพุทธเจ้า ๒ ประการ
{๒๑๖} [๓๘] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลายวิตกของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นไปเนือง ๆ มีอยู่ ๒ ประการ วิตก ๒ ประการคืออะไรบ้าง คือ
- ๑พระตถาคตอรหันตสัมมาส้มพุทธเจ้า คำว่า ตถาคต คือพระนามอย่างหนี่งของพระพุทธเจ้า เป็นคำที่พระพุทธเจ้าทรงเรืยกหรือตรัสถึงพระองค์เอง มีความหมาย ๘ อย่าง คือ (๑) พระผู้เสด็จมาแล้วอย่างนั้น คือ เสด็จมาทรงบำเพ็ญพุทธจริยาเพื่อประโยชน์แก่ชาวโลกเป็นด้น เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ อย่างไรก็อย่างนั้น (๒) พระผู้เสด็จไปแล้วอย่างนั้น คือ ทรงประสูติแล้ว ทรงมืคติเสด็จดำเนินเป็นบุรพนิมิตแห่งการสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าและการทำลายอวิชชาสละปวงกิเลสไปได้เด็ดขาดเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ อย่างไรก็อย่างนั้น (๓) พระผู้เสด็จมาถึง ตถลัษณะ คือ ทรงมีพระญาณหยั่งรู้เข้าถึงลักษณะอันแท้จริงของสรรพสิ่ง (๔) พระผู้ตรัสรู้ตถธรรมตามที่เป็นจริง คือ ตรัสรู้อริยสัจ ๔ และปฏิจจสมุปบาทอันเป็นธรรมที่จริงแท้แน่นอน (๕) พระผู้ทรงเห็นอย่างนั้น คือ ทรงรู้เท่าทันสรรพารมณ์ที่ปรากฎแก่หมู่สัตว์ทั้งเทพและมนุษย์ซึ่งได้ประสบและพากันแสวงหาโดยทรงทราบถึงสภาพที่แท้จริง (๖) พระผู้ตรัสอย่างนั้น คือ มีพระวาจาที่แท้จริง โดยพระดำรัสทั้งปวงที่ตรัสนับแต่ตรัสรู้จนถึงเสด็จดับขันธปรินิพพานล้วนแต่เป็น จริง ถูกต้อง ไม่เป็นอย่างอื่น (๗) พระผู้ทำอย่างนั้น คือ ตรัสอย่างใด ทรงทำอย่างนั้น ทรงทำอย่างใด ก็ตรัสอย่างนั้น (๘) พระผู้เป็นเจ้าหรือพระอภิภู คือ ทรงเป็นผู้ใหญ่ยิ่งเหนือกว่าสรรพ สัตว์ตลอดถึงพรหมโลกที่สูงสุด เป็นผู้เห็นถ่องแท้ ทรงพุทธานุภาพ เป็นเทพแห่งเทพ เป็นอินทร์เหนือพระอินทร์ เป็นพรหมหนีอประดาพรหม ไม่มีใครจะอาจวัดหรือจะทัดเทียมพระองค์ได้ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ (นัย ที.สี.อ. ๕๙-๖๖, ม.มู.อ. ๑/๕๐-๕๖, สํ.ข.อ. ๓๑๕, องฺ.เอกก.อ.๙๓-๑๐๑,ขุ.อิติ.อ.๑๓๓-๑๓๗) อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หมายถึงทรงเป็นพระอรทันต์ (อรหํ) ซี่งมีความหมาย ๕ ประการ คือ (๑) ผู้ไกลจากกิเลสโดยสิ้นเชิง (๒) ผู้ทำลายข้าศึกคือกิเลสได้หมดสิ้น (๓) ผู้หักกงฺกำแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้เด็ดซาด (๔) ผู้ควรรับทักษิณาอย่างยิ่ง (๕) ผู้มีพฤติกรรมโปร่งใส คือไม่มีที่ลับในการทำบาป เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ (สมมฺมาสมฺพุฑฺโธ)
จบ ๑๐. โสมนัสสสูตร