พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · จูฬวรรค
๙. กึสีลสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๔ ในจูฬวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
กึสีลสูตรที่ ๙
ท่านพระสารีบุตรทูลถามด้วยคาถาว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต จูฬวรรค กึสีลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
๙ กึสีโล กึสมาจาโร กานิ กมฺมานิ พฺรูหยํ
นโร สมฺมานิวิฏฺฐสฺส อุตฺตมตฺถญฺจ ปาปุเณ ฯ
วุฑฺฒาปจายี อนุสุยฺยโก สิยา
กาลญฺญุ จสฺส คุรุนํ ๑ ทสฺสนาย
ธมฺมึ กถํ เอรยิตํ ขณญฺญู
สุเณยฺย สกฺกจฺจ สุภาสิตานิ ฯ
กาเลน คจฺเฉ คุรุนํ ๑ สกาสํ(
ถมฺภํ นิรงฺกตฺวา นิวาตวุตฺตี
อตฺถํ ธมฺมํ สํยมํ ๒ พฺรหฺมจริยํ
อนุสฺสเร เจว สมฺมาจเร ๓ จ ฯ
ธมฺมาราโม ธมฺมรโต
ธมฺเม ฐิโต ธมฺมวินิจฺฉยญฺญู
เนวาจเร ธมฺมสนฺโทสวาทํ
ตจฺเฉหิ นีเยถ สุภาสิเตหิ ฯ
หสฺสํ จ ๔ ชปฺปํ ปริเทวํ ปโทสํ
มายากตํ กูหนํ ๕ คิทฺธิมานํ
สารมฺภกกฺกสฺสกสาวมุจฺฉํ ๖
หิตฺวา จเร วีตมโท ฐิตตฺโต ฯ
วิญฺญาตสารานิ สุภาสิตานิ
สุตญฺจ วิญฺญาต สมาธิสารํ
น ตสฺส ปญฺญา จ สุตญฺจ วฑฺฒติ
โย สาหโส โหติ นโร ปมตฺโต ฯ
ธมฺเม จ เย อริยปฺปเวทิเต รตา
อนุตฺตรา เต วจสา มนสา กมฺมุนา จ
เต สนฺติโสรจฺจสมาธิสณฺฐิตา
สุตสฺส ปญฺญาย จ สารมชฺฌคูติ ฯ
กึสีลสุตฺตํ นวมํ ฯ
_____________
สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส ทสมํ อุฏฺฐานสุตฺตํ
๑ ม. ยุ. มุตีมา ฯ ๒ ยุ. โส ฯ
๑ ม. ครูนํ ฯ ยุ. ครุนํ ฯ ๒ ยุ. สญฺญมํ ฯ ๓ ม. ยุ. สมาจเร ฯ ๔ ม. ยุ.
จสทฺโท น ทิสฺสติ ฯ ๕ ม. ยุ. กุหนํ ฯ ๖ ม. สารมฺภํ กกฺกสํ กสาวญฺจ มุจฺฉํ ฯ
นรชนพึงมีปรกติอย่างไร มีความประพฤติอย่างไร พึงพอกพูนกรรมเป็นไฉน จึงจะเป็นผู้ดำรงอยู่โดยชอบ และพึงบรรลุถึงประโยชน์อันสูงสุดได้ พระเจ้าข้า ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
นรชนพึงเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้เจริญ ไม่ริษยาและเมื่อไปหาครูก็พึงรู้จักกาล พึงรู้จักขณะ ฟังธรรมีกถาที่ครูกล่าวแล้ว พึงฟังสุภาษิตโดยเคารพ พึงไปหาครูผู้นั่งอยู่ในเสนาสนะของตนตามกาลทำมานะดุจเสาให้พินาศพึงประพฤติอ่อนน้อม พึงระลึกถึงเนื้อความแห่งภาษิต ธรรมคือบาลี ศีล พรหมจรรย์ และพึงประพฤติโดยเอื้อเฟื้อด้วยดี นรชนมีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรมตั้งอยู่ในธรรม รู้จักวินิจฉัยธรรม ไม่พึงประพฤติถ้อยคำที่ประทุษร้ายธรรมเลย พึงให้กาลสิ้นไปด้วยภาษิตที่แท้ นรชนละความรื่นเริงการพูดกระซิบ ความร่ำไร ความประทุษร้าย ความหลอกลวงที่ทำด้วยมารยา ความยินดี ความถือตัวความแข่งดี
ความหยาบคาย และความหมกมุ่นด้วยกิเลสดุจน้ำฝาด พึงเป็นผู้ปราศจากความมัวเมา ดำรงตนมั่นเที่ยวไป นรชนเช่นนั้น รู้แจ้งสุภาษิตที่เป็นสาระ รู้แจ้งสูตรและสมาธิที่เป็นสาระ ปัญญาและสุตะ ย่อมไม่เจริญแก่นรชนผู้เป็นคนผลุนผลัน เป็นคนประมาท ส่วนนรชนเหล่าใด ยินดีแล้วในธรรมที่พระอริยะเจ้าประกาศแล้ว นรชนเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าสัตว์ที่เหลือด้วยวาจา ด้วยใจและการงาน นรชนเหล่านั้นดำรงอยู่ด้วยดีแล้วในขันติโสรัจจะ และสมาธิ ได้บรรลุถึงธรรมอันเป็นสาระแห่งสุตะและปัญญา ฯ
จบกึสีลสูตรที่ ๙
จบ ๙. กึสีลสูตร