พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · สุราปานวรรค
สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ เล่ม ๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๘๖–๕๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในสุราปานวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒ หน้า ๕๖๙–๕๗๒
ภิกษุใช้ของโยนถูกต้องกาย ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุใช้ของโยนถูกต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุใช้ของโยนถูกต้องของโยน ต้องอาบัติทุกกฏ
{๕๘๔} อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน ใช้นิ้วมือจี้ให้หัวเราะ ต้องอาบัติทุกกฏ
อนุปสัมบัน ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ
อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน ... ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
{๕๘๕} [๓๓๔] ภิกษุไม่ประสงค์จะให้หัวเราะไปถูกต้องเข้าเมื่อมีกิจที่จำเป็น ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ใม่ต้องอาบัติแล
จบ อังคุลิปโตทกสิกขาบทที่ ๒
๓. หัสสธัมมสิกขาบท
ว่าด้วยการเล่นนํ้า
เรื่องภิกษุสัตตรสวัคคีย์
{๕๘๖} [๓๓๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์เล่นนํ้ากันอยู่ในแม่นํ้าอจิรวดี ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับอยู่ ณ พระปราสาทชั้นบนกับพระนางมัลลิกาเทวี ท้าวเธอได้ทอดพระเนตรเห็นพวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์เล่นนํ้ากันอยู่ในแม่นํ้าอจิรวดี ครั้นแล้วได้รับสั่งกะพระนางมัลลิกาเทวีว่า “นี่แน่ะแม่มัลลิกา นั่นพระอรหันต์เล่นน้ำกันอยู่”
พระนางกราบทูลว่า “ขอเดชะ พระผู้มีพระภาคเจ้าคงจะยังมิได้ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้โดยไม่ต้องสงสัยเลย หรือไม่ก็ภิกษุเหล่านั้นคงจะยังไม่รู้สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้แล้วเป็นแน่ พระพุทธเจ้าข้า”
ขณะนั้น ท้าวเธอทรงรำพึงว่า “ด้วยอุบายวิธีอย่างไรหนอ เราจึงจะไม่ต้องกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า และพระผู้มีพระภาคเจ้าจะพึงทรงทราบได้ว่าภิกษุเหล่านี้เล่นนํ้ากัน” ครั้นแล้วท้าวเธอรับสั่งให้นิมนต์พวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์มาแล้วพระราชทานน้ำอ้อยงบใหญ่แก่ภิกษุเหล่านั้น รับสั่งว่า “ขอพระคุณเจ้าโปรดถวายน้ำอ้อยงบนี้แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย”พวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์ได้นำนํ้าอ้อยงบนั้นไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า “พระเจ้าอยู่หัวถวายน้ำอ้อยงบนี้แด่พระองค์ พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็พระเจ้าอยู่หัว พบพวกเธอที่ไหนเล่า”
พวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์กราบทูลว่า “พบพวกข้าพระพุทธเจ้าเล่นน้ำกันอยู่ในแม่น้ำอจิรวดี พระพุทธเจ้าข้า”
ทรงตำหนิแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้เล่นนํ้าเล่า การกระทำของพวกเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใสหรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของปวงชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า
พระพุทธบัญญัติ
[๓๓๖] เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะการเล่นน้ำ
สิกขาบทวิภังค์
{๕๘๗} [๓๓๗] ที่ชื่อว่า การเล่นน้ำ ความว่า ภิกษุมีความประสงค์จะ รื่นเริง ดำลงก็ดี ผุดขึ้นก็ดี ว่ายไปก็ดี ในนํ้าลึกพ้นข้อเท้าขึ้นไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์
บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์
{๕๘๘} [๓๓๘] เล่นนํ้า ภิกษุสำคัญว่าเล่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์
เล่นนํ้า ภิกษุสงสัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
เล่นนํ้า ภิกษุสำคัญว่ามิได้เล่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ทุกกฏ
{๕๘๙} ภิกษุเล่นนํ้าตื้นใต้ข้อเท้า ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุเล่นเรือในนํ้า ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุใช้มือกวักนํ้าก็ดี ใช้เท้าแกว่งนํ้าก็ดี ใช้ไม้ขีดนํ้าก็ดี ใช้กระเบื้อง ปานํ้าเล่นก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏนํ้า นํ้าส้ม นํ้านม นํ้าเปรียง นํ้าย้อม น้ำปัสสาวะ หรือนํ้าโคลนซึ่งอยู่ในภาชนะ ภิกษุเล่น ต้องอาบัติทุกกฏ{๕๙๐} มิใด้เล่นน้ำ ภิกษุสำคัญว่าเล่น ต้องอาบัติทุกกฏ
มิได้เล่นน้ำ ภิกษุสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ
ไม่ต้องอาบัติ
มิได้เล่นน้ำ ภิกษุสำคัญว่ามิได้เล่น ไม่ต้องอาบัติ
อนาปัตติวาร
{๕๙๑} [๓๓๙] ภิกษุไม่ประสงค์จะเล่น เมื่อมีกิจจำเป็น ลงนํ้าแล้วดำลงก็ดี ผุดขึ้นก็ดี ว่ายไปก็ดี ๑ ภิกษุผู้จะข้ามฟาก ดำลงก็ดี ผุดขึ้นก็ดี ว่ายไปก็ดี ๑ ภิกษุว่ายในคราวมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ หัสสธัมมสิกขาบทที่ ๓
๔. อนาทริยสิกขาบท
ว่าด้วยความไม่เอื้อเฟื้อ
เรื่องพระฉันนะ
{๕๙๒} [๓๔๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณโฆสิตาราม ใกล้พระนครโกสัมพี ครั้งนั้น ท่านพระฉันนะประพฤติอนาจาร ภิกษุทั้งหลายได้ว่ากล่าวอย่างนี้ว่า “อาวุโสฉันนะ ท่านอย่าได้กระทำเช่นนั้น การกระทำเช่นนั้นไม่สมควร” ท่านพระฉันนะไม่ยอมเอื้อเฟื้อยังขืนทำอยู่อย่างเดิมบรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนท่านพระฉันนะจึงได้ไม่เอื้อเฟื้อยังขืนทำอยู่เล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงสอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามท่านพระฉันนะว่า “ดูก่อนฉันนะ ทราบมาว่าเธอไม่เอื้อเฟื้อ จริงหรือ”
ท่านพระฉันนะทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
จบ สิกขาบทที่ ๓ เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์