arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · สุราปานวรรค

สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ เล่ม ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๙๒–๕๙๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในสุราปานวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

จตุตฺถสิกฺขาปทํ

๖. สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๔

เรื่องพระฉันนะ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)

บาลี (สยามรัฐ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ฉนฺโน อนาจารํ อาจรติ ฯ ภิกฺขู เอวมาหํสุ มา อาวุโส ฉนฺน เอวรูปํ อกาสิ เนตํ กปฺปตีติ ฯ โส อนาทริยํ ปฏิจฺจ กโรติเยว ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อายสฺมา ฉนฺโน อนาทริยํ กริสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตฺวํ ฉนฺน อนาทริยํ กโรสีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส อนาทริยํ กริสฺสสิ เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ อนาทริเย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตพระนครโกสัมพี ครั้งนั้น ท่านพระฉันนะประพฤติอนาจาร ภิกษุทั้งหลายได้ว่ากล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโสฉันนะ ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้น การกระทำเช่นนั้นไม่ควร ท่านพระฉันนะไม่เอื้อเฟื้อยังขืนทำอยู่อย่างเดิม บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านพระฉันนะจึงได้ไม่เอื้อเฟื้อ ยังขืนทำอยู่เล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...

ทรงสอบถาม

พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระฉันนะว่า ดูกรฉันนะ ข่าวว่า เธอไม่เอื้อเฟื้อ ยังขืนทำอยู่ จริงหรือ?

ท่านพระฉันนะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้ไม่เอื้อเฟื้อ ยังขืนทำอยู่อีกเล่า? การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ

๑๐๓. ๔. เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะความไม่เอื้อเฟื้อ.

เรื่องพระฉันนะ จบ.

บาลี (สยามรัฐ)

อนาทริยํ นาม เทฺว อนาทริยานิ ปุคฺคลานาทริยญฺจ ธมฺมานาทริยญฺจ ฯ ปุคฺคลานาทริยํ นาม อุปสมฺปนฺเนน ปญฺญตฺเตน วุจฺจมาโน อยํ อุกฺขิตฺโต ๑ วา วมฺภิโต วา ครหิโต วา อิมสฺส วจนํ อกตํ ภวิสฺสตีติ ฯ อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ธมฺมานาทริยํ นาม อุปสมฺปนฺเนน ปญฺญตฺเตน วุจฺจมาโน กถายํ นสฺเสยฺย วา วินสฺเสยฺย วา อนฺตรธาเยยฺย วาติ ตํ วา น สิกฺขิตุกาโม อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๑ ม. อุกฺขิตฺตโก ฯ

ฉบับหลวง

สิกขาบทวิภังค์

ที่ชื่อว่า ความไม่เอื้อเฟื้อ ได้แก่ความไม่เอื้อเฟื้อ ๒ อย่าง คือ ความไม่เอื้อเฟื้อในบุคคล ๑ ความไม่เอื้อเฟื้อในธรรม ๑

ที่ชื่อว่า ความไม่เอื้อเฟื้อในบุคคล ได้แก่ ภิกษุผู้อันอุปสัมบัน ว่ากล่าวอยู่ด้วยพระบัญญัติ แสดงความไม่เอื้อเฟื้อโดยอ้างว่า ท่านผู้นี้ถูกยกวัตร ถูกดูหมิ่น หรือถูกติเตียนเราจักไม่ทำตามถ้อยคำของท่านผู้นี้ ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

ที่ชื่อว่า ความไม่เอื้อเฟื้อในธรรม ได้แก่ภิกษุผู้อันอุปสัมบัน ว่ากล่าวอยู่ด้วยพระบัญญัติ แสดงความไม่เอื้อเฟื้อโดยอ้างว่า ไฉน ธรรมข้อนี้จะพึงเสื่อม สูญหาย หรืออันตรธานเสีย ดังนี้ก็ดี ไม่ประสงค์จะศึกษาพระบัญญัตินั้น จึงแสดงความไม่เอื้อเฟื้อก็ดี ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน เวมติโก อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

บทภาชนีย์

ติกะปาจิตตีย์

อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอุปสัมบัน แสดงความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อุปสัมบัน ภิกษุสงสัย แสดงความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอนุปสัมบัน แสดงความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อุปสมฺปนฺเนน ๑ อปฺปญฺญตฺเตน วุจฺจมาโน อิทํ น สลฺเลขาย น ธูตตฺตาย ๒ น ปาสาทิกตาย น อปจยาย น วิริยารมฺภาย สํวตฺตตีติ อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเนน ปญฺญตฺเตน วา อปฺปญฺญตฺเตน วา วุจฺจมาโน อิทํ น สลฺเลขาย น ธูตตฺตาย น ปาสาทิกตาย น อปจยาย น วิริยารมฺภาย สํวตฺตตีติ อนาทริยํ กโรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ทุกกฏ

ภิกษุถูกอุปสัมบันว่ากล่าวอยู่ ด้วยข้อธรรมอันมิใช่พระบัญญัติ แสดงความไม่

เอื้อเฟื้อโดยอ้างว่า ข้อนี้ไม่เป็นไปเพื่อความขัดเกลา ไม่เป็นไปเพื่อความจำกัด ไม่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้ที่น่าเลื่อมใส ไม่เป็นไปเพื่อความไม่สะสม ไม่เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร ต้องอาบัติทุกกฏ.

ภิกษุถูกอนุปสัมบันว่ากล่าวอยู่ด้วยพระบัญญัติก็ดี ด้วยข้อธรรมอันมิใช่พระบัญญัติก็ดีแสดงความไม่เอื้อเฟื้อโดยอ้างว่า ข้อนี้ไม่เป็นไปเพื่อความขัดเกลา ไม่เป็นไปเพื่อความกำจัดไม่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้ที่น่าเลื่อมใส ไม่เป็นไปเพื่อความไม่สะสม ไม่เป็นไปเพื่อปรารภความ-เพียร ต้องอาบัติทุกกฏ.

บาลี (สยามรัฐ)

อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอุปสัมบัน แสดงความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติทุกกฏ.

อนุปสัมบัน ภิกษุสงสัย แสดงความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติทุกกฏ.

อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอนุปสัมบัน แสดงความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติทุกกฏ.

บาลี (สยามรัฐ)

อนาปตฺติ เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโห ปริปุจฺฉาติ ภณติ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ

จตุตฺถสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ

___________________

๑ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๒ ม. ธุตตฺตาย ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

อนาปัตติวาร

ภิกษุกล่าวชี้เหตุว่า อาจารย์ทั้งหลายของพวกข้าพเจ้าเรียนมาอย่างนี้ สอบถามมาอย่างนี้ ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.

สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ.

จบ สิกขาบทที่ ๔ เรื่องพระฉันนะ