พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ มุสาวาทวรรค · สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์
อุปสัมบันด่าอนุปสัมบัน เล่ม ๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๓–๒๔๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๖ ในสิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ อุปสัมบันด่าอนุปสัมบัน (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒ หน้า ๒๕๘–๒๗๔
อุปสัมบันด่าอนุปสัมบัน
๑. พูดกดกระทบชาติ
{๒๔๓} [๓๑] อุปสัมบันมุ่งจะด่า มุ่งจะข่มอนุปสัมบัน มุ่งจะทำให้เก้อเขิน พูดกะอนุปสัมบันที่มีชาติกำเนิดต่ำ ด้วยกล่าวกระทบชาติกำเนิดตํ่า คือ พูดกะอนุปสัมบันที่มีชาติคนจัณฑาล ชาติคนจักสาน ชาตินายพราน ชาติคนช่างรถ ชาติคนเทขยะว่า ‘ท่านเป็นชาติคนจัณฑาล ... ท่านเป็นชาติ คนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบชาติ
{๒๔๔} อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีชาติกำเนิดสูง ด้วยกล่าวกระทบชาติกำเนิดต่ำ คือ พูดกะอนุปสัมบันชาติกษัตริย์ ชาติพราหมณ์ว่า ‘ท่านเป็นชาติคนจัณฑาล ... ท่านเป็นชาติคนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้อง อาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบชาติ
{๒๔๕} อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีชาติกำเนิดต่ำ ด้วยกล่าว กระทบชาติกำเนิดสูง คือ พูดกะอนุปสมบัน<*>ชาติคนจัณฑาล ชาติคนจักสาน ... ชาติคนเทขยะว่า ‘ท่านเป็นชาติกษัตริย์ ท่านเป็นชาติพราหมณ์’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบชาติ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีชาติกำเนิดสูง ด้วยกล่าว กระทบชาติกำเนิดสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันชาติกษัตริย์ ชาติพราหมณ์ว่า ‘ท่านเป็นชาติกษัตริย์ ท่านเป็นชาติพราหมณ์’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ทุกกฏทุก ๆ คำพูด
- อนุปสัมบัน - ผู้รวบรวม
๒. พูดกดกระทบชื่อ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า มุ่งจะข่มอนุปสัมบัน มุ่งจะทำให้เก้อเขิน พูดกะอนุปสัมบันที่มีชื่อไม่เพราะ ด้วยกล่าวกระทบชื่อไม่เพราะ คือ พูดกะอนุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ ชื่อชวกัณณกะ ชื่อธนิฏฐกะ ชื่อสวิฏฐกะ ชื่อ กุลวัฑฒกะว่า ‘ท่านอวกัณณกะ ... ท่านกุลวัฑฒกะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบชื่อ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีชื่อเพราะ ด้วยกล่าว กระทบชื่อเพราะ คือ พูดกะอนุปสัมบันชื่อพุทธรักขิต ชื่อธัมมรักขิต ชื่อ สังฆรักขิตว่า ‘ท่านอวกัณณกะ ... ท่านกุลวัฑฒกะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบชื่อ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีชื่อไม่เพราะ ด้วยกล่าว กระทบชื่อไม่เพราะ คือ พูดกะอนุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ ... ชื่อกุลวัฑฒกะว่า ‘ท่านพุทธรักขิต ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบชื่อ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีชื่อเพราะ ด้วยกล่าวกระทบ ชื่อเพราะ คือ พูดกะอนุปสัมบันชื่อพุทธรักขิต ... ว่า ‘ท่านพุทธรักขิต...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๓. พูดกดกระทบตระกูล
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีวงศ์ตระกูลชั้นต่ำ ด้วยกล่าวกระทบวงศ์ตระกูลชั้นต่ำ คือ พูดกะอนุปสัมบันโกสิยโคตร ภารทวาช โคตรว่า ‘ท่านโกสิยโคตร ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบตระกูล
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีวงศ์ตระกูลชั้นสูง ด้วยกล่าวกระทบวงศ์ตระกูลชั้นต่ำ คือ พูดกะอนุปสัมบันโคตมโคตร โมคคัลลานโคตร กัจจายนโคตร วาเสฏฐโคตรว่า ‘ท่านโกสิยโคตร ท่านภารทวาชโคตร’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบตระกูล
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีวงศ์ตระกูลชั้นต่ำ ด้วยกล่าวกระทบวงศ์ตระกูลชั้นสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันโกสิยโคตร ภารทวาชโคตร ว่า ‘ท่านโคตมโคตร ท่านโมคคัลลานโคตร ท่านกัจจายนโคตร ท่านวาเสฏฐโคตร’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบตระกูล
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีวงศ์ตระกูลชั้นสูง ด้วยกล่าวกระทบวงศ์ตระกูลชั้นสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันโคตมโคตร โมคคัลลานโคตร กัจจายนโคตร วาเสฏฐโคตรว่า ‘ท่านโคตมโคตร ท่านโมคคัลลานโคตร ท่านกัจจายนโคตร ท่านวาเสฏฐโคตร’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๔. พูดกดกระทบการงาน
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีการงานชั้นตํ่า ด้วยกล่าวกระทบการงานชั้นต่ำ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นช่างไม้ เป็นคนเทขยะว่า ‘ท่านเป็นช่างไม้ ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบการงาน
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีการงานชั้นสูง ด้วยกล่าวกระทบการงานชั้นตํ่า คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นชาวนา เป็นพ่อค้า
เป็นคนเลี้ยงโคว่า ‘ท่านเป็นช่างไม้ ท่านเป็นคนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบการงาน
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีการงานชั้นตํ่า ด้วยกล่าวกระทบการงานชั้นสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นช่างไม้ เป็นคนเทขยะว่า ‘ท่านเป็นชาวนา ท่านเป็นพ่อค้า ท่านเป็นคนเลี้ยงโค’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบการงาน
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีการงานชั้นสูง ด้วยกล่าวกระทบการงานชั้นสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นชาวนา เป็นพ่อค้า เป็นคนเลี้ยงโคว่า ‘ท่านเป็นชาวนา ท่านเป็นพ่อค้า ท่านเป็นคนเลี้ยงโค’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๕. พูดกดกระทบศิลปะ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีศิลปะชั้นต่ำ ด้วยกล่าวกระทบศิลปะชั้นตํ่า คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นช่างจักสาน เป็นช่างหม้อ เป็นช่างหูก เป็นช่างหนัง เป็นช่างกัลบกว่า ‘ท่านเป็นช่างจักสาน ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบศิลปะ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีศิลปะชั้นสูง ด้วยกล่าวกระทบศิลปะชั้นต่ำ คือพูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นช่างนับ เป็นช่างคำนวณ เป็นช่างเขียนว่า ‘ท่านเป็นช่างจักสาน ... ท่านเป็นช่างกัลบก’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบศิลปะ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีศิลปะชั้นต่ำ ด้วยกล่าว กระทบศิลปะชั้นสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นช่างจักสาน ... ว่า ‘ท่าน เป็นช่างนับ ท่านเป็นช่างคำนวณ ท่านเป็นช่างเขียน’ ดังนี้เป็นต้น ต้อง อาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบศิลปะ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีศิลปะชั้นสูง ด้วยกล่าว กระทบศิลปะชั้นสูง คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นช่างนับ เป็นช่างคำนวณ เป็นช่างเขียนว่า ‘ท่านเป็นช่างนับ ท่านเป็นช่างคำนวณ ท่านเป็น ช่างเขียน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๖. พูดกดกระทบโรค
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีโรคเบา ด้วยกล่าวกระทบ โรคเบา คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน เป็นโรคฝี เป็นโรคกลาก เป็นโรคมองคร่อ เป็นโรคลมบ้าหมูว่า ‘ท่านเป็นโรคเรื้อน ... ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบโรค
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีโรคหนัก ด้วยกล่าวกระทบ โรคเบา คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวานว่า ‘ท่านเป็นโรคเรื้อน ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบโรค
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีโรคเบา ด้วยกล่าวกระทบ โรคหนัก คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน ... ว่า ‘ท่านเป็นโรคเบาหวาน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบโรค
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีโรคหนัก ด้วยกล่าวกระทบโรคหนัก คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวานว่า ‘ท่านเป็นโรค เบาหวาน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๗. พูดกดกระทบรูปร่าง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีรูปร่างไม่ดี ด้วยกล่าวกระทบรูปร่างไม่ดี คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้สูงเกินไป ผู้ต่ำเกินไป ผู้ดำ เกินไป ผู้ขาวเกินไปว่า ‘ท่านเป็นคนสูงเกินไป ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้อง อาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบรูปร่าง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีรูปร่างดี ด้วยกล่าวกระทบรูปร่างไม่ดี คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ไม่สูงนัก ผู้ไม่ตํ่านัก ผู้ไม่ดำนัก ผู้ไม่ขาวนักว่า ‘ท่านเป็นคนสูงเกินไป ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบรูปร่าง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีรูปร่างไม่ดี ด้วยกล่าวกระทบรูปร่างดี คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้สูงเกินไป ... ว่า ‘ท่านเป็นคนไม่สูงเกินไป ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบรูปร่าง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีรูปร่างดี ด้วยกล่าวกระทบรูปร่างดี คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ไม่สูงเกินไป ... ว่า ‘ท่านเป็นคน ไม่สูงเกินไป ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๘. พูดกดกระทบกิเลส
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีกิเลสหยาบ ด้วยกล่าว กระทบกิเลสหยาบ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ถูกราคะกลุ้มรุม ผู้ถูกโทสะย่ำยี ผู้ถูกโมหะครอบงำว่า ‘ท่านถูกราคะกลุ้มรุม ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบกิเลส
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีกิเสสละเอียด ด้วยกล่าวกระทบกิเลสหยาบ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ปราศจากราคะ ผู้ปราศจาก โทสะ ผู้ปราศจากโมหะว่า ‘ท่านถูกราคะกลุ้มรุม ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบกิเลส
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีกิเลสหยาบ ด้วยกล่าวกระทบกิเลสละเอียด คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ถูกราคะกลุ้มรุม ... ว่า ‘ท่านปราศจากราคะ ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบกิเลส
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันที่มีกิเลสละเอียด ด้วยกล่าวกระทบกิเลสละเอียดคือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ปราศจากราคะ ... ว่ า ‘ท่านปราศจากราคะ ... ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๙. พูดกดกระทบอาบัติ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทราม ด้วยกล่าวกระทบอาบัติทราม คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก ผู้ต้อง อาบัติสังฆาทิเสส ผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย ผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผู้ต้องอาบัติ
ปาฏิเทสนียะ ผู้ต้องอาบัติทุกกฏ ผู้ต้องอาบัติทุพภาสิตว่า ‘ท่านต้องอาบัติ ปาราชิก ... ‘ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต’ ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบอาบัติ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้มีธรรมอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าว กระทบอาบัติทราม คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นโสดาบันว่า ‘ท่านต้อง อาบัติปาราชิก ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบอาบัติ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทราม ด้วยกล่าว กระทบธรรมอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก ... ผู้ต้อง อาบัติทุพภาสิตว่า ‘ท่านเป็นโสดาบัน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบอาบัติ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้มีธรรมอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าว กระทบธรรมอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นโสดาบันว่า ‘ท่านเป็น โสดาบัน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑๐. พูดกดกระทบคำด่า
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้มีความประพฤติหยาบ ด้วย กล่าวกระทบคำด่าหยาบ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังอูฐ มีความประพฤติดังแพะ มีความประพฤติดังโค มีความประพฤติดังลา มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน มีความประพฤติดังสัตว์นรกว่า ‘ท่านเป็น อูฐ ... สุคติของท่านไม่มี ท่านพึงหวังได้แต่ทุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบคำด่า
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้มีความประพฤติละเอียด ด้วยกล่าวกระทบคำด่าหยาบ คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต เป็นคน ฉลาด เป็นนักปราชญ์ เป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึกว่า ‘ท่านเป็นอูฐ ... สุคติ ของท่าน ไม่มี ท่านพึงหวังได้แต่ทุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดประชดกระทบคำด่า
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้มีความประพฤติหยาบ ด้วย กล่าวกระทบคำด่าละเอียด คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังอูฐ ... ว่า ‘ท่านเป็นบัณฑิต ... ทุคติของท่านไม่มี ท่านพึงหวังได้แต่สุคติ’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบคำด่า
อุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดกะอนุปสัมบันผู้มีความประพฤติละเอียด ด้วยกล่าวกระทบคำด่าละเอียด คือ พูดกะอนุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต ... ว่า ‘ท่านเป็นบัณฑิต ... ทุคติของท่านไม่มี ท่านพึงหวังได้แต่สุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑. พูดเปรยกระทบชาติตํ่า - ชาติสูง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า มุ่งจะข่มอนุปสัมบัน มุ่งจะทำให้เก้อเขิน พูดเปรย อย่างนี้ คือ กล่าวว่า ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นชาติ คนจัณฑาล ... บางพวกเป็นชาติคนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูดอุปสัมบันมุ่งจะด่า ... พูดเปรยอย่างนี้ คือ กล่าวว่า ‘มีอนุปสัมบันใน พระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นชาติกษัตริย์ ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๒. พูดเปรยกระทบชื่อไม่เพราะ - ชื่อเพราะ
อุปสัมบันมุ่งจะด่า มุ่งจะข่มอนุปสัมบัน มุ่งจะทำให้เก้อเขิน พูด เปรยอย่างนี้ คือ กล่าวว่า ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกชื่อ อวกัณณกะ ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกชื่อพุทธรักขิต ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๓. พูดเปรยกระทบวงศ์ตระกูลตํ่า - ตระกูลสูง
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นโกสิยโคตร ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นโคตมโคตร ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๔. พูดเปรยกระทบการงานชั้นต่ำ - ชั้นสูง
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกทำงานช่างไม้ บางพวกทำงานเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด...’มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นชาวนา บางพวกเป็นพ่อค้า บางพวกเป็นคนเลี้ยงโค’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๕. พูดเปรยกระทบศิลปะชั้นตํ่า - ชั้นสูง
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นช่างจักสาน ... บางพวกเป็นช่างกัลบก’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นช่างนับ ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๖. พูดเปรยกระทบโรคเบา - โรคหนัก
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นโรคเรื้อน ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นโรคเบาหวาน’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๗. พูดเปรยกระทบรูปร่างไม่ดี - รูปร่างดี
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกสูงเกินไป ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกไม่สูงนัก ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๘. พูดเปรยกระทบกิเลสหยาบ - ละเอียด
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกถูกราคะกลุ้มรุม ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกปราศจากราคะ ...’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๙. พูดเปรยกระทบอาบัติทราม - อุกฤษฏ์
... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกต้องอาบัติปาราชิก ...’ ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นโสดาบัน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑๐. พูดเปรยกระทบคำด่าหยาบ - ละเอียด
...‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกมีความประพฤติดังอูฐ ... สุคติของอนุปสัมบันเหล่านั้นไม่มี อนุปสัมบันเหล่านั้นพึงหวังได้แต่ทุคติ’ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
...‘มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้บางพวกเป็นบัณฑิต ... ทุคติของ อนุปสัมบันเหล่านั้นไม่มี อนุปสัมบันเหล่านั้นพึงหวังได้แต่สุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑. พูดเปรยกระทบชาติตํ่า - ชาติสูง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า มุ่งจะข่มอนุปสัมบัน มุ่งจะทำให้เก้อเขิน พูดเปรย อย่างนี้ คือ กล่าวว่า ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ เป็นชาติคนจัณฑาล ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นชาติกษัตริย์ ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฎทุก ๆ คำพูด
๒. พูดเปรยกระทบชื่อไม่เพราะ - ชื่อเพราะ ... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ชื่ออวกัณณกะ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ทุกกฏทุก ๆ คำพูด
...’อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ชื่อพุทธรักขิต...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๓. พูดเปรยกระทบวงศ์ตระกูลตํ่า - ตระกูลสูง
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นโกสิยโคตร ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นโคตมโคตร ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๔. พูดเปรยกระทบการงานชั้นตํ่า - ชั้นสูง
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นช่างไม้ เป็นคนเทขยะ’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นชาวนา เป็นพ่อค้า เป็นคนเลี้ยงโค’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๕. พูดเปรยกระทบศิลปะชั้นตํ่า - ชั้นสูง
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นช่างจักสาน ... เป็นช่างกัลบก’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นช่างนับ เป็นช่างคำนวณ เป็นช่างเขียน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๖. พูดเปรยกระทบโรคเบา - โรคหนัก
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นโรคเรื้อน ... เป็นโรคลมบ้าหมู’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นโรคเบาหวาน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๗. พูดเปรยกระทบรูปร่างไม่ดี - รูปร่างดี
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นคนสูงเกินไป เป็นคนต่ำเกินไป เป็นคนดำเกินไป เป็นคนขาวเกินไป’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นคนไม่สูงนัก เป็นคนไม่ตํ่านัก เป็นคนไม่ดำนัก เป็นคนไม่ขาวนัก’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๘. พูดเปรยกระทบกิเลสหยาบ - ละเอียด
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ถูกราคะกลุ้มรุม ถูกโทสะย่ำยี ถูก โมหะครอบงำ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศ จากโมหะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๙. พูดเปรยกระทบการต้องทราม - การต้องอุกฤษฏ์
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ต้องอาบัติปาราชิก ... ต้องอาบัติ ทุพภาสิต’ ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นโสดาบัน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑๐. พูดเปรยกระทบคำด่าหยาบ - ละเอียด
... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่ประพฤติดังอูฐ ... สุคติของอนุปสัมบัน พวกนั้นไม่มี อนุปสัมบันพวกนั้นพึงหวังได้แต่ทุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘อนุปสัมบันพวกไหนกันแน่เป็นบัณฑิต ... ทุคติของอนุปสัมบันพวก นั้นไม่มี อนุปสัมบันพวกนั้นพึงหวังได้แต่สุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑. พูดเปรยกระทบชาติตํ่า - ชาติสูง
อุปสัมบันมุ่งจะด่า มุ่งจะข่มอนุปสัมบัน มุ่งจะทำให้เก้อเขิน พูดเปรย อย่างนี้ คือ กล่าวว่า ‘พวกเราไม่ใช่ชาติคนจัณฑาล ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘พวกเราไม่ใช่ชาติกษัตริย์ ไม่ใช่ชาติพราหมณ์’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๒. พูดเปรยกระทบชื่อไม่เพราะ - ชื่อเพราะ
... ‘พวกเราไม่ใช่ชื่ออวกัณณกะ ...’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูด
... ‘พวกเราไม่ใช่ชื่อพุทธรักขิต ไม่ใช่ชื่อธัมมรักขิต ไม่ใช่ชื่อสังฆรักขิต’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๓. พูดเปรยกระทบวงศ์ตระกูลตํ่า - ตระกูลสูง
... ‘พวกเราไม่ใช่โกสิยโคตร ไม่ใช่ภารทวาชโคตร’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘พวกเราไม่ใช่โคตมโคตร ไม่ใช่โมคคัลลานโคตร ไม่ใช่กัจจายนโคตร ไม่ใช่วาเสฏฐโคตร’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๔. พูดเปรยกระทบการงานชั้นตํ่า - ชั้นสูง
... ‘พวกเราไม่ใช่ช่างไม้ ไม่ใช่คนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘พวกเราไม่ใช่ชาวนา ไม่ใช่พ่อค้า ไม่ใช่คนเลี้ยงโค’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๕. พูดเปรยกระทบศิลปะชั้นตํ่า - ชั้นสูง
... ‘พวกเราไม่ใช่ช่างจักสาน ไม่ใช่ช่างหม้อ ไม่ใช่ช่างหูก ไม่ใช่ช่างรถ ไม่ใช่ช่างกัลบก’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘พวกเราไม่ใช่ช่างนับ ไม่ใช่ช่างคำนวณ ไม่ใช่ช่างเขียน’ ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๖. พูดเปรยกระทบโรคเบา - โรคหนัก
... ‘พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเรื้อน ไม่ใช่เป็นโรคฝี ไม่ใช่เป็นโรคกลาก ไม่ใช่เป็นโรคมองคร่อ ไม่ใช่เป็นโรคลมบ้าหมู’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเบาหวาน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูด
๗. พูดเปรยกระทบรูปร่างไม่ดี - รูปร่างดี
... ‘พวกเราไม่ใช่สูงเกินไป ไม่ใช่ตํ่าเกินไป ไม่ใช่ดำเกินไป ไม่ใช่ขาวเกินไป’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘พวกเราไม่ใช่ไม่สูงนัก ไม่ใช่ไม่ต่ำนัก ไม่ใช่ไม่ดำนัก ไม่ใช่ไม่ขาวนัก’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๘. พูดเปรยกระทบกิเลสหยาบ - ละเอียด
... ‘พวกเราไม่ใช่ถูกราคะกลุ้มรุม ไม่ใช่ถูกโทสะยํ่ายี ไม่ใช่ถูกโมหะครอบงำ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘พวกเราไม่ใช่ปราศจากราคะ ไม่ใช่ปราศจากโทสะ ไม่ใช่ปราศจากโมหะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๙. พูดเปรยกระทบอาบัติทราม - อุกฤษฏ์
... ‘พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก ไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย ไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติทุกกฏ ไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติทุพภาสิต’ ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด... ‘พวกเราไม่ใช่เป็นโสดาบัน’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
๑๐. พูดเปรยกระทบคำด่าหยาบ - ละเอียด
... ‘พวกเราไม่ใช่มีความประพฤติดังอูฐ ... สุคติของพวกเราไม่มี พวกเราพึงหวังได้แต่ทุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
... ‘พวกเราไม่ใช่บัณฑิต ... ทุคติของพวกเราไม่มี พวกเราพึงหวังได้ แต่สุคติ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏทุก ๆ คำพูด
อุปสัมบันล้ออุปสัมบัน
๑. พูดล้อกดกระทบชาติ
{๒๔๖} [๓๒] อุปสัมบันไม่มุ่งจะด่า ไม่มุ่งจะข่มอุปสัมบัน ไม่มุ่งจะทำให้ เก้อเขิน แต่ประสงค์จะล้อเล่น จึงว่าอุปสัมบันที่มีชาติต่ำ ด้วยกล่าวกระทบชาติตํ่า คือ พูดกะอุปสัมบันที่มีชาติคนจัณฑาล มีชาติคนจักสาน มีชาตินายพราน มีชาติคนช่างรถ มีชาติคนเทขยะว่า ‘เป็นชาติคนจัณฑาล เป็นชาติคนจักสาน เป็นชาตินายพราน เป็นชาติคนช่างรถ เป็นชาติคนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิตทุก ๆ คำพูด
พูดล้อกดให้เลวกระทบชาติ
... แต่ประสงค์จะล้อเล่น จึงว่าอุปสัมบันที่มีชาติสูง ด้วยกล่าวกระทบชาติต่ำ คือ พูดกะอุปสัมบันที่มีชาติกษัตริย์ มีชาติพราหมณ์ว่า ‘เป็นชาติคนจัณฑาล เป็นชาติคนจักสาน เป็นชาตินายพราน เป็นชาติคนช่างรถ เป็นชาติคนเทขยะ’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิตทุก ๆ คำพูด
พูดล้อประชดกระทบชาติ
... แต่ประสงค์จะล้อเล่น จึงว่าอุปสัมบันที่มีชาติต่ำ ด้วยกล่าวกระทบชาติสูง คือ พูดกะอุปสัมบันที่มีชาติคนจัณฑาล ชาติคนจักสาน ชาตินายพราน ชาติคนช่างรถ ชาติคนเทขยะว่า ‘เป็นชาติกษัตริย์ เป็นชาติพราหมณ์’ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิตทุก ๆ คำพูด
จบ อุปสัมบันด่าอนุปสัมบัน