พระวินัยปิฎก มหาวรรค · อุโบสถขันธกะ
สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา เล่ม ๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๔–๑๕๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๔ ในอุโบสถขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา
พระวินัยปิฎก มหาวรรค อุโบสถขันธกะ สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา (ฉบับหลวง เล่ม ๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔)
อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา ปญฺญตฺตํ เอตฺตาวตา สามคฺคี ยาวตา เอกาวาโสติ ฯ กิตฺตาวตา นุ โข เอกาวาโส โหตีติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สีมํ สมฺมนฺนิตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺพา ฯ ปฐมํ นิมิตฺตา กิตฺเตตพฺพา ปพฺพตนิมิตฺตํ ปาสาณนิมิตฺตํ วนนิมิตฺตํ รุกฺขนิมิตฺตํ มคฺคนิมิตฺตํ วมฺมิกนิมิตฺตํ นทีนิมิตฺตํ อุทกนิมิตฺตํ นิมิตฺเต กิตฺเตตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยาวตา สมนฺตา นิมิตฺตา กิตฺติตา ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สีมํ สมฺมนฺเนยฺย สมานสํวาสํ เอกุโปสถํ ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยาวตา สมนฺตา นิมิตฺตา กิตฺติตา สงฺโฆ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สีมํ สมฺมนฺนติ สมานสํวาสํ เอกุโปสถํ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สีมาย สมฺมติ ๑ สมานสํวาสาย เอกุโปสถาย โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ สมฺมตา [๒] สีมา สงฺเฆน ๓ เอเตหิ นิมิตฺเตหิ สมานสํวาสา เอกุโปสถา ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
๑ ม คจฺฉ ตวํ ฯ
ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติว่า ความพร้อมเพรียงมีเพียงชั่วอาวาสเดียวเท่านั้น แล้วได้มีความปริวิตกต่อไปว่า อาวาสหนึ่งกำหนดเพียงเท่าไร จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสีมา.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงสมมติสีมาอย่างนี้:-
วิธีสมมติสีมา
ชั้นต้นพึงทักนิมิต คือ ปัพพตนิมิต ปาสาณนิมิต วนนิมิต รุกขนิมิต มัคคนิมิตวัมมิกนิมิต นทีนิมิต อุทกนิมิต ครั้นทักนิมิตแล้ว ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
กรรมวาจาสมมติสีมา
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า นิมิตระบุไว้โดยรอบแล้วเพียงไร ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติสีมาให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ด้วยนิมิตเหล่านั้น. นี้เป็นญัตติ.
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า นิมิตระบุไว้โดยรอบแล้วเพียงไร สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งสีมา ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ด้วยนิมิตเหล่านั้น. การสมมติสีมาให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ด้วยนิมิตเหล่านั้น ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
สีมาอันสงฆ์สมมติให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกันแล้ว ด้วยนิมิตเหล่านั้นชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง. ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภควตา สีมาสมฺมติ อนุญฺญาตาติ อติมหติโย สีมาโย สมฺมนฺนนฺติ จตุโยชนิกาปิ ปญฺจโยชนิกาปิ ฉโยชนิกาปิ ฯ ภิกฺขู อุโปสถํ อาคจฺฉนฺตา อุทฺทิสฺสมาเนปิ ปาติโมกฺเข อาคจฺฉนฺติ อุทฺทิฏฺฐมตฺเตปิ อาคจฺฉนฺติ อนฺตราปิ ปริวสนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อติมหตี สีมา สมฺมนฺนิตพฺพา จตุโยชนิกา วา ปญฺจโยชนิกา วา ฉโยชนิกา วา โย สมฺมนฺเนยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ์ อนุชานามิ ภิกฺขเว ติโยชนปรมํ สีมํ สมฺมนฺนิตุนฺติ ฯ
เรื่องสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด
ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์คิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสมมติสีมาแล้ว จึงสมมติสีมาใหญ่เกินถึง ๔ โยชน์บ้าง ๕ โยชน์บ้าง ๖ โยชน์บ้าง. ภิกษุทั้งหลายจะมาทำอุโบสถ ย่อมมาถึงต่อเมื่อกำลังสวดปาติโมกข์บ้าง. มาถึงต่อเมื่อสวดจบบ้าง แรมคืนอยู่ในระหว่างทางบ้าง จึงพากันกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสมมติสีมาใหญ่เกินถึง ๔ โยชน์ ๕ โยชน์หรือ ๖ โยชน์ รูปใดสมมติ ต้องอาบัติทุกกฏ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสีมามีประมาณ ๓ โยชน์เป็นอย่างยิ่ง.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู นทีปารสีมํ ๔ สมฺมนฺนนฺติ ฯ อุโปสถํ อาคจฺฉนฺตา ภิกฺขูปิ วุยฺหนฺติ ปตฺตาปิ วุยฺหนฺติ จีวรานิปิ วุยฺหนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว นทีปารสีมา สมฺมนฺนิตพฺพา โย สมฺมนฺเนยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ยตฺถสฺส ธุวนาวา วา ธุวเสตุ วา เอวรูปํ นทีปารสีมํ สมฺมนฺนิตุนฺติ ฯ
๑ สพฺพตฺถ สมฺมุตีติ ทิสฺสติ ฯ ๒ โป. สา ฯ ๓ สมฺมตา สงฺเฆน สีมาติ
ปาโฐ ยุตฺตตโร ภเวยฺย ปทโต กตฺตุ นิจฺจํ ฐปิตตฺตา อุปสมฺปนฺโน สงฺเฆน
อิตฺถนฺนาโมติ จ สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม วิหาโร อุโปสถาคารนฺติ จ
นิทสฺสนํ ฯ ๔ สี. ยุ. นทีปารํ สึมํ ฯ
เรื่องสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ
ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์สมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ. ภิกษุทั้งหลายจะมาทำอุโบสถ ถูกน้ำพัดไปก็มี บาตรถูกน้ำพัดไปก็มี จีวรถูกน้ำพัดไปก็มี จึงพากันกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ รูปใดสมมติ ต้องอาบัติทุกกฏ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสีมาคร่อมแม่น้ำที่มีเรือจอดประจำหรือมีสะพานถาวร.
จบ สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา