arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · ลสุณวรรค

สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง เล่ม ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๐–๑๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในลสุณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓ หน้า ๑๓๙–๑๔๑

หน้า ๑๓๙

อนาปัตติวาร

{๑๕๙} [๘๐๕] ภิกษุณีตบเพราะมีเหตุอาพาธ ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณี ผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๓

สิกขาบทที่ ๔

เรื่องภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยง

{๑๖๐} [๘๐๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล มีอดีตพระสนมคนหนึ่งบวชอยู่ในสำนักภิกษุณีภิกษุณีรูปหนึ่งถูกความ กระสันบีบคั้นจึงได้เข้าไปหาภิกษุณีพระสนมรูปนั้นถึงที่อยู่ ครั้นแล้วถามว่า “แม่เจ้า พระราชาเสด็จไปหาแม่เจ้านาน ๆ ครั้ง แม่เจ้าทนอยู่ได้อย่างไร”ภิกษุณีพระสนมตอบว่า “ด้วยการใช้ท่อนยางเกลี้ยงช่วยจ้ะ”

ภิกษุณีนั้นซักว่า “ท่อนยางเกลี้ยงนั่นเป็นอย่างไร”

จึงภิกษุณีพระสนมนั้นได้บอกท่อนยางเกลี้ยงแก่ภิกษุณีนั้น ภิกษุณีนั้น จึงใช้ท่อนยางเกลี้ยงแล้วลืมล้างทิ้งไว้ ณ ที่ข้างหนึ่ง ภิกษุณีทั้งหลายเห็น ท่อนยางเกลี้ยงมีแมลงวันตอมจึงพูดเป็นเชิงถามว่า“นี่เป็นการกระทำ ของใคร”ภิกษุณีนั้นตอบอย่างนี้ว่า “นี้เป็นการกระทำของดิฉันเอง”

บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุณีจึงได้ใช้ท่อนยางเกลี้ยงเล่า ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑เหตุอาพาธ ในสิกขาบทนี้หมายถึงมีแหรือแผล ตบเพื่อรักษา (วิ.อ. ๒/๔๙๐)
หน้า ๑๔๐

ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ทราบมาว่าภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยง จริงหรือ”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวก ภิกษุณีจึงได้ใช้ท่อนยางเกลี้ยงเล่า การกระทำของภิกษุณีนั่นไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า

พระพุทธบัญญัติ

[๘๐๗] เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะใช้ท่อนยางเกลี้ยง

สิกขาบทวิภังค์

{๑๖๑} [๘๐๘] ที่ชื่อว่า ท่อนยางเกลี้ยง หมายถึง วัตถุที่ทำขึ้นด้วยยาง ทำขึ้นด้วยไม้ ทำขึ้นด้วยแป้ง ทำขึ้นด้วยดินภิกษุณียินดีสัมผัสสอดวัตถุ โดยที่สุดแม้กลีบบัว เข้าไปยังองค์กำเนิด ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อนาปัตติวาร

{๑๖๒} [๘๐๙] ภิกษุณีใช้เพราะมีเหตุอาพาธ ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณี ผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๔

หน้า ๑๔๑

สิกขาบทที่ ๕

เรื่องทรงอนุญาตให้ภิกษุณีใช้น้ำชำระ

{๑๖๓} [๘๑๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ นิโครธาราม ใกล้พระนครกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ครั้งนั้นแล พระมหาปชาบดีโคตรมีเถรี เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระ ภาคเจ้าแล้วได้ยืนเฝ้าอยู่ ณ ที่ใต้ลม กราบทูลว่า “มาตุคามมีกลิ่นเหม็น พระพุทธเจ้าข้า”ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งว่า “ภิกษุณีทั้งหลายจงใช้นํ้า ชำระ” แล้วทรงชี้แจงพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถา จึงพระมหาปชาบดีโคตรมีเถรีอันพระผู้มี พระภาคเจ้าทรงชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วย ธรรมีกถาแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำประทักษิณหลีกไปแล้วครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้า มูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราตถาคตอนุญาตน้ำชำระแก่ภิกษุณีทั้งหลาย”

เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง

{๑๖๔}ก็สมัยนั้นแล ภิกษุณีรูปหนึ่งทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาต นํ้าชำระแล้ว จึงใช้น้ำชำระลึกเกินไป ได้ทำให้เกิดแผลขึ้นในองค์กำเนิด ดังนั้น นางจึงได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีจึงได้ใช้น้ำชำระลึก เกินไปเล่า” ...

จบ สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง