พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · ลสุณวรรค
สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง เล่ม ๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๐–๑๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในลสุณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ลสุณวคฺคสฺส จตุตฺถสิกฺขาปทํ
ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๔
เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ๑ ปุราณราโชโรโธ ๒ ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิโต ๓ โหติ ฯ อญฺญตรา ภิกฺขุนี อนภิรติยา ปีฬิตา เยน สา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ ราชา โข อยฺเย ตุเมฺห จิราจิรํ คจฺฉติ กถํ ตุเมฺห ธาเรถาติ ฯ ชตุมฏฺฐเกน อยฺเยติ ฯ กึ เอตํ อยฺเย ชตุมฏฺฐกนฺติ ฯ อถโข สา ภิกฺขุนี ตสฺสา ภิกฺขุนิยา ชตุมฏฺฐกํ อาจิกฺขิ ฯ อถโข สา ภิกฺขุนี ชตุมฏฺฐกํ อาทิยิตฺวา โธวิตุํ วิสฺสริตฺวา เอกมนฺตํ ฉฑฺเฑสิ ฯ ภิกฺขุนิโย มกฺขิกาหิ สมฺปริกิณฺณํ ปสฺสิตฺวา เอวมาหํสุ กสฺสิทํ กมฺมนฺติ ฯ สา เอวมาห มยฺหิทํ กมฺมนฺติ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนี ชตุมฏฺฐกํ อาทิยิสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนี ชตุมฏฺฐกํ อาทิยตีติ ๔ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนี ชตุมฏฺฐกํ อาทิยิสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ ชตุมฏฺฐเก ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
๑-๒-๓ ม. ยุ. อิตฺถีลิงฺเค อาการนฺโต โยชิยติ ฯ ๔ ม. ยุ. อาทิยีติ ฯ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น มีพระสนมเก่าคนหนึ่งบวชอยู่ในสำนักภิกษุณีภิกษุณีรูปหนึ่งอันความกระสันบีบคั้นแล้ว ได้เข้าไปหาภิกษุณีพระสนมรูปนั้นถึงสำนักแล้วถามว่าแม่เจ้า พระราชาเสด็จไปหาแม่เจ้านานๆ ครั้ง แม่เจ้าดำรงอยู่ได้ด้วยอาการอย่างไร?
ภิกษุณีพระสนมตอบว่า ด้วยท่อนยางเกลี้ยงๆ จ๊ะ.
ภิกษุณีนั้นซักว่า ท่อนยางเกลี้ยงนั่นเป็นอย่างไร?
จึงภิกษุณีพระสนมนั้นได้บอกท่อนยางเกลี้ยงแก่ภิกษุณีนั้น ภิกษุณีนั้นใช้ท่อนยางเกลี้ยงแล้วลืมล้างวางทิ้งไว้ ณ ที่ข้างหนึ่ง. ภิกษุณีทั้งหลายเห็นท่อนยางเกลี้ยงมีหมู่แมลงวันตอม จึงพูดเป็นเชิงถามว่า นี่การกระทำของใคร?
ภิกษุณีนั้นกล่าวตอบอย่างนี้ว่า นี้เป็นการกระทำของดิฉัน.
บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีจึงได้ใช้ท่อนยางเกลี้ยงๆ เล่า ...
ทรงสอบถาม
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยงๆ จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีจึงได้ใช้ท่อนยางเกลี้ยงๆ เล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่าดังนี้:
พระบัญญัติ
๕๙. ๔. เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะใช้ท่อนยางเกลี้ยงๆ
เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง จบ.
ชตุมฏฺฐกํ นาม ชตุมยํ กฏฺฐมยํ ปิฏฺฐมยํ มตฺติกามยํ ฯ ๑ สมฺผสฺสํ สาทิยนฺตี อนฺตมโส อุปฺปลปตฺตมฺปิ มุตฺตกรณํ ปเวเสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
สิกขาบทวิภังค์
ที่ชื่อว่า ท่อนยางเกลี้ยงๆ ได้แก่ วัตถุที่ทำขึ้นด้วยยาง ทำขึ้นด้วยไม้ ทำขึ้นด้วยแป้ง ทำขึ้นด้วยดิน.
ภิกษุณียินดีสัมผัส สอดวัตถุโดยที่สุดแม้กลีบอุบล เข้าไปสู่องค์รหัส ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
อนาปตฺติ อาพาธปฺปจฺจยา อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ
อนาปัตติวาร
มีเหตุอาพาธ ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ.
จบ สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง