arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · ลสุณวรรค

สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณี ๒ รูป เล่ม ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๗–๑๕๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในลสุณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณี ๒ รูป (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓ หน้า ๑๓๗–๑๓๙

หน้า ๑๓๗

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า

พระพุทธบัญญัติ

[๗๙๙] อนึ่ง ภิกษุณีใดให้ถอนขนในที่แคบ เป็นปาจิตตีย์

สิกขาบทวิภังค์

{๑๕๕} [๘๐๐] คำว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ภิกษุณีใด คือ ผู้เช่นใด ...

คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี’ ในข้อความตอนนี้

ที่ชื่อว่า ที่แคบ หมายถึง บริเวณรักแร้ทั้งสองข้าง และองค์กำเนิด คำว่า ให้ถอน คือ ให้ถอนขนแม้เสันเดียว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ให้ ถอนขนแม้หลายเส้น ก็ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อนาปัตติวาร

{๑๕๖} [๘๐๑] ภิกษุณีให้ถอนเพราะมีเหตุอาพาธ ๑ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๒

สิกขาบทที่ ๓

เรื่องภิกษุณีตบอวัยวะเพศกันด้วยฝ่ามือ

{๑๕๗} [๘๐๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑เหตุอาพาธ ในสิกขาบทนี้หมายถึงโรคผิวหนังที่ทำให้เกิดอาการคัน (วิ.อ. ๒/๔๘๙)
หน้า ๑๓๘

ภิกษุณีสองรูปถูกความกระสันบีบคั้นจึงเข้าห้องน้อยแล้วตบองค์กำเนิดกัน ด้วยฝ่ามือ ภิกษุณีทั้งหลายพรูกันเข้ามาตามเสียงนั้นแล้วได้ถามสองภิกษุณี นั้นว่า “แม่เจ้าทั้งหลาย เหตุไฉนพวกท่านจึงตบตีกับผู้ชาย,,ภิกษุณีสองรูปนั้นตอบว่า“แม่เจ้าทั้งหลายพวกดิฉันมิได้ตบตีกับ ผู้ชาย” แล้วได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย

บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุณีจึงได้ตบองค์กำเนิดกันด้วยฝ่ามือเล่า”...

ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกภิกษุณีตบองค์กำเนิดกันด้วยฝ่ามือ จริงหรือ”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉน พวกภิกษุณีจึงได้ตบองค์กำเนิดกันด้วยฝ่ามือเล่าการกระทำของภิกษุณี เหล่านั้นนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า

พระพุทธบัญญัติ

[๘๐๓] เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะตบองค์กำเนิดกันด้วยฝ่ามือ

สิกขาบทวิภังค์

{๑๕๘} [๘๐๔] ภิกษุณียินดีสัมผัสที่ชื่อว่าการตบด้วยฝ่ามือโดยที่สุดแม้ใช้ กลีบบัวตีที่องค์กำเนิด ต้องอาบัติปาจิตตีย์

หน้า ๑๓๙

อนาปัตติวาร

{๑๕๙} [๘๐๕] ภิกษุณีตบเพราะมีเหตุอาพาธ ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณี ผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๓

สิกขาบทที่ ๔

เรื่องภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยง

{๑๖๐} [๘๐๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล มีอดีตพระสนมคนหนึ่งบวชอยู่ในสำนักภิกษุณีภิกษุณีรูปหนึ่งถูกความ กระสันบีบคั้นจึงได้เข้าไปหาภิกษุณีพระสนมรูปนั้นถึงที่อยู่ ครั้นแล้วถามว่า “แม่เจ้า พระราชาเสด็จไปหาแม่เจ้านาน ๆ ครั้ง แม่เจ้าทนอยู่ได้อย่างไร”ภิกษุณีพระสนมตอบว่า “ด้วยการใช้ท่อนยางเกลี้ยงช่วยจ้ะ”

ภิกษุณีนั้นซักว่า “ท่อนยางเกลี้ยงนั่นเป็นอย่างไร”

จึงภิกษุณีพระสนมนั้นได้บอกท่อนยางเกลี้ยงแก่ภิกษุณีนั้น ภิกษุณีนั้น จึงใช้ท่อนยางเกลี้ยงแล้วลืมล้างทิ้งไว้ ณ ที่ข้างหนึ่ง ภิกษุณีทั้งหลายเห็น ท่อนยางเกลี้ยงมีแมลงวันตอมจึงพูดเป็นเชิงถามว่า“นี่เป็นการกระทำ ของใคร”ภิกษุณีนั้นตอบอย่างนี้ว่า “นี้เป็นการกระทำของดิฉันเอง”

บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุณีจึงได้ใช้ท่อนยางเกลี้ยงเล่า ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑เหตุอาพาธ ในสิกขาบทนี้หมายถึงมีแหรือแผล ตบเพื่อรักษา (วิ.อ. ๒/๔๙๐)

จบ สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณี ๒ รูป