พระวินัยปิฎก จุลวรรค · เสนาสนะขันธกะ
พุทธานุญาตบานประตู เล่ม ๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๔–๒๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๙ ในเสนาสนะขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก จุลวรรค เสนาสนะขันธกะ พุทธานุญาตบานประตู (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๗ หน้า ๑๐๓–๑๐๙
ทรงอนุโมทนาวิหารทาน
{๒๐๓} ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาแก่เศรษฐีพระนคร ราชคฤห์ด้วยพระคาถาเหล่านี้ว่า[๒๙๕] “วิหารย่อมป้องกันหนาว ร้อน และเนื้อร้าย นอก
จากนั้น ยังป้องกันงู ยุง ลมเจือละอองน้ำ และฝนได้
นอกจากนั้น วิหารยังป้องกันลมและแดดอันแรงกล้าที่
เกิดขึ้นได้
การถวายวิหารแก่สงฆ์เพื่อหลีกเร้นอยู่ เพื่อความ
สุข เพื่อเพ่งพิจารณา และเพื่อเห็นแจ้ง พระพุทธเจ้า
ทั้งหลายทรงสรรเสริญว่าเป็นทานอันเลิศ
เพราะเหตุนั้นแล คนผู้ฉลาดเมื่อเล็งเห็นประโยชน์
ตน พึงสร้างวิหารอันรื่นรมย์ นิมนต์ให้ภิกษุทั้งหลายผู้
เป็นพหูสูตอยู่ในวิหารนี้เถิด
อนึ่ง พึงถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะอัน
เหมาะสมแก่พวกเธอด้วยใจที่เลื่อมใสในพวกเธอผู้ซื่อตรง
พวกเธอก็จะแสดงธรรมอันเป็นเครื่องบรรเทา
สรรพทุกข์แก่เขา ซึ่งเขารู้ทั่วถึงแล้วจะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ
ปรินิพพานในโลกนี้ได้”
ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาท่านเศรษฐีพระนครราชคฤห์ด้วย พระคาถาเหล่านี้แล้ว ทรงลุกจากอาสนะเสด็จกลับ
พระพุทธานุญาตบานประตูเป็นต้น
{๒๐๔} [๒๙๖] พวกชาวบ้านได้ทราบข่าวว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาต วิหารแล้ว จึงช่วยกันสร้างวิหารถวายโดยเคารพ วิหารเหล่านั้นไม่มี
บานประตู งู แมงป่อง และตะขาบเข้าไปได้ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบานประตู”
ภิกษุทั้งหลายเจาะช่องฝา แล้วผูกบานประตูด้วยเถาวัลย์บ้าง เชือก บ้าง เถาวัลย์และเชือกถูกหนูและปลวกกัด บานประตูที่ถูกกัดเครื่องผูกขาด ล้มลงมา จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกรอบเช็ดหน้า ครกรองรับเดือย บานประตู ห่วงข้างบน”
บานประตูปิดไม่สนิท ... ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตช่องสำหรับชักเชือก เชือกสำหรับ ชัก”
บานประตูปิดไม่อยู่ ... ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสายยู สลักเพชร ลิ่ม กลอน”
{๒๐๕} สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายไม่สามารถปิดบานประตูได้ จึงกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตช่องลูกดาล ลูกดาล ๓ ชนิด คือ ลูกดาลโลหะ ๑ ลูกดาลไม้ ๑ ลูกดาลเขา ๑”
ภิกษุทั้งหลายไขลูกดาลเข้าไป วิหารก็ยังคุ้มไม่ได้ จึงกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตลิ่มยนต์”
{๒๐๖} สมัยนั้น วิหารมุงด้วยหญ้า ถึงฤดูหนาวก็หนาว ถึงฤดูร้อนก็ร้อน ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระ ภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงแล้วฉาบด้วยดินทั้งข้างนอก และข้างใน”
พระพุทธานุญาตบานหน้าต่าง
{๒๐๗} สมัยนั้น วิหารยังไม่มีหน้าต่าง มองไม่เห็น มีกลิ่นเหม็นอับ ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตหน้าต่าง ๓ ชนิด คือ หน้าต่างมี ชุกชี ๑ หน้าต่างมีข่าย ๑ หน้าต่างมีซี่กรง ๑”ที่ซอกหน้าต่าง กระแตและค้างคาวเข้าไปได้ จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าผืนเล็กสำหรับหน้าต่าง”
ที่ริมผ้าผืนเล็ก กระแตและค้างคาวยังเข้าไปได้ ... ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบานหน้าต่าง มู่ลี่หน้าต่าง”
พระพุทธานุญาตเครื่องลาดหญ้าเป็นต้น
{๒๐๘} สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายนอนบนพื้นดิน เนื้อตัวและจีวรแปดเปื้อนด้วย ฝุ่น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเครื่องลาดหญ้า”
เครื่องลาดหญ้าถูกหนูกัดบ้าง ปลวกกินบ้าง ... ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตแผ่นกระดานคล้ายตั่ง”
เมื่อนอนบนแผ่นกระดานคล้ายตั่ง เนื้อตัวไม่สบาย ... ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงหวายหรือเตียงสาน”
มัญจปีฐาทิอนุชานนะ
ว่าด้วยพระพุทธานุญาตเตียงและตั่งเป็นต้น
{๒๐๙} [๒๙๗] ก็โดยสมัยนั้นแล มีเตียงชนิดมีแม่แคร่สอดเข้าในขาซึ่งถูก ทอดทิ้งอยู่ในป่าช้าเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงชนิดมีแม่แคร่สอดเข้าในขา”
มีตั่งชนิดมีแม่แคร่สอดเข้าในขาเกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งชนิดมีแม่แคร่สอดเข้าในขา”
{๒๑๐} สมัยนั้น มีเตียงชนิดมีแม่แคร่เนื่องเป็นอันเดียวกันกับขาซึ่งถูกทอด ทิ้งอยู่ในป่าช้าเกิดขึ้นแก่ภิกษุสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงชนิดมีแม่แคร่ติดกับขา”
มีตั่งชนิดมีแม่แคร่เนื่องเป็นอันเดียวกันกับขาเกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลายจึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งชนิดมีแม่แคร่ติดกับขา”
{๒๑๑} สมัยนั้น มีเตียงชนิดมีขาดังก้ามปูซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในป่าช้าเกิดขึ้น แก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงชนิดมีขาดังก้ามปู”
มีตั่งชนิดมีขาดังก้ามปูเกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งชนิดมีขาดังก้ามปู”
{๒๑๒} สมัยนั้น มีเตียงชนิดมีขาเสียบแม่แคร่ซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในป่าช้า เกิดขึ้นแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงชนิดมีขาเสียบแม่แคร่”
มีตั่งชนิดมีขาเสียบแม่แคร่เกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งมีขาเสียบแม่แคร่”
พระพุทธานุญาตตั่งชนิดต่าง ๆ
{๒๑๓} สมัยนั้น มีตั่งสี่เหลี่ยมเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งสี่เหลี่ยม”
มีตั่งสี่เหลี่ยมชนิดสูงเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระ ภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งสี่เหลี่ยมชนิดสูง”
มีตั่งชนิดมีพนักสามด้านเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งชนิดมีพนักสามด้าน”
มีตั่งมีพนักสามด้านชนิดสูงเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งมีพนักสามด้านชนิดสูง”
มีตั่งหวายเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งหวาย”
มีตั่งหุ้มด้วยผ้าเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งหุ้มด้วยผ้า”
มีตั่งขาทรายเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งขาทราย”
มีตั่งก้านมะขามป้อมเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระ ภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งก้านมะขามป้อม”
มีแผ่นกระดานเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตแผ่นกระดาน”
มีเก้าอี้เกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเก้าอี้”
มีตั่งฟางเกิดขึ้น จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งฟาง”
พระพุทธบัญญัติห้ามนอนบนเตียงสูง
{๒๑๔} สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นอนบนเตียงสูง ชาวบ้านเดินเที่ยวชม วิหารเห็นเข้าจึงพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม” ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงนอนบนเตียงสูง รูปใดนอน ต้อง อาบัติทุกกฏ”
พระพุทธานุญาตเขียงรองเท้าเตียง
{๒๑๕} สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งนอนบนเตียงตํ่า ถูกงูกัด ภิกษุทั้งหลายจึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเขียงรองเท้าเตียง”
{๒๑๖} สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ใช้เขียงรองเท้าเตียงสูง ทำให้ไหวไป พร้อมกับเขียงเท้าเตียง ชาวบ้านเดินเที่ยวชมวิหารเห็นเข้าจึงพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม” ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้เขียงรองเท้าเตียงสูง รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเขียงรองเท้าเตียงสูง ๘ นิ้ว เป็น อย่างมาก”
พระพุทธานุญาตด้ายถักเตียง
{๒๑๗} สมัยนั้น มีด้ายเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตด้ายไว้ถักเตียง”
ตัวเตียงกินด้ายมาก ... ตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เจาะตัวเตียงแล้วถักเป็นตา หมากรุก”
จบ พุทธานุญาตบานประตู