arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · เสนาสนะขันธกะ

หัวข้อประจำขันธกะ เล่ม ๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๙/๑๙ ในเสนาสนะขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ตสฺสุทฺทานํ

หัวข้อประจำขันธกะ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค เสนาสนะขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

วิหารํ พุทฺธเสฏฺเฐน อปญฺญตฺตํ ตทา อหุ ฯ

ตหํ ตหํ นิกฺขมนฺติ วาสา เต ชินสาวกา ๑ ฯ

เต ๒ เสฏฺฐี คหปติ ทิสฺวา ภิกฺขูนํ อิทมพฺรวิ

การาเปยฺยํ วเสยฺยาถ ปฏิปุจฺฉึสุ นายกํ ฯ

วิหารํ อฑฺฒโยคญฺจ ปาสาทํ หมฺมิยํ คุหํ

ปญฺจเลณํ อนุญฺญาสิ วิหาเร เสฏฺฐิ การยิ ฯ

ชโน วิหารํ กาเรติ อกวาฏํ อสํวุตํ ฯ

กวาฏํ ปิฏฺฐสงฺฆาฏํ อุทุกฺขลญฺจ อุตฺตริ

อาวิญฺฉนฉิทฺทํ รชฺชุํ วฏฺฏิญฺจ กปิสีสกํ

สูจิ ฆฏิ ตาลฉิทฺทํ โลหกฏฺฐวิสาณกํ ฯ

ยนฺตกํ สูจิกญฺเจว ฉทนํ อุลฺลิตฺเตน ๑ จ

เวทิกํ ชาลสลากญฺจ จกฺกลิ สนฺถเรน จ

มิฒิ วิทลมญฺจญฺจ ๒ โสสานิกมสารโก

พุนฺทิ กุฬิรปาทญฺจ อาหจฺจาสนฺทิ อุจฺจโก ๓

สตฺตงฺคา ๔ จ ภทฺทปีฐํ ปีฐิเกฬกปาทกํ

อามลา ผลกา โกจฺฉา ๕ ปลาลปีฐเมว จ

อุจฺเจ จ อหิ ปาทานิ อฏฺฐงฺคุลกปาทกา ๖

สุตฺตํ อฏฺฐปทํ โจฬํ ตูลิกํ อฑฺฒกายิกํ

คิรคฺโค ภิสิโย จาปิ ทุสฺสํ เสนาสเน จ ยํ ๗

โอนทฺธํ เหฏฺฐา ปตติ อุปฺปาเฏตฺวา หรนฺติ จ

ภิตฺตึ จ หตฺถภิตฺตึ จ อนุญฺญาสิ จ ติตฺถิยา ๘

เสตกาฬวิหาเร จาปิ ๙ ถุสํ สณฺหญฺจ มตฺติกํ

อิกฺกาสํ ปาณิกํ กุณฺฑํ ๑๐ สาสปํ สิตฺถเตลกํ

อุสฺสนฺเน ปจฺจุทฺธริตุํ ผรุสํ ลณฺฑุมตฺติกํ ๑๑

อิกฺกาสํ ปฏิภาณญฺจ นีจา จโย จ อารุหํ

ปริปตนฺติ อาฬกา อฑฺฒกุฑฺฑํ ตโย ปุน

ขุทฺทเก กุฑฺฑปาโท จ โอวสฺสติ จ วิสฺสรํ ๑

ขีลํ จีวรวํสา จ ๒ อาลินฺทํ กิฏิเกน ๓ จ

อาลมฺพนํ ติณจุณฺณํ เหฏฺฐามคฺเค นยํ กเร

อชฺโฌกาเส โอตปฺปติ สาลํ เหฏฺฐา จ ภาชนํ

วิหาโร โกฏฺฐโก เจว ปริเวณคฺคิสาลกํ

อาราเม จ ปุน โกฏฺเฐ เหฏฺฐา เจว ๔ นยํ กเร

สุธํ ๕ อนาถปิณฺฑิ จ สทฺโธ สีตวนํ อคา

ทิฏฺฐธมฺโม นิมนฺเตสิ สห สงฺเฆน นายกํ

อาณาเปสนฺตรามคฺเค อารามํ การยิ คโณ

เวสาลิยํ นวกมฺมํ ปุรโต จ ปริคฺคหุํ ๖

โก อรหติ ภตฺตคฺคํ ๗ ติตฺติรญฺจ อวนฺทิยา

ปริคฺคหิตนฺตรฆเร ๘ ตูโล สาวตฺถิ โอสริ

ปติฏฺฐาเปสิ ๙ อารามํ ภตฺตคฺเค จ โกลาหลํ

คิลานา วรเสยฺยา จ เลสา สตฺตรสา ตหึ

เกน นุ โข กถํ นุ โข วิหารคฺเคน ภาชยิ ๑๐

ปริเวณานุภาคญฺจ อกามา ภาค โน ทเท

นิสฺสีมํ สพฺพกาลญฺจ คาหา เสนาสเน ตโย

อุปนนฺโท จ วณฺเณสิ ฐิตกา สมอาสนา

สมานาสนิกา ภินฺทึสุ ติวคฺคา จ ทุวคฺคิกา ๑

อสมานาสนิกา ๒ ทีฆํ สาลินฺทํ ๓ ปริภุญฺชิตุํ

อยฺยิกา ๔ จ อวิทูเร ภาชิตญฺจ กิฏาคิริ

วาฬวี ๕ ปิณฺฑกกุฑฺเฑหิ ทฺวารอคฺคฬวฏฺฏิกา

อาโลกเสตกาฬญฺจ เครุจฺฉาทนพนฺธนา

ภณฺฑิขณฺฑปริภณฺฑํ วีส ตึสา จ กาลิกา

โอสิเต อกตํ วิปฺปํ ๖ ขุทฺเท ฉปฺปญฺจวสฺสิกํ

อฑฺฒโยเค จ สตฺตฏฺฐ มหลฺลเก ๗ ทส ทฺวาทส

สพฺพํ วิหารํ เอกสฺส อญฺญํ วาเสนฺติ สงฺฆิกํ

นิสฺสีมํ สพฺพกาลญฺจ ปกฺกม ๘ วิพฺภมนฺติ จ

กาลญฺจ สามเณรญฺจ สิกฺขาปจฺจกฺขอนฺติมํ

อุมฺมตฺตกา ขิตฺตจิตฺตา เวทนาปตฺติทสฺสนา

อปฺปฏิกมฺมํ ทิฏฺฐิยา ๙ ปณฺฑกา เถยฺยติตฺถิยา

ติรจฺฉานมาตุปิตุ อรหนฺตา จ ทูสกา

เภทกา โลหิตุปฺปาทา อุภโต จาปิ พฺยญฺชนา

มา สงฺฆสฺส ปริหายิ กมฺมํ อญฺญสฺส ทาตเว

วิปฺปกเต จ อญฺญสฺส กเต ตสฺเสว ปกฺกเม

วิพฺภมติ กาลกโต สามเณโร จ ชายติ

ปจฺจกฺขาโต จ สิกฺขาย อนฺติมชฺฌาปนฺโน ยทิ

สงฺโฆ ว สามิโก โหติ อุมฺมตฺตขิตฺตเวทนา

อทสฺสนาปฺปฏิกมฺเม ทิฏฺฐิ ตสฺเสว โหติ ตํ

ปณฺฑโก เถยฺยติตฺถี จ ติรจฺฉานมาตุเปติกํ

ฆาตโก ทูสโก จาปิ เภทโลหิตพฺยญฺชนา

ปฏิชานาติ ยทิ โส สงฺโฆ ว โหติ สามิโก

หรนฺตญฺญตฺร กุกฺกุจฺจํ อุทฺริยติ จ กมฺพลํ

ทุสฺสา จ จมฺมจกฺกลิ โจฬกํ อกฺกมนฺติ จ

อลฺลา อุปาหนา นุฏฺฐ ๑ ลิขนฺติ ๒ อปสฺเสนฺติ จ ฯ

อปสฺเสนํ ลิขเตว ๓ โธตํ ปจฺจตฺถเรน จ

ราชคเห น สกฺโกนฺติ ลามกํ ภตฺตุทฺเทสกํ

กถํ นุ โข ปญฺญาปกํ ภณฺฑาคาริกสมฺมติ

ปฏิคฺคาหภาชโก จาปิ ยาคุ จ ผลภาชโก

ขชฺชกภาชโก เจว อปฺปมตฺตกวิสฺสเช

สาฏิยคาหาปโก เจว ตถา ปตฺตคาหาปโก ๔

อารามิกสามเณรเปสกสฺส จ สมฺมติ

สพฺพาภิภู โลกวิทู หิตจิตฺโต วินายโก

เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุนฺติ ฯ

๑ ยุ. อาวาสา ตมฺหา เต ชินสาวกา ฯ ๒ อยํ สทฺโท นตุถิ ฯ

๑ ม. ยุ. อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ ฯ ๒ ยุ. มิฑฺฒิ ปิทลมญฺจญฺจ ฯ ๓ ม. ยุ. อุจฺจเก ฯ

๔ ม. สตฺตงฺโค ฯ ๕ ยุ. อามฏา มลกโกจฺฉา ฯ ๖ ม. ยุ. อุจฺจาหิ อติปาทกา

อฏฺฐงฺคุลิ จ ปาทกา ฯ ๗ ม. ยุ. เสนาสนญฺจาปิ ฯ ๘ ยุ. ภตฺตึ จ หตฺถภิตฺตึ

จ อนุญฺญาสิ ตถาคโต ฯ ๙ ม. ยุ. ติตฺถิยา วิหาเร จาปิ ฯ ๑๐ ยุ. กุฑฺฑํ ฯ

๑๑ ม. ยุ. คณฺฑุมตฺติกํ ฯ

๑ ม. ยุ. โอวสฺสติ สรํ ขิลํ ฯ ๒ ม. ยุ. จีวรวํสํ รชฺชุญฺจ ฯ ๓ ยุ. กิฏฺเกน ฯ

๔ ม. ยุ. เหฏฺฐญฺเญว ฯ ๕ ม. ยุ. สุทฺธํ ฯ ๖ ยุ. ปฏิคฺคหํ ฯ ม. ปริคฺคหิ ฯ

๗ ม. ยุ. ภตฺตคฺเค ฯ ๘ ม. ยุ. ปริคฺคหิตนฺตรฆรา ฯ ๙ ยุ. ปติฏฺฐเปสิ ฯ

๑๐ ยุ. ภาชสิ ฯ

๑ ม. ... วคฺคิกํ ฯ ยุ. จตุวคฺคิกา ฯ ๒ ยุ. ... สนิกํ ฯ ๓ ยุ. ตํ ทฺวินนํ ฯ

๔ ยุ. อยฺยา ฯ ๕ ม. ยุ. อาฬวี ฯ ๖ ยุ. สพฺพํ ฯ ๗ ม. มหลฺเล ฯ ยุ. มหลฺเลน ฯ

๘ ม. ยุ. ปกฺกมิ ฯ ๙ ม. ยุ. อปฺปฏิกมฺมทิฏฺฐิยา ฯ

๑ ม. นิฏฺฐุํ ฯ ยุ. นุฏฺฐุ ฯ ๒ ยุ. ขีลนฺติ ฯ ๓ ยุ. ขลิเตว ฯ

๔ ม. ยุ. ตเถว ปตฺตคาหาโก ฯ

ฉบับหลวง

๑. เรื่องพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐยังมิได้ทรงบัญญัติวิหารในครั้ง นั้น สาวกของ

พระชินเจ้าเหล่านั้นอยู่ในที่นั้นๆ ย่อมออกมาจากที่อยู่ ๒. เรื่อง เศรษฐีคหบดีเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้วได้กล่าวแก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้ว่า ข้าพเจ้าจะ ให้สร้างวิหาร ท่านทั้งหลายพึงอยู่ ภิกษุทูลถาม

พระโลกนายก ๓. เรื่องพระผู้ มีพระภาคทรงอนุญาตที่เร้น ๕ อย่าง คือ ก. วิหาร ข. เรือนมุงแถบ

เดียว ค. เรือนชั้น ง. เรือนโล้น จ. ถ้ำ ๔. เรื่องเศรษฐีสร้างวิหาร ๖๐ หลัง ๕. เรื่องมหาชน

สร้างวิหารไม่มีบานประตู ๖. ภิกษุไม่ระวัง ๗. เรื่องทรง อนุญาตบานประตู ๘. เรื่องทรง

อนุญาตบานประตู ๘. เรื่องทรงอนุญาตกรอบเช็ดหน้า ครกรองรับเดือยประตูห่วงข้างบน ๙. เรื่องทรงอนุญาตช่องเชือกชัก และเชือกสำหรับชัก ๑๐. เรื่อง ทรงอนุญาตสายยู ไม้หัวลิง ลิ่ม กลอน๑๑. เรื่องทรงอนุญาตช่องลูกดาล ทำด้วยโลหะ ไม้ และเขา ๑๒. เรื่องทรงอนุญาตลิ่มยนต์ ๑๓. เรื่องหลังคาฉาบด้วยดิน ทั้งข้างนอกข้างใน ๑๔. เรื่องหน้าต่างมีชุกชี หน้าต่างมีตาข่าย หน้าต่างมีซี่กรง

๑๕. เรื่องผ้าผืนเล็กสำหรับหน้าต่าง ๑๖. เรื่องมู่ลี่หน้าต่าง ๑๗. เรื่องทรงอนุญาตเครื่องปูลาด ๑๘. เรื่อง

ทรงอนุญาตแผ่นกระดานคล้ายตั่ง๑๙. เรื่องทรงอนุญาตเตียงถักหรือสาน ๒๐. เรื่องทรงอนุญาตเตียงมีแม่แคร่ สอดเข้าในเท้า ๒๑. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีแม่แคร่สอดเข้าในเท้า ๒๒. เรื่อง ทรง

อนุญาตเตียงมีแม่แคร่ติดกับเท้า ๒๓. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีแม่แคร่ติดกับเท้า ๒๔. เรื่องทรง

อนุญาตเตียงมีเท้าดั่งก้ามปู ๒๕. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีเท้าดั่งก้ามปู๒๖. เรื่องทรงอนุญาตเตียงมี

เท้าจดแม่แคร่ ๒๗. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีเท้าจด แม่แคร่ ๒๘. เรื่องทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยม

๒๙. เรื่องทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยม ชนิดสูง ๓๐. เรื่องทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยมชนิดสูงมีพนักสามด้าน

๓๑. เรื่อง ทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยมมีพนักสามด้านชนิดสูง ๓๒. เรื่องทรงอนุญาตตั่งหวาย ๓๓. เรื่อง

ทรงอนุญาตตั่งหุ้มด้วยผ้า ๓๔. เรื่องทรงอนุญาตตั่งขาทราย ๓๕. เรื่องทรงอนุญาตตั่งก้านมะขามป้อม

๓๖. เรื่องทรงอนุญาตแผ่นกระดาน ๓๗. เรื่องทรงอนุญาตเก้าอี้ ๓๘. เรื่องทรงอนุญาตตั่งฟาง

๓๙. เรื่องทรงห้ามนอน บนเตียงสูง ๔๐. เรื่องภิกษุนอนเตียงต่ำถูกงูกัด จึงทรงอนุญาตเขียงรองเท้า เตียง ๔๑. เรื่องทรงอนุญาตเขียงรองเท้าเตียงสูง ๘ นิ้วเป็นอย่างยิ่ง ๔๒. เรื่อง ทรงอนุญาตด้ายสำหรับถักเตียง ๔๓. เรื่องทรงอนุญาตให้เจาะตัวเตียงแล้วถัก เป็นตาหมากรุก ๔๔. เรื่องทรง

อนุญาตให้ทำเป็นผ้ารองพื้น ๔๕. เรื่องทรง อนุญาตให้รื้อออกทำเป็นหมอน ๔๖. เรื่องทรงห้าม

ใช้หมอนกึ่งกาย ๔๗. เรื่อง มีมหรสพบนยอดเขา ทรงอนุญาตฟูก ๕ ชนิด ๔๘. เรื่องทรงอนุญาตผ้าสำหรับ เสนาสนะ ๔๙. เรื่องทรงอนุญาตเตียงและตั่งบุ ๕๐. เรื่องฟูกย้อยลงข้างล่าง ๕๑. เรื่อง

โจรลักเลิกผ้าหุ้มนำไป ทรงอนุญาตให้ทำรอยไว้ ๕๒. เรื่องทรง อนุญาตให้พิมพ์รอยนิ้วมือ ๕๓. เรื่อง

ที่อยู่อาศัยของพวกเดียรถีย์ ทรงอนุญาต สีขาว สีดำ ทำบริกรรมด้วยสีเหลือง ในวิหาร

๕๔. เรื่องทรงอนุญาตดิน ปนแกลบ ๕๕. เรื่องทรงอนุญาตดินละเอียด ๕๖. เรื่องทรงอนุญาต

ยางไม้ ๕๗. เรื่องทรงอนุญาตดินปนรำ ๕๘. เรื่องทรงอนุญาตแป้งเมล็ดพรรณผักกาด ๕๙. เรื่อง

ทรงอนุญาตขี้ผึ้งเหลว ๖๐. เรื่องขี้ผึ้งเหลวหนา ทรงอนุญาตใช้ผ้าเช็ด ๖๑. เรื่องพื้นหยาบสีดำ

ไม่จับ ทรงอนุญาตดินขุยไล้ ๖๒. เรื่องทรงอนุญาต ยางไม้ ๖๓. เรื่องรูปภาพ ๖๔. เรื่องวิหารมีพื้นที่ต่ำ ๖๕. เรื่องก่อ ๖๖. เรื่อง ภิกษุขึ้นลงพลัดตก ๖๗. เรื่องวิหารมีพื้นโล่งโถง ทรงอนุญาตฟากกึ่งหนึ่ง ๖๘. เรื่องทรงอนุญาตห้องอีก ๓ ห้อง ๖๙. เรื่องวิหารเล็ก ๗๐. เรื่องเชิงฝา ๗๑. เรื่องฝนสาด ๗๒. เรื่องภิกษุร้องโวยวาย ๗๓. เรื่องไม้เดือยติดฝา ๗๔. เรื่องราวจีวร ๗๕. เรื่อง

ระเบียงกับฝาค้ำ ๗๖. เรื่องทรงอนุญาตราวสำหรับ ยึด ๗๗. เรื่องผงหญ้ามีนัยดังกล่าวแล้ว ในหน

หลัง ๗๘. เรื่องที่กลางแจ้ง น้ำฉันถูกแดดเผา ทรงอนุญาตโรงน้ำฉัน ๗๙. เรื่องภาชนะน้ำฉัน

๘๐. เรื่อง วิหาร ๘๑. เรื่องซุ้ม ๘๒. เรื่องบริเวณ เรื่องโรงไฟ ๘๓. เรื่องอาราม๘๔. เรื่องซุ้ม

ประตูมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง ๘๕. เรื่องอนาถบิณฑิกคหบดีมีศรัทธาผ่องใส ได้ไปสู่ป่าสีตวัน

ได้เห็นธรรมแล้วทูลอาราธนาสมเด็จพระนายก พร้อมกับภิกษุสงฆ์ในระหว่างหนทางได้ชักชวน

ประชาชนให้สร้างอาราม ๘๖. เรื่อง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในเมืองเวสาลี เรื่องนวกรรม เรื่อง

พระศิษย์ของพระ ฉัพพัคคีย์รีบไปจองเสนาสนะ ๘๗. เรื่องใครควรได้ภัตรอันเลิศ ๘๘. เรื่อง

ติตติรพรหมจรรย์ ๘๙. เรื่องบุคคลไม่ควรไหว้ ๙๐. เรื่องพระศิษย์ของพระ ฉัพพัคคีย์เกียดกัน

เสนาสนะ ๙๑. เรื่องประชาชนตกแต่งปูที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ในละแวกบ้าน ๙๒. เรื่องเตียงตั่งหุ้มนุ่น ๙๓. เรื่องพระผู้มีพระภาคเสด็จเมือง สาวัตถี อนาถบิณฑิกคหบดีสร้างอารามถวาย ๙๔. เรื่อง

เกิดโกลาหลในโรงภัตร ๙๕. เรื่องพระอาพาธ ๙๖. เรื่องที่นอนดี ๙๗. เรื่องอ้างเลศ ๙๘. เรื่อง

พระ สัตตรสวัคคีย์ซ่อมวิหารอยู่จำพรรษาในที่นั้น ๙๙. เรื่องภิกษุมีความสงสัยว่า ใคร หนอควรให้ถือเสนาสนะ ๑๐๐. เรื่องเสนาสนคหาปกภิกษุมีความสงสัยว่า ควรให้ ถือเสนาสนะอย่างไรหนอ๑๐๑. เรื่องให้แจกตามจำนวนวิหาร ๑๐๒. เรื่อง ให้แจกตามจำนวนบริเวณ ๑๐๓. เรื่องทรงอนุญาตให้แจกส่วนเพิ่ม แต่ไม่ ปราถนาก็อย่าให้ ๑๐๔. เรื่องให้ภิกษุอยู่นอกสีมา ๑๐๕. เรื่องทรงห้ามเกียดกัน เสนาสนะตลอดกาลเป็นนิตย์ ๑๐๖. เรื่องการให้ถือเสนาสนะ ๓ ประการ ๑๐๗. เรื่อง

พระอุปนนทศากยบุตร ๑๐๘. เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญพระวินัย ๑๐๙. เรื่องภิกษุยืนเรียน

พระวินัย ๑๑๐. เรื่องทรงอนุญาตให้นั่งอาสนะเสมอกัน ๑๑๑. เรื่องภิกษุมีอาสนะเสมอกันทำ

เตียงตั่งหัก ๑๑๒. ทรงอนุญาตให้นั่งได้ ๓ รูปและ ๒ รูป ๑๑๓. เรื่องทรงอนุญาตให้นั่งบน

อาสนะยาวร่วมกับผู้มีอาสนะไม่เสมอ กันได้ ๑๑๔. เรื่องทรงอนุญาตให้ใช้สอยปราสาทมีเฉลียงรอบ

๑๑๕. เรื่อง สมเด็จพระอัยยิกา ๑๑๖. เรื่องภิกษุเจ้าถิ่นไม่ห่างเมืองสาวัตถีแบ่งเสนาสนะของ สงฆ์๑๑๗. เรื่องกิฏาคิรีชนบท ๑๑๘. เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมด้วย เหตุเพียงวางก้อนดินฉาบทาฝา ตั้งประตู ติดสายยู ติดกรอบเช็ดหน้า ทำให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง มุงหลังคา ผูกมัดหลังคา ปิดบังที่อาศัยแห่งนกพิราบ ปฏิสังขรณ์ สิ่งชำรุดผุพัง ขัดถู ให้นวกรรมตั้ง ๒๐ ปี๓๐ ปี ตลอดชีวิต ชั่วเวลาควันขึ้น ในเมื่อวิหารสำเร็จแล้ว เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้นวกรรมแก่วิหารที่ยังไม่ ได้ทำ ที่ทำยังไม่เสร็จ ให้ตรวจการงานในวิหารเล็กแล้วให้นวกรรม ๕-๖

ปี ให้ ตรวจการงานในวิหารมุงแถบเดียว แล้วให้นวกรรม ๗-๘ ปี ให้ตรวจการงานใน วิหารหรือ

ปราสาทใหญ่ แล้วให้นวกรรม ๑๐ ปี ๑๒ ปี ๑๑๙. เรื่องภิกษุให้นวกรรมวิหารทั้งหลัง ๑๒๐. เรื่อง

ภิกษุให้นวกรรม ๒ ครั้ง แก่วิหารหนึ่งหลัง ๑๒๑. เรื่องภิกษุถือนวกรรมแล้วให้ภิกษุอื่นอยู่ ๑๒๒. เรื่อง

ภิกษุถือนวกรรมแล้ว เกียดกันเสนาสนะของสงฆ์ ๑๒๓. เรื่องภิกษุให้นวกรรมแก่วิหารที่ตั้งอยู่นอกสีมา๑๒๔. เรื่องภิกษุถือเอานวกรรมแล้วเกียดกันตลอดฤดูกาล ๑๒๕. เรื่องภิกษุถือ เอานวกรรม

แล้วหลีกไปเสียบ้าง สึกเสียบ้าง มรณภาพบ้าง ปฏิญาณเป็นสามเณร บ้าง บอกลาสิกขาบ้าง

ต้องอันติมวัตถุบ้าง วิกลจริตบ้าง มีจิตฟุ้งซ่านบ้าง กระสับ กระส่ายเพราะเวทนาบ้าง ถูกยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติบ้าง ฐานไม่ทำคืนอาบัติบ้าง ฐานไม่สละคืนทิฐิอันลามกบ้าง ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์

บ้าง เป็นเถยยสังวาสก์บ้าง เข้ารีดเดียรถีย์บ้าง เป็นสัตว์ดิรัจฉานบ้าง เป็นผู้ฆ่ามารดาบ้าง เป็นผู้ฆ่าบิดา

บ้าง ผู้ฆ่าพระอรหันต์บ้าง ผู้ประทุษร้ายภิกษุณีบ้าง ผู้ทำลายสงฆ์บ้าง ผู้ทำโลหิตุปบาทบ้าง เป็น

อุภโตพยัญชนกบ้าง พึงมอบแก่ภิกษุอื่นด้วยสั่งว่า อย่าให้ของสงฆ์เสียหาย เมื่อทำยังไม่เสร็จ

ควรมอบให้แก่ภิกษุอื่น เมื่อทำเสร็จแล้ว หลีกไป นวกรรม เป็นของภิกษุนั้นนั่นเอง สึก ถึง

มรณภาพ ปฏิญาณเป็นสามเณร บอกลาสิกขา ต้องอันติมวัตถุ สงฆ์เป็นเจ้าของ วิกลจริต มีจิต

ฟุ้งซ่าน กระสับกระส่ายเพราะ เวทนา ถูกยกวัตร ฐานไม่เห็นอาบัติ ฐานไม่ทำคืนอาบัติ ฐานไม่สละคืนทิฐิ อันลามก นวกรรมนั้นตกเป็นของภิกษุนั้นนั่นเอง เป็นบัณเฑาะก์ เป็นถยย สังวาสก์เข้ารีดเดียรถีย์ เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ฆ่าพระอรหันต์ ประทุษร้ายภิกษุณี ทำโลหิตุปบาท ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนก สงฆ์เป็นเจ้าของ ๑๒๖. เรื่องภิกษุนำเสนาสนะไปใช้ในที่อื่น ๑๒๗. เรื่องภิกษุ รังเกียจ ๑๒๘. เรื่องวิหารใหญ่ชำรุด ๑๒๙. เรื่องผ้ากัมพล ๑๓๐. เรื่อง

ผ้ามีราคามาก ๑๓๑. เรื่องหนังหมี ๑๓๒. เรื่องผ้าเช็ดเท้ารูปวงล้อ ๑๓๓. เรื่อง ผ้าผืนเล็ก ๑๓๔. เรื่อง

ภิกษุเหยียบเสนาสนะ ๑๓๕. เรื่องเท้าเปียก ๑๓๖. เรื่อง สวมรองเท้า ๑๓๗. เรื่องถ่มเขฬะ๑๓๘. เรื่องเท้าเตียงตั่งครูดพื้น ๑๓๙. เรื่อง ภิกษุพิงฝา ทรงอนุญาตพนักอิง พนักอิงครูดฝาอีก๑๔๐. เรื่องล้างเท้า ทรงอนุญาต ให้ปูเครื่องลาดนอน ๑๔๑. เรื่องประทับในกรุงราชคฤห์

ประชาชนไม่อาจถวาย สังฆภัตร ๑๔๒. เรื่องแจกภัตรเลว สมมติพระภัตตุเทสก์ เรื่อง

แจกภัตรอย่างไร๑๔๓. เรื่องสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะ สมมติภิกษุเป็นผู้รักษาเรือน

คลัง ... เป็นผู้รับจีวร ... เป็นผู้แจกจีวร ... เป็นผู้แจกข้าวยาคู ... เป็นผู้แจกผลไม้ เป็นผู้แจกของ

เคี้ยว ... เป็นผู้แจกของเล็กน้อย ... เป็นผู้แจกผ้า ... เป็นผู้แจก บาตร ... เป็นผู้ใช้คนวัด ... เป็นผู้ใช้สามเณร พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงครอบงำ ซึ่งสรรพธรรมทรงรู้จักโลก มีพระหทัยเกื้อกูล

เป็นผู้นำชั้นเยี่ยม ทรงบัญญัติแล้ว เพื่อหลีกเร้น เพื่อความสุข เพื่อเพ่งเล็ง และเพื่อเห็นแจ้ง

ดังนี้แล ฯ

หัวข้อประจำขันธกะ จบ

จบ หัวข้อประจำขันธกะ