arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมถขันธกะ

สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม เล่ม ๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๑๔–๖๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๒ ในสมถขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๖. ตสฺสปาปิยสิกา

๖. ตัสสปาปิยสิกา

ว่าด้วยระงับอธิกรณ์โดยการลงโทษแก่ผู้ทำผิด

เรื่องพระอุปวาฬะ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมถขันธกะ สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม (ฉบับหลวง เล่ม ๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๖)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๖ หน้า ๒๓๗–๒๓๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๖ หน้า ๓๒๐–๓๒๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน อุปวาโฬ (๑) ภิกฺขุ สํฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ, ปฏิชานิตฺวา อวชานาติ, อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรติ, สมฺปชานมุสา ภาสติ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม อุปวาโฬ ภิกฺขุ สํฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานิสฺสติ, ปฏิชานิตฺวา อวชานิสฺสติ, อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจริสฺสติ, สมฺปชานมุสา ภาสิสฺสตี”ติ. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ “สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ฯเปฯ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ. เตน หิ ภิกฺขเว สํโฆ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรตุ. เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺพํ, ปฐมํ อุปวาโฬ ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ, โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ, สาเรตฺวา อาปตฺติ อาโรเปตพฺพา, อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สํโฆ ญาเปตพฺโพ-

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑อุปวาโฬหติปิ อุวาโฬติปิ ปาโฐ ทิสฺสติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระอุปวาฬะถูกซักถามอาบัติในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วรับ รับแล้วปฏิเสธ เอาเรื่องหนึ่งมากล่าวกลบเกลื่อนอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวเท็จทั้งที่รู้

บรรดาภิกษุผู้มักนัอย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน พระ อุปวาฬะถูกซักถามอาบัติในท่ามกลางสงฆ์ จึงได้ปฏิเสธแล้วรับ รับแล้วปฏิเสธ เอา เรื่องหนึ่งมากล่าวกลบเกลื่อนอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวเท็จทั้งที่รู้เล่า” แล้วได้นำเรื่อง นี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบพระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ภิกษุ อุปวาฬะถูกซักถามอาบัติในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วรับ รับแล้วปฏิเสธ เอาเรื่อง หนึ่งมากล่าวกลบเกลื่อนอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวเท็จทั้งที่รู้ จริงหรือ”ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิ ฯลฯ ครั้นทรงตำหนิแล้ว ฯลฯ ทรง แสดง ธรรมีกถารับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงลง ตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุอุปวาฬะ”

วิธีลงตัสสปาปิยสิกากรรมและกรรมวาจา

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงลงตัสสปาปิยสิกากรรมอย่างนี้ คือเบื้องต้นพึงโจทภิกษุ อุปวาฬะก่อน ครั้นแล้วพึงให้ภิกษุอุปวาฬะนั้นให้การแล้วพึงปรับอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด สามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

“สุณาตุ เม ภนฺเต สํโฆ, อยํ อุปวาโฬ ภิกฺขุ สํฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ, ปฏิชานิตฺวา อวชานาติ, อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรติ, สมฺปชานมุสา ภาสติ, ยทิ สํฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สํโฆ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กเรยฺย, เอสา ญตฺติ.

สุณาตุ เม ภนฺเต สํโฆ, อยํ อุปวาโฬ ภิกฺขุ สํฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ, ปฏิชานิตฺวา อวชานาติ, อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรติ, สมฺปชานมุสา ภาสติ, สํโฆ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมสฺส กรณํ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.

ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ

กตํ สํเฆน อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ, ขมติ สํฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี. เอวเมตํ ธารยามี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

“ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุปวาฬะนี้ถูกซักถามอาบัติ ในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วรับ รับแล้วปฏิเสธ เอาเรื่องหนึ่งมากล่าวกลบเกลื่อน อีกเรื่องหนึ่ง กล่าวเท็จทั้งที่รู้ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วพึงลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุ อุปวาฬะ นี่เป็นญัตติ

ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุปวาฬะนี้ถูกซักถามอาบัติในท่ามกลาง สงฆ์ ปฏิเสธแล้วรับ รับแล้วปฏิเสธ เอาเรื่องหนึ่งมากล่าวกลบเกลื่อนอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวเท็จทั้งที่รู้ สงฆ์ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุอุปวาฬะแล้ว ท่านรูปใดเห็น ด้วยกับการลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุอุปวาฬะ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใด ไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วงแม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ

แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ

ตัสสปาปิยสิกากรรม สงฆ์ลงแล้วแก่ภิกษุอุปวาฬะ สงฆ์เห็นด้วย เพราะฉะนั้น จึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว ธมฺมิกานิ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมสฺส กรณานิ: อสุจิ จ โหติ, อลชฺชี จ, สานุวาโท จ, ตสฺส สํโฆ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ ธมฺเมน สมคฺเคน (๑) . อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ ธมฺมิกานิ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมสฺส กรณานิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑อิ. สมคฺโค
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ตัสสปาปิยสิกากรรมที่ชอบธรรม ๕ อย่าง

ภิกษุทั้งหลาย การลงตัสสปาปิยสิกากรรมชอบธรรม ๕ อย่างนี้ คือ

๑. ภิกษุเป็นผู้ไม่สะอาด ๒. เป็นอลัชชี

๓. เป็นผู้ถูกโจท ๔. สงฆ์ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุนั้น

๕. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลงโดยธรรม

ภิกษุทั้งหลาย การลงตัสสปาปิยสิกากรรมชอบธรรม ๕ อย่างนี้แล

จบ สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม