arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ

มูลเหตุอาจริยวัตร เล่ม ๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๒–๔๔๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๑๕ ในวัตตขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ มูลเหตุอาจริยวัตร (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๗ หน้า ๒๘๔–๒๙๐

หน้า ๒๘๔

เมื่อย้อมจีวร พึงย้อมพลิกกลับไปกลับมาให้ดี ๆ เมื่อหยดนํ้าย้อมยังไม่ สะเด็ด ไม่พึงหลีกไปเสีย

ถ้าสัทธิวิหาริกอาพาธ พึงพยาบาลจนตลอดชีวิต พึงรอจนกว่าจะหาย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นสัทธิวิหาริกวัตรของอุปัชฌาย์ทั้งหลาย ซึ่งอุปัชฌาย์ทั้งหลายพึงประพฤติโดยชอบในสัทธิวิหาริก”

จบ ทุติยภาณวาร

๑๓. อาจริยวัตตกถา

ว่าด้วยเรื่องอาจริยวัตร

{๔๔๒} [๓๗๙] ก็โดยสมัยนั้นแล อันเตวาสิกทั้งหลายไม่ประพฤติโดยชอบใน อาจารย์ บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนอันเตวาสิกทั้งหลายจึงได้ไม่ประพฤติโดยชอบในอาจารย์เล่า’, แล้ว กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบ มาว่าอันเตวาสิกทั้งหลายไม่ประพฤติโดยชอบในอาจารย์ จริงหรือ"ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า"

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตำหนิ ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติอาจริยวัตรแก่ ภิกษุอันเตวาสิกทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุอันเตวาสิกทั้งหลายพึง ประพฤติโดยชอบในอาจารย์

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบ อาจริยวัตตกถา ในมหาขันธกะ วิ.มหา. (แปล) ๔/๗๘/๑๒๘-๑๓๓
หน้า ๒๘๕

ธรรมเนียมปฏิบัติในอาจารย์

{๔๔๓} [๓๘๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกพึงประพฤติโดยชอบใน อาจารย์ วิธีประพฤติโดยชอบในอาจารย์นั้น ดังต่อไปนี้

อันเตวาสิกพึงลุกแต่เช้าตรู่ ถอดรองเท้า ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า แล้วถวายไม้ชำระฟัน ถวายนํ้าล้างหน้า ปูอาสนะไว้

ถ้าข้าวยาคูมี พึงล้างภาชนะแล้วน้อมข้าวยาคูเข้าไปถวาย เมื่อ อาจารย์ดื่มข้าวยาคูแล้ว พึงถวายนํ้า รับภาชนะมา ถือต่ำ ๆ อย่าให้กระทบ ล้างให้สะอาดแล้วเก็บไว้ เมื่ออาจารย์ลุกขึ้นแล้ว พึงเก็บอาสนะถ้าที่ตรงนั้นเปรอะเปื้อน พึงเก็บกวาดที่นั้นเสีย

ถ้าอาจารย์ประสงค์จะเข้าบ้าน พึงถวายผ้านุ่ง พึงรับผ้านุ่งผลัดมา พึงถวายประคดเอว พึงพับผ้าสังฆาฏิให้เป็นชั้นถวาย พึงล้างบาตรแล้ว ถวายพร้อมทั้งนํ้าด้วยถ้าอาจารย์ปรารถนาให้เป็นปัจฉาสมณะผู้ติดตาม พึงนุ่งให้เป็น ปริมณฑลปิดมณฑล ๓ แล้วคาดประคดเอว คลุมผ้าสังฆาฏิทำเป็นชั้น กลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้วถือไป เป็นปัจฉาสมณะของอาจารย์ ไม่พึงเดิน ให้ห่างนัก ไม่พึงเดินให้ชิดนัก พังรับวัตถุที่เนื่องในบาตรเมื่ออาจารย์กำลังพูด ไม่พึงพูดสอดขึ้นในระหว่าง เมื่ออาจารย์กล่าว ถ้อยคำใกล้ต่ออาบัติ พึงห้ามเสีย

เมื่อกลับ พึงมาก่อนแล้วปูอาสนะที่นั่งฉันไว้ พึงเตรียมตั้งนํ้าล้างเท้า ตั้งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้าไว้ พึงลุกขึ้นรับบาตรและจีวร พึงถวายผ้า นุ่งผลัด พึงรับผ้านุ่งมาถ้าจีวรซุ่มเหงื่อ พึงผึ่งแดดไว้ครู่หนึ่ง แต่ไม่พึงผึ่งทิ้งไว้ที่แดด

พึงพับจีวร เมื่อพับจีวร พึงพับจีวรให้เหลื่อมมุมกัน ๔ นิ้ว ด้วยตั้งใจ ว่าจะได้ไม่มีรอยหักตรงกลาง พึงสอดประคดเอวไว้ในขนดอันตรวาสก

หน้า ๒๘๖

ถ้าบิณฑบาตมี และอาจารย์ประสงค์จะฉัน พึงถวายนํ้าแล้วน้อม บิณฑบาตเข้าไปถวาย พึงถามอาจารย์ด้วยนํ้าฉัน เมื่ออาจารย์ฉันแล้ว พึง ถวายนํ้า รับบาตรมา ถือต่ำ ๆ อย่าให้กระทบ ล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วผึ่งไว้ที่แดดสักครู่หนึ่ง แต่ไม่พึงผึ่งทิ้งไว้ที่แดดพึงเก็บบาตรจีวร เมื่อเก็บบาตร พึงใช้มือข้างหนึ่งจับบาตร ใช้มือ ข้างหนึ่งคลำใต้เตียงหรือใต้ตั่งแล้วจึงเก็บบาตร แต่ไม่พึงเก็บบาตรไว้บน พื้นที่ไม่มีสิ่งใดรอง

เมื่อเก็บจีวร พึงใช้มือข้างหนึ่งจับจีวรไว้ ใช้มือข้างหนึ่งลูบราวจีวร หรือสายระเดียงแล้วจึงเก็บจีวรเอาชายไว้ด้านนอก ขนดไว้ด้านใน

เมื่ออาจารย์ลุกขึ้นแล้ว พึงเก็บอาสนะ เก็บนํ้าล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ถ้าที่ตรงนั้นเปรอะเปื้อน พึงเก็บกวาดที่นั้นเสีย

ถ้าอาจารย์ประสงค์จะสรงนํ้า พึงจัดนํ้าสรงถวาย ถ้าต้องการนํ้าเย็น พึงจัดน้ำเย็นถวาย ถ้าต้องการนํ้าร้อน พึงจัดนํ้าร้อนถวาย

ถ้าอาจารย์ประสงค์จะเข้าเรือนไฟ พึงบดจุรณแช่ดินไว้ ถือตั่งสำหรับ เรือนไฟ แล้วเดินตามหลังอาจารย์ไป ถวายตั่งสำหรับเรือนไฟแล้วรับจีวร มาวางไว้ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง พึงถวายจุรณ ถวายดิน

ถ้าอุตสาหะอยู่ ก็พึงเข้าเรือนไฟ เมื่อเข้าเรือนไฟ พึงเอาดินทาหน้า ปิดทั้งข้างหน้าทั้งข้างหลังแล้วเข้าเรือนไฟ ไม่พึงนั่งเบียดภิกษุผู้เถระ ไม่พึง ห้ามกันอาสนะภิกษุใหม่ พึงทำบริกรรมแก่อาจารย์ในเรือนไฟ

เมื่อออกจากเรือนไฟ พึงถือตั่งสำหรับเรือนไฟแล้วปิดทั้งข้างหน้า ทั้งข้างหลังออกจากเรือนไฟ

พึงทำบริกรรมแก่อาจารย์แม้ในน้ำ อาบเสร็จแล้วพึงขึ้นมาก่อน ทำตัว ของตนให้แห้งน้ำ นุ่งผ้าแล้วพึงเช็ดน้ำจากตัวอาจารย์ พึงถวายผ้านุ่ง พึง ถวายผ้าสังฆาฏิ พึงถือตั่งสำหรับเรือนไฟมาก่อนแล้วปูอาสนะไว้ เตรียม น้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้าไว้ พึงถามอาจารย์ด้วยนํ้าฉัน

หน้า ๒๘๗

ถ้าประสงค์จะเรียนบาลี พึงขอให้อาจารย์แสดงบาลีขึ้น ถ้าประสงค์ จะสอบถาม พึงสอบถาม

อาจารย์อยู่ในวิหารแห่งใด ถ้าวิหารแห่งนั้นรก ถ้าอุตสาหะอยู่ พึง ปัดกวาดเสีย เมื่อปัดกวาดวิหาร พึงขนบาตรจีวรออกก่อนแล้ววางไว้ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง พึงขนผ้าปูนั่งและผ้าปูนอน ขนฟูก หมอน ออกวางไว้ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง

เตียงตั่ง อันเตวาสิกพึงยกต่ำ ๆ ขนออกให้เรียบร้อย อย่าให้ครูดสี อย่าให้กระทบกระแทกบานและกรอบประตู แล้วตั้งไว้ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง เขียงรองเท้าเตียง กระโถน พนักอิงพึงขนออกไปตั้งไว้ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง เครื่องปูพื้นพึงสังเกตตามที่ปูไว้เดิมแล้วขนออกวางไว้ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งถ้าในวิหารมีหยากไย่ พึงกวาดจากเพดานลงมาก่อน กรอบหน้าต่าง และมุมห้องพึงเช็ดเสีย ถ้าฝาที่เขาทำบริกรรมไว้ด้วยยางไม้หรือพื้นที่เขา ทาสีดำไว้ขึ้นรา พึงเอาผ้าชุบนํ้าบิดแล้วเช็ดเสีย ถ้าพื้นเขามิได้แต่งไว้ พึง เอาน้ำประพรมแล้วเช็ดเสียด้วยตั้งใจว่า ‘วิหารอย่าได้ฟุ้งไปด้วยฝุ่นละออง’ พึงเก็บกวาดหยากเยื่อทิ้งเสีย ณ ที่สมควรข้างหนึ่งเครื่องลาดพื้นพึงผึ่งแดด ชำระ สลัดเสีย แล้วขนกลับปูไว้ตามเดิม เขียงรองเท้าเตียงพึงผึ่งแดด ขัดเช็ดเสียแล้วขนกลับไปตั้งไว้ที่เดิม เตียงตั่ง พึงผึ่งแดด ขัดถู เคาะเสีย ยกต่ำ ๆ ขนกลับไปให้ดี อย่าให้ครูดสี อย่า ให้กระทบกระแทกบานและกรอบประตูแล้วตั้งไว้ตามเดิมฟูก หมอน ผ้าปูนั่ง และผ้าปูนอนพึงผึ่งแดดทำให้สะอาด ตบเสีย แล้วนำกลับวางปูไว้ตามเดิม กระโถน พนักอิง พึงผึ่งแดด เช็ดถูเสีย แล้วขนกลับไปตั้งไว้ตามเดิม

พึงเก็บบาตรจีวร เมื่อเก็บบาตร พึงใช้มือข้างหนึ่งจับบาตร ใช้มือ ข้างหนึ่งคลำใต้เตียงหรือใต้ตั่งแล้วจึงเก็บบาตร แต่ไม่พึงเก็บบาตรบนพื้นที่ ไม่มีสิ่งใดรอง

หน้า ๒๘๘

เมื่อเก็บจีวร พึงใช้มือข้างหนึ่งจับจีวรไว้ ใช้มือข้างหนึ่งลูบราวจีวร หรือสายระเดียงแล้วจึงเก็บจีวรเอาชายไว้ด้านนอก ขนดไว้ด้านใน

ถ้ามีลมที่มีฝุ่นผงพัดมาแต่ทิศตะวันออก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันออก ถ้าพัดมาแต่ทิศตะวันตก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันตก ถ้าพัดมาแต่ทิศเหนือ พึงปิดหน้าต่างด้านเหนือ ถ้าพัดมาแต่ทิศใต้ พึงปิดหน้าต่างด้านใต้ ถ้า เป็นฤดูหนาว พึงเปิดหน้าต่างกลางวัน พึงปิดกลางคืน ถ้าเป็นฤดูร้อน พึงปิดหน้าต่างกลางวัน พึงเปิดกลางคืน

ถ้าบริเวณ ซุ้มนํ้า โรงฉัน โรงไฟ วัจกุฎี รกรุงรัง พึงปัดกวาดเสีย ถ้านํ้าฉัน นํ้าใช้ไม่มี พึงจัดตั้งไว้ ถ้าน้ำในหม้อชำระไม่มี พึงตักน้ำมาใส่ ไว้ในหม้อชำระ

ถ้าความกระสันเกิดขึ้นแก่อาจารย์ อันเตวาสิกพึงช่วยระงับ หรือพึง วานภิกษุอื่นให้ช่วยระงับ หรือพึงแสดงธรรมกถาแก่อาจารย์นั้น ถ้าความ รำคาญเกิดขึ้นแก่อาจารย์ อันเตวาสิกพึงช่วยบรรเทา หรือพึงวานภิกษุอื่น ให้ช่วยบรรเทา หรือพึงทำธรรมกถาแก่อาจารย์นั้น ถ้าความเห็นผิดเกิดขึ้น แก่อาจารย์ อันเตวาสิกพึงบอกให้สละเสีย หรือพึงวานภิกษุอื่นให้ช่วยบอก ให้สละเสีย หรือพึงทำธรรมกถาแก่อาจารย์นั้นถ้าอาจารย์ต้องอาบัติหนัก ควรอยู่ปริวาส อันเตวาสิกพึงทำความ ขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ สงฆ์พึงให้ปริวาสแก่อาจารย์’ ถ้า อาจารย์ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม อันเตวาสิกพึงทำความขวนขวายว่า ‘ด้วย อุบายอย่างไรหนอ สงฆ์พึงชักอาจารย์เข้าหาอาบัติเดิม’ ถ้าอาจารย์ควร ประพฤติมานัต อันเตวาสิกพึงทำความขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ สงฆ์พึงให้มานัตแก่อาจารย์’ ถ้าอาจารย์ควรอัพภาน อันเตวาสิกพึงทำ ความขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ สงฆ์พึงอัพภานอาจารย์’ถ้าสงฆ์ปรารถนาจะทำกรรมแก่อาจารย์ คือ ตัชชนียกรรม นิยสกรรม ปัพพาชนียกรรม ปฏิสารณียกรรม หรืออุกเขปนียกรรม อันเตวาสิกพึง

หน้า ๒๘๙

ทำความขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ สงฆ์จึงจะไม่ทำกรรมแก่ อาจารย์ หรือสงฆ์พึงน้อมไปเพื่อกรรมสถานเบา’ หรืออาจารย์นั้นถูกสงฆ์ ลงตัชชะนียกรรม นิยสกรรม ปัพพาชนียกรรม ปฏิสารณียกรรม หรือ อุกเขปนียกรรมแล้ว อันเตวาสิกพึงทำความขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบาย อย่างไรหนอ อาจารย์จะพึงประพฤติชอบ พึงหายเย่อหยิ่ง พึงประพฤติ แก้ตัวได้ สงฆ์พึงระงับกรรมนั้นเสีย’

ถ้าอาจารย์มีจีวรที่จะต้องซัก อันเตวาสิกพึงซักเอง หรือพึงทำความ ขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ ใคร ๆ พึงซักจีวรของอาจารย์’ ถ้า อาจารย์มีจีวรที่จะต้องทำ อันเตวาสิกพึงทำเอง หรือพึงทำความขวนขวาย ว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ ใคร ๆ พึงทำจีวรของอาจารย์’ ถ้าอาจารย์มี น้ำย้อมที่จะต้องต้ม อันเตวาสิกพึงต้มเอง หรือพึงทำความขวนขวายว่า ‘ด้วยอุบายอย่างไรหนอ ใคร ๆ พึงต้มน้ำย้อมของอาจารย์’ ถ้าอาจารย์มี จีวรที่จะต้องย้อม อันเตวาสิกพึงย้อมเอง หรือพึงทำความขวนขวายว่า ‘ด้วย อุบายอย่างไรหนอ ใคร ๆ พึงย้อมจีวรของอาจารย์’ เมื่อย้อมจีวร พึงย้อม พลิกกลับไปกลับมาให้ดี ๆ เมื่อหยดน้ำย้อมยังไม่สะเด็ด

ไม่พึงหลีกไปเสียอันเตวาสิกไม่บอกอาจารย์ก่อน ไม่พึงให้บาตรแก่ภิกษุบางรูป ไม่พึง รับบาตรของภิกษุบางรูป ไม่พึงให้จีวรแก่ภิกษุบางรูป ไม่พึงรับจีวรของ ภิกษุบางรูป ไม่พึงให้บริขารแก่ภิกษุบางรูป ไม่พึงรับบริขารของภิกษุบางรูป ไม่พึงปลงผมให้ภิกษุบางรูป ไม่พึงให้ภิกษุบางรูปปลงผมให้ ไม่พึงทำ บริกรรมให้ภิกษุบางรูป ไม่พึงให้ภิกษุบางรูปทำบริกรรมให้ ไม่พึงขวนขวาย แก่ภิกษุบางรูป ไม่พึงสั่งให้ภิกษุบางรูปขวนขวาย ไม่พึงเป็นปัจฉาสมณะ ของภิกษุบางรูป ไม่พึงพาภิกษุบางรูปไปเป็นปัจฉาสมณะ ไม่พึงนำ บิณฑบาตไปให้ภิกษุบางรูป ไม่พึงให้ภิกษุบางรูปนำบิณฑบาตมาให้ไม่บอกลาอาจารย์ก่อน ไม่พึงเข้าบ้าน ไม่พึงไปบ้าช้า ไม่พึงหลีกไป สู่ทิศ

หน้า ๒๙๐

ถ้าอาจารย์อาพาธ พึงพยาบาลจนตลอดชีวิต พึงรอจนกว่าจะหาย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นอาจริยวัตรของอันเตวาสิกทั้งหลาย ซึ่ง อันเตวาสิกทั้งหลายพึงประพฤติโดยชอบในอาจารย์”

๑๔. อันเตวาสิกวัตตกถา

ว่าด้วยอันเตวาสิกวัตร

{๔๔๔} [๓๘๑] ก็โดยสมัยนั้นแล อาจารย์ทั้งหลายไม่ประพฤติโดยชอบใน อันเตวาสิก บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า “ไฉนอาจารย์ทั้งหลายจึงได้ไม่ประพฤติโดยชอบในอันเตวาสิกเล่า” แล้ว กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุ เป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าอาจารย์ทั้งหลายไม่ประพฤติโดยชอบใน อันเตวาสิก จริงหรือ”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิ ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติอันเตวาสิกวัตร แก่อาจารย์ทั้งหลาย โดยประการที่อาจารย์ทั้งหลายจะพึงประพฤติโดยชอบ ในอันเตวาสิก

ธรรมเนียมปฏิบัติในอันเตวาสิก

{๔๔๕} [๓๘๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อาจารย์พึงประพฤติโดยชอบใน อันเตวาสิก วิธีประพฤติโดยชอบในอันเตวาสิกนั้น มีดังต่อไปนี้

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบ อันเตวาสิกวัตตกถา ในมหาขันธกะ วิ.มหา. (แปล) ๔/๗๙/๑๓๓-๑๓๘

จบ มูลเหตุอาจริยวัตร