arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ

ภัตตานุโมทนา เล่ม ๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๒๐–๔๒๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๕ ในวัตตขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ภัตตานุโมทนา

พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ ภัตตานุโมทนา (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภตฺตคฺเค น อนุโมทนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ภตฺตคฺเค น อนุโมทิสฺสนฺตีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ๑ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว ภตฺตคฺเค อนุโมทิตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายไม่อนุโมทนาในโรงฉัน คนทั้งหลาย จึงเพ่งโทษ ติเตียน

โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ ไม่อนุโมทนาในโรงฉัน ภิกษุทั้งหลาย

ได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้อนุโมทนาในโรงฉัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข ๒ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ เกน นุ โข ภตฺตคฺเค อนุโมทิตพฺพนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว เถเรน ภิกฺขุนา ภตฺตคฺเค อนุโมทิตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า ใครหนอพึงอนุโมทนาในโรงฉัน แล้วจึงกราบทูล

เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเราอนุญาตให้ภิกษุผู้เถระอนุโมทนาในโรงฉัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ปูคสฺส สงฺฆภตฺตํ โหติ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต สงฺฆเถโร โหติ ฯ ภิกฺขู ภควตา อนุญฺญาตํ เถเรน ภิกฺขุนา ภตฺตคฺเค อนุโมทิตุนฺติ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอกกํ โอหาย ปกฺกมึสุ ฯ อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต เต มนุสฺเส ปฏิสมฺโมทิตฺวา ปจฺฉา เอกโก อคมาสิ ฯ อทฺทสา โข ภควา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ ทูรโต ว เอกกํ ๑ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กจฺจิ สารีปุตฺต ภตฺตํ อิทฺธํ อโหสีติ ฯ อิทฺธํ โข ภนฺเต ภตฺตํ อโหสิ อปิจ มํ ภิกฺขู เอกกํ โอหาย ปกฺกนฺตาติ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว ภตฺตคฺเค จตูหิ ปญฺจหิ เถรานุเถเรหิ ภิกฺขูหิ อาคเมตุนฺติ ฯ

๑ ยุ. เอตสฺมึ ปกรเณติ ปาฐทฺวยํ นตฺถิ ฯ ๒ ม. เตสํ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยนั้น ประชาชนหมู่หนึ่งถวายภัตรแก่พระสงฆ์ ท่านพระ สารีบุตรเป็น

สังฆเถระ ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ผู้เถระอนุโมทนาในโรงฉัน

จึงเหลือท่านพระสารีบุตรไว้รูปเดียว แล้วพากัน กลับไป

ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรแสดงความยินดีกะคนเหล่านั้น แล้วได้ไป ทีหลังรูปเดียว

พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านพระสารีบุตรเดินมาแต่ไกลรูป เดียว จึงรับสั่ง

ถามว่า ดูกรสารีบุตร ภัตรมีมากมายกระมัง

ท่านพระสารีบุตรทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ภัตรมีมากมาย แต่ภิกษุทั้งหลาย ละข้าพระพุทธ

เจ้าไว้ผู้เดียว แล้วพากันกลับไป

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ภิกษุเถรานุเถระ๔-๕ รูปรออยู่ในโรงฉัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร เถโร ภตฺตคฺเค วจฺจิโต ๒ อาคเมติ ๓ ฯ โส วจฺจํ สนฺธาเรนฺโต ๔ มุจฺฉิโต ปปติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สติ กรณีเย อนนฺตริกํ ภิกฺขุํ อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยต่อมา พระเถระรูปหนึ่งปวดอุจจาระรออยู่ในโรงฉัน เธอ กลั้นอุจจาระอยู่จนสลบล้มลง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆรับสั่งว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีกรณียกิจ เราอนุญาตให้บอกลาภิกษุผู้นั่งอยู่ในลำดับ แล้วไปได้ ฯ

จบ ภัตตานุโมทนา